นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต

ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522

กรมสุขภาพจิตคว้ารางวัลระดับโลก Golisano Global Health Leadership Award Click Here

วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ติดพนันระดับใด?

เสพติดการพนัน (Compulsive gambling/ Gambling disorder/ Gambling addiction) บทความที่ผ่านมาเราได้เกริ่นให้ท่านผู้อ่านได้ทราบแล้วว่า ในทางการแพทย์แล้ว ภาวะเสพติดการพนันนั้น เป็นความเจ็บป่วยทางจิตเวช ที่สมาคมแพทย์อเมริกันได้ให้คำจำกัดความในการวินิจฉัยโรคไว้แล้ว วันนี้เรามาดูกันว่า การเล่นพนันทำให้ป่วยทางจิตเวชได้อย่างไร ติดอยู่ระดับใดแล้ว....มาดูคำตอบกันค่ะ

เจ็บป่วยทางจิตเวชอย่างไร?

คำว่า Compulsive gambling แปลแบบง่ายๆก็คือ ย้ำทำเล่นพนัน (เลิกไม่ได้ เสพติด เป็นต้น) บางครั้งก็ใช้คำว่า ภาวะผิดปกติจากการพนัน (Gambling disorder) หรือ เสพติดการพนัน (Gambling addiction) โดยกลไกการเสพติดพนันไปมีผลกระตุ้นสมองส่วนระบบการให้รางวัล (Brain’s reward system) เช่นเดียวกับยาหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุการณ์ติด โดยงานวิจัยได้พบว่า วงจรการทำงานของสมองของผู้ติดการพนันมีลักษณะที่ต่างจากคนทั่วไป มีการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองโดปามีนเสียสมดุล จนสร้างปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ซึ่งผู้ติดการพนันมีแนวโน้มจะมีความสัมพันธ์กับโรคทางจิตเวชอาทิเช่น โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder: OCD) และ ADHD เป็นต้น

การพนันในเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกัน โดยพบการเสพติดการพนันในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ในขณะที่เพศหญิงมีแนวโน้มที่จะเล่นการพนันแบบที่ไม่ต้องใช้ยุทธวิธี จะเล่นเพื่อหลีกหนีปัญหาชีวิตมากกว่า ในขณะที่เพศชายมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาร่วมกับภาวะติดเหล้าหรือทำสิ่งผิดกฎหมายมากกว่า การติดการพนันก่อให้เกิดความบกพร่องในชีวิตทั้งทางด้านจิตใจ ร่างกาย สังคม หรืออาชีพอย่างรุนแรง มีผลกระทบต่อครอบครัวทั้งในแง่ความสัมพันธ์และการเงิน คนทั่วไปที่เล่นการพนันอาจเล่นเพราะรู้สึกสนุกกับการที่ได้เสี่ยง หรือลุ้นที่จะชนะพนัน ในขณะที่บางคนเล่นเพื่อทำให้อารมณ์ตนเองดีขึ้น หรือเพื่อหลีกหนีจากปัญหามรสุมในชีวิต จากการศึกษาพบว่ามีนักพนันประมาณ 8 - 47% ติดสารเสพติดชนิดอื่น เช่น บุหรี่ เหล้า กัญชา ร่วมด้วย และพบกลุ่มอาการทางจิตเวชได้มากกว่าคนทั่วไป เช่น ปัญหาบุคลิกภาพโดยเฉพาะบุคลิกภาพแบบอันธพาล อาการซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย โดยพบการพยายามฆ่าตัวตายได้มากถึง 15 - 20% ของผู้ติดการพนัน

ติดพนันระดับใด? เล่นการพนันขั้นไหนถึงต้องรักษา?

อาการหรืออาการแสดงของการติดการพนันตามเกณฑ์การวินิจฉัยของ American Psychiatric Association มีดังนี้ (โดยได้จัดลำดับเป็นคำย่อ WAGER OFTEN เพื่อให้สะดวกในการจดจำได้ง่ายๆ)

1. Withdrawal – รู้สึกกระสับกระส่ายหรือหงุดหงิดง่ายเวลาพยายามหยุดหรือลดการเล่นพนัน

2. Affect significant relationship – ความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญ โอกาสในด้านการงาน การเรียน หรืออาชีพเสียไปเพราะการพนัน

3.Goal is to get even by chasing – หลังจากเสียเงินพนันแล้ว ได้พยายามที่จะกลับไปเล่นเพื่อเอาเงินคืนบ่อยครั้ง

4.Escape – เล่นการพนันเพื่อหาทางออกจากปัญหา หรือให้มีความรู้สึกที่ดีขึ้นจากความรู้สึกไม่สบายใจ

5.Rescue–ต้องให้บุคคลอื่นหาเงินมาช่วยให้พ้นจากการเป็นหนี้พนัน

6.Outside the laws – ทำผิดกฎหมาย เช่น ปลอมแปลงเอกสาร ขโมยของ เพื่อให้ได้เงินมาใช้หนี้พนัน

7. Failure to control – พยายามที่จะควบคุม ลด หรือ หยุดการเล่นพนันแต่ทำไม่สำเร็จบ่อยครั้ง

8.Tolerance – พนันด้วยการเพิ่มปริมาณเงินมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้คงความรู้สึกตื่นเต้นเช่นเดิมไว้

9.Evades telling the truth – โกหกครอบครัว แพทย์ผู้รักษา หรือ บุคคลอื่นเพื่อปกปิดการเล่นพนันของตนเอง

10.Needs to think about gambling – ครุ่นคิดถึงแต่การพนันอย่างมาก ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับประสบการณ์การเล่นพนันในอดีตของตนเอง ว่าเล่นได้หรือเสียอย่างไร รวมไปถึงการวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรให้ชนะในคราวต่อไป หรือ คิดวิธีหาเงินเพื่อจะนำไปใช้ในการพนันครั้งต่อไป

หากมีอาการข้างต้น 5 ข้อหรือมากกว่า แสดงว่าติดการพนัน แต่หากมี 3 หรือ 4 อาการ จัดว่าเป็นผู้มีปัญหาเกี่ยวกับการพนัน และ หากมีเพียง 1 หรือ 2 ข้อ จะจัดเป็นผู้เล่นพนันที่มีความเสี่ยง (at-risk gambler)

เมื่อติดการพนันจะรักษาได้อย่างไร?

แม้ว่าการติดการพนันจะเป็นภาวะเรื้อรัง และมักจะกลับเป็นซ้ำได้บ่อยๆ แต่ก็เป็นภาวะที่สามารถรักษาได้ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (cognitive behavioral therapy) การให้คำปรึกษา (counseling) และอาจให้การรักษาด้วยยาคลายกังวล ยาต้านเศร้า ฯลฯ ร่วมด้วย ซึ่งการใช้ยาร่วมกับพฤติกรรมบำบัดจะให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด

กล่าวโดยสรุปการติดการพนันเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งมีผลเสียที่รุนแรงตามมาไม่ว่าจะเป็นด้านครอบครัว สังคม หรือการเงิน การติดการพนันเป็นความผิดปรกติทางสมองที่สามารถคัดกรองผู้ที่มีความผิดปรกตินี้ได้โดยง่ายจากแบบคัดกรองต่างๆ การติดการพนันเป็นความผิดปรกติที่รักษาได้โดยการใช้พฤติกรรมบำบัด ร่วมกับการให้ยา

แหล่งข้อมูล

1. http://www.cumentalhealth.com/ติดการพนัน

2. http://www.medicinenet.com/gambling_addiction

3. http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/compulsive-gambling

2 July 2561

By nitayaporn.m

Views, 920