เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

วิสัยทัศน์กรมสุขภาพจิต : โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

ฝึกสติ เพิ่มศักยภาพสมอง?

การทำสมาธิ (Mediation) การมีสติ (mindfulness) การคิดเชิงบวกหรือมองโลกในแง่ดี (hard optimism) สามารถเพิ่มศักยภาพของสมองให้มีความยืดหยุ่น (Neuroplasticity)

คำว่า Neuroplasticity “ความยืดหยุ่นของสมอง” ความเชื่อเดิมที่ผ่านมาในอดีตที่ว่า ศักยภาพสมองของมนุษย์เราตั้งแต่เกิดเป็นเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น แต่ในปัจจุบัน ความเชื่อเช่นนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เราสามารถเพิ่มศักยภาพของสมองให้มีความเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการหาแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของสมอง หรือBrain plasticity หรือ Neurplasticity ก็จะสามารถทำให้สมองเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต โดยการปฏิรูปตัวเองให้มีการสร้างส่วนเชื่อมต่อ หรือ “connections” ระหว่างเซลล์ประสาทนั่นเอง

มีปัจจัยอะไรบ้าง ที่สามารถทำให้สมองเกิดการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง?

นอกเหนือจากปัจจัยทางพันธุกรรมแล้ว มีปัจจัยต่างๆ ที่อยู่รอบตัวของเรา รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของคนเราต่างมีบทบาทต่อการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองได้ทั้งนั้น เช่น

1. ในตอนเริ่มต้นของการมีชีวิต: สมองของคนเราก็เริ่มมีการพัฒนา หรือเปลี่ยนแปลงตัวของมันเองตามธรรมชาติ

2. ในตอนที่สมองได้รับบาดเจ็บ: จะมีการชดเชยสมองส่วนที่เสียไปโดยสมองส่วนที่ดี หรือกล่าวง่ายๆคือให้สมองส่วนที่ดีได้ทำงานมากขึ้น

3. ในระหว่างที่เป็นผู้ใหญ่: เมื่อคนเรามีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การจดจำสิ่งใหม่ๆ การฝึกปฏิบัติตัวเพื่อสร้างภาวะสุขภาพจิตที่ดี ด้วยการทำสมาธิ (Mediation) การมีสติ (mindfulness) การคิดเชิงบวกหรือมองโลกในแง่ดี (hard optimism) ทำให้มีการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทเพิ่มมากขึ้น เป็นการกระตุ้นให้สมองเกิดการเปลี่ยนแปลง (neuroplasticity) ได้เป็นอย่างดี….วันนี้เราจะนำเสนอแนวคิดเรื่องนี้กันค่ะ

สติ มองโลกแง่ดี ทำให้สมองมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร?

การเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง ด้วยการเพิ่มภาวะความยืดหยุ่นตัวของสมอง (neuroplasticity) นึกภาพดูค่ะ สมองของคนเรามีสองส่วนที่สำคัญคือ สมองซีกซ้ายและขวา โดยลอจิก การทำงานของสมองซีกซ้ายพัฒนาทักษะทางความคิดวิเคราะห์ การคำนวณ ในขณะที่สมองซีกขวาใช้พัฒนาทักษะด้านศิลปะ ปรัชญา ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ขณะเดียวกัน คนเรามีแนวโน้มที่จะใช้สมองซีกใดซีกหนึ่งเป็นระยะเวลานานตามความชำนาญของตนเอง ดังนั้น การเพิ่มศักยภาพของสมองให้มีมากขึ้น จำเป็นต้องมีความสมดุลสองด้านค่ะ

คุณหมอรีเบกกา แกรดดิ้ง ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า "You Are Not Your Brain" เขากล่าวว่า ปัจจุบันวงการวิชาการวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้มีทิศทางเปลี่ยนไป ในการฝึกเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในสมองได้นั้น จะโฟกัสไปที่การสำรวจความคิดลึกๆของตนเอง (deeper thought) ตามสภาพความเป็นจริง จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ตีพิมพ์ในวารสาร Neuroimage Journal ปี ค.ศ. 2008 กล่าวว่าในภาพแสกน MRI สมองของผู้มีภาวะซึมเศร้าทางคลินิก จำนวน 10 ราย พบเซลล์สมองส่วน hippocampus ฝ่อไป แต่หลังจากการฝึกเพียง 8 สัปดาห์ สมองส่วน hippocampus ของผู้เข้าร่วมการศึกษา มีความหนาแน่นและขนาดโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การค้นพบที่ไม่น่าเชื่อนี้หมายความว่า การฝึกปฏิบัติดังกล่าวต่อเนื่องในชีวิตประจำวันจะช่วยเพิ่มศักยภาพสมองให้มีความยืดหยุ่นขึ้นมาได้

ต่อมาในปี ค.ศ. 2012 ได้มีรายงานผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างกว่า 1000 ราย ของโรงเรียนแพทย์ยูซีแอลเอ พบว่า การฝึกสติ (mindfulness) การปล่อยวาง (Empathy) การมีสติรู้ตนเองตลอดเวลา (Self awareness) การคิดเชิงบวกหรือมองโลกในแง่ดี (hard optimism) สามารถทำให้สมองส่วน corpus callosum แข็งแรงขึ้น หนาขึ้น และเชื่อมต่อได้ดีขึ้น โดยจะเห็นได้ชัดเจนจากภาพสแกนสมองด้วยเครื่อง FMRI (FMRI: Functional Magnetic Resonance Imaging เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นจาก MRI ซึ่งเป็นเพียงภาพนิ่ง ให้กลายเป็นเป็นภาพแบบ real time ณ. เวลาที่ต้องการ อันเป็นผลที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าอิเลคตรอนของสนามแม่เหล็กที่จับภาพปริมาณออกซิเจนระหว่างเซลล์ “แบบตัวเป็นๆค่ะ”) ซึ่งแสดงถึงการเชื่อมต่อของเส้นประสาทในสมองมีมากขึ้น ขณะเดียวกัน จากภาพสแกน MRI ที่เป็นภาพนิ่ง พบสมองมีความหนามากขึ้น นั่นแสดงว่า โครงสร้างแบบนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการทำให้สมองของคนเราสามารถสื่อสารกันได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อันเนื่องมากจากการวิ่งของกระแสไฟฟ้าในสมองให้มีการเชื่อมต่อถึงกันระหว่างเซลล์สมองมากขึ้น เป็นการค้นพบอันมหัศจรรย์ ที่ทำให้สมองมีศักยภาพเพิ่มขึ้นจากการมีภาวะความยืดหยุ่นตัว อาจกล่าวได้ว่า สมองบริเวณดังกล่าว “มีชีวิต” ขึ้นมาทันที

อย่างที่ ดร.ซารา ลาซาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ยืนยันว่า การฝึกปฏิบัติดังกล่าวต่อเนื่องทำให้สมองส่วนฮิบโปแคมปัส มีความเข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า สมองส่วนนี้เป็นศูนย์กลางของความจำของมนุษย์ (Memories center) ดังนั้น การเพิ่มศักยภาพสมองส่วนนี้จึงสามารถเปลี่ยนสมองคนเรา ให้เก็บแต่ความทรงจำด้านบวก และสร้างเป็นความสุขถาวรให้กับคนผู้นั้นตลอดเวลานั่นเองค่ะ ลองทำดูนะคะ........

แหล่งข้อมูล จาก EOC Institute; https://eocinstitute.org/meditation

28 มิถุนายน 2561

By nitayaporn.m

Views, 4685