เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

3 เทคนิคกระชับมิตรเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว

3 เทคนิคกระชับมิตรเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว

โควิด-19 สร้างสถิติการหย่าร้างสูงขึ้นและมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ดูแลความรักด้วย 3 เทคนิคเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวในช่วงสถานการณ์โควิด-19

หลายคนอาจมองว่า ช่วงโควิด-19 เป็นช่วงเวลาดีที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่บ้านและใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น แต่ความจริงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ กลับสร้างสถิติอันน่ากลัว ปรากฎว่ามีอัตราการหย่าร้างสูงขึ้นและมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มมากขึ้นด้วย

เมื่อวิเคราะห์ดูจะพบว่า ความใกล้ชิดสนิทสนมที่มากเป็นพิเศษ อาจทำให้เราเผลอทำร้ายจิตใจกันง่ายขึ้น ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าเรามักจะใส่ใจความรู้สึกของคนใกล้ตัวน้อยกว่าคนทั่วไปนั่นเอง จึงไม่แปลกที่หลายครอบครัวมักเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันมากขึ้นในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน

วันนี้จึงขอแนะนำ 3 เทคนิคดีๆ ในการสื่อสารและดูแลรักษาความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้ เพื่อจะได้มีความเข้าใจคนในครอบครัวดีมากยิ่งขึ้นในช่วงวิกฤตนี้

1.ใช้ I-Message แทน You-Message

I-Message คือการสื่อสารความรู้สึกและความต้องการของตัวเองโดยตรง หลีกเลี่ยงการพูดถึงผู้ฟัง ส่วน You-Message คือการกล่าวถึงการกระทำของคู่สนทนา ซึ่งการสื่อสารลักษณะนี้อาจทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกว่ากำลังถูกตำหนิอยู่และนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งได้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการให้คนในครอบครัวเก็บกรรไกรเข้าที่ แทนที่จะพูดว่า ‘กะอีแค่เก็บกรรไกรให้เข้าที่ เรื่องง่ายๆ แบบนี้ทำไม่ได้หรือไง’ ลองเปลี่ยนเป็น ‘เก็บกรรไกรตรงนี้นะ จะได้หยิบง่ายๆ หลังใช้เสร็จช่วยเก็บเข้าที่เดิมด้วยนะจ๊ะ’ วิธีพูดแบบนี้จะช่วยให้ลดโอกาสในการปะทะอารมณ์กับคนในครอบครัวลงได้

2.หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดดูถูกซึ่งกันและกัน

ไม่มีใครชอบการโดนดูถูก แต่หลายครั้งที่เราเผลอพูดดูถูกคนใกล้ตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการพูดโดยไม่ให้เกียรติ ประชดประชัน หรือการแสดงสีหน้าท่าทางต่างๆ ที่สร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับคู่สนทนา ซึ่งการทำกิริยาแบบนี้บ่อยครั้ง อาจนำไปสู่ความร้าวฉานภายในครอบครัวได้

ในช่วงนี้ที่หลายคนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน ถ้าบังเอิญเห็นลูกหลานนั่งนิ่งๆ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ก็อย่าเพิ่งไปตัดสินและพูดกับพวกเขาว่า ‘วันๆ เอาแต่มองจอ ไม่รู้จักทำอะไรที่มีประโยชน์บ้างเลยหรือไง’ เพราะอันที่จริง พวกเขาอาจกำลังทำงานหรือเรียนออนไลน์อยู่ก็เป็นได้

3.ทำความเข้าใจ ชื่นชม และให้กำลังใจกัน

ในสถานการณ์ที่ต้องอยู่ร่วมกันในบ้านเป็นระยะเวลานานๆ การปรับตัวและความเครียดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนการกระทบกระทั่งกับสมาชิกในครอบครัวก็เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา

อย่างไรก็ตาม ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่า คนเหล่านี้คือคนที่เรารักและรักเรา และเขาไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของเรา ลองถามตัวเองว่าอยากอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยความรู้สึกอย่างไร ลองเปิดใจ ทำความเข้าใจภาระหน้าที่ของแต่ละคน เห็นใจกันและกัน อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง พยายามชื่นชมและขอบคุณคนในครอบครัวเวลาที่เขาทำสิ่งดีๆ ให้กับเรา

6 สิงหาคม 2564

ที่มา โพสต์ทูเดย์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1366