เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

หมอธีรเปิดผลวิจัย "ซิโนแวค" ในชิลี เตือนไทยรับมือไม่ดี เจอ "โควิด" ระบาดหนักกว่าเดิม

หมอธีรเปิดผลวิจัย "ซิโนแวค" ในชิลี เตือนไทยรับมือไม่ดี เจอ "โควิด" ระบาดหนักกว่าเดิม

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

สถานการณ์ทั่วโลก 3 กันยายน 2564...

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 651,293 คน รวมแล้วตอนนี้ 219,893,295 คน ตายเพิ่มอีก 10,331 คน ยอดตายรวม 4,555,500 คน

5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อเมริกา อินเดีย สหราชอาณาจักร อิหร่าน และบราซิล

อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 163,638 คน รวม 40,498,106 คน ตายเพิ่ม 1,477 คน ยอดเสียชีวิตรวม 662,765 คน อัตราตาย 1.6%

อินเดีย ติดเพิ่ม 45,482 คน รวม 32,902,345 คน ตายเพิ่ม 357 คน ยอดเสียชีวิตรวม 439,916 คน อัตราตาย 1.3%

บราซิล ติดเพิ่ม 26,497 คน รวม 20,830,712 คน ตายเพิ่ม 776 คน ยอดเสียชีวิตรวม 582,004 คน อัตราตาย 2.8%

รัสเซีย ติดเพิ่ม 18,985 คน รวม 6,956,318 คน ตายเพิ่ม 798 คน ยอดเสียชีวิตรวม 184,812 คน อัตราตาย 2.6%

สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 38,154 คน ยอดรวม 6,862,904 คน ตายเพิ่ม 178 คน ยอดเสียชีวิตรวม 132,920 คน อัตราตาย 2%

อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อาร์เจนติน่า อิหร่าน และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น

หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90.74 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน

แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง

เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น ติดเพิ่มกันหลักหมื่น

ส่วนเมียนมาร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ไต้หวันติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

...New England Journal of Medicine ฉบับวันที่ 2 กันยายน 2021 ตีพิมพ์งานวิจัยในชิลี ที่ติดตามผลของการใช้วัคซีนเชื้อตาย CoronaVac หรือที่เรารู้จักกันคือ Sinovac

โดยทางชิลีมีการอนุมัติให้ใช้ในประเทศ ตั้งแต่ 20 มกราคม 2021 และมีการรณรงค์ให้ฉีดในประชาชนหลังจากอนุมัติไป 2 สัปดาห์

งานวิจัยนี้ติดตามกลุ่มประชากรอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 10.2 ล้านคน

หลังจากได้รับวัคซีนไป 2 โดส ห่างกัน 4 สัปดาห์ และประเมินประสิทธิภาพหลังจากรับวัคซีนครบตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป ผลการวิจัยพบว่า วัคซีนช่วยป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 65.9% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 65.2-66.6%)

ลดโอกาสในการป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ 87.4% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 86.7-88.2%)

ลดโอกาสในการป่วยรุนแรงจนต้องรักษาในไอซียูได้ 90.3% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 89.1-91.4%)

และลดโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ 86.3% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 84.5-87.9%)

เดิมในการวิจัยจากประเทศต่างๆ ในระยะที่ 3 นั้นมีข้อมูลในกลุ่มผู้สูงอายุน้อยมาก ทั้งนี้งานวิจัยนี้ช่วยชี้ให้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้สูงอายุว่า วัคซีนช่วยป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 66.6% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 65.4-67.8%)

ลดโอกาสในการป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ 85.3% (95% CI, 84.3 to 86.3)

ลดโอกาสในการป่วยรุนแรงจนต้องรักษาในไอซียูได้ 89.2% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 87.6-90.6%)

และลดโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ 86.5% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 84.6-88.1%)

นอกจากนี้ ในภาพรวมยังพบว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะตรวจพบในคนที่ฉีดวัคซีนเพียง 17% หลังฉีดไปเกิน 6 เดือน ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของการต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้น

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ประสิทธิภาพของวัคซีนนี้หากประเมินหลังจากฉีดเข็มแรกไป 14 วัน จะน้อยกว่าที่เคยมีรายงานในวัคซีนประเภท mRNA และ viral vector

โดย CoronaVac เข็มแรก จะป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 15.5% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 14.2-16.8%) ลดโอกาสป่วยจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ 37.4% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 34.9-39.9%) ลดโอกาสป่วยรุนแรงจนต้องรักษาในไอซียูได้ 44.7% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 40.9-48.3%) และลดโอกาสเสียชีวิตได้ 45.7% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 40.9-50.2%)

ข้อมูลข้างต้น เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องใส่หน้ากาก ล้างมือ อยู่ห่างคนอื่น เจอคนน้อยๆ ลดละเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อ

...สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา

เน้นย้ำว่าการระบาดยังรุนแรงต่อเนื่อง กระจายไปทั่ว และยังไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้

ไตรมาสสุดท้ายของปีจะเห็นการระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปกว่าเดิม หากไม่ป้องกันให้ดี

ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก

เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า

ด้วยรักและห่วงใย

3 กันยายน 2564

ที่มา สยามรัฐ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 800