เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

เทคนิคสอนลูกห่างไกลโควิด-19 แนะแม่ตั้งท้องฉีดวัคซีนหลัง 3 เดือน

เทคนิคสอนลูกห่างไกลโควิด-19 แนะแม่ตั้งท้องฉีดวัคซีนหลัง 3 เดือน

คุณหมอเผยเทคนิคสร้างความตระหนักให้กับเด็กในการป้องกันตัวเองเพื่อห่างไกลโควิด-19 พร้อมแนะนำคุณแม่ที่ตั้งท้องสามารถฉีดวัคซีนได้เมื่อผ่านไตรมาสแรกของการตั้งท้อง ประมาณ 12 สัปดาห์

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงตอนนี้ ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องเปลี่ยนแปลงการสอนลูกและเพิ่มการเรียนรู้ใหม่ ๆ โดยเฉพาะแนวทางป้องกันตัวเองให้ไกลจากพื้นที่เสี่ยงของโรค แต่การสอนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะเดียวกันหลายครอบครัวก็ยังขาดประสบการณ์ในการสอน ดังนั้นการสร้างความตระหนักให้กับเด็ก ๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ผู้บริหาร Vital Glow Skin & Aesthetic และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 กล่าวว่า ตอนนี้ด้วยความที่เด็ก ๆ ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ครอบครัวจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในครอบครัวควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อน เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดภายในบ้าน เนื่องจากที่ผ่านการแพร่ระบาดส่วนใหญ่ มาจากการติดเชื้อภายในครอบครัว เพราะในแต่ละวันจะมีคนในครอบครัวออกไปทำงานข้างนอก และนำเชื้อกลับมาดังนั้น พื้นที่ภายในบ้านจึงเป็นสถานที่สำคัญ ที่คนในครอบครัวจะต้องมีการป้องกันตัวเอง เพราะคนส่วนใหญ่เมื่ออยู่บ้านมักจะไม่มีการป้องกัน เช่น ตอนรับประทานอาหาร หรือการทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่คนภายในบ้านต้องมีการป้องกันตัวเองเมื่อต้องออกไปข้างนอก และเมื่อกลับมาบ้านควรอาบน้ำชำระร่างกายทันที

ส่วนคุณแม่ที่ตั้งท้อง ตอนนี้มีผลวิจัยจากต่างประเทศระบุว่า สามารถฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโควิดได้ โดยไม่มีผลต่อลูกในครรภ์ แต่คุณแม่จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกไปข้างนอก และควรล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ เช่นเดียวกับคุณแม่ที่เพิ่งคลอด จะต้องตระหนักถึงการป้องกันอย่างเข้มงวด เพราะต้องให้นมลูก ซึ่งในแม่ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ภูมิคุ้มกันจะมีการผ่องถ่ายมาสู่ลูกจากน้ำนม ที่ผ่านมามีตัวอย่างเช่นที่โรงพยาบาล มีคุณแม่ตั้งท้องได้ 35 สัปดาห์ติดโควิด แพทย์จำเป็นจะต้องผ่าตัดเพื่อนำลูกออกมาก่อน เพื่อรักษาชีวิตทั้งแม่และลูก ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่โชคดีมากสำหรับทั้งแม่และลูกที่ปลอดภัยทั้งคู่ ซึ่งต้องขอชื่นชมคุณหมอมาก ๆ ที่ดูแลเคสนี้ได้ดีมาก ๆ ซึ่งปกติแล้วคุณแม่ที่ตั้งท้องภูมิจะต่ำ และมีโอกาสติดโควิดง่ายกว่าคนปกติ ดังนั้นแม่ที่ตั้งท้องก็สามารถฉีดวัคซีนได้เมื่อผ่านไตรมาสแรกของการตั้งท้อง (ประมาณ 12 สัปดาห์) เพราะในช่วงเวลานี้เด็กในครรภ์จะมีพัฒนาการด้านอวัยวะต่าง ๆ ที่สมบูรณ์ครบหมดแล้ว และช่วงเวลาต่อจากนี้จนคลอดจะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเด็กในท้องเจริญเติบโต

แนวทางการสอนลูกในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด ผู้ปกครองควรจะสอนด้วยเหตุผล สิ่งสำคัญคือ ห้ามขู่เด็ก แม้ผู้ใหญ่รู้สึกว่าเป็นแค่การพูดเล่น เพราะเมื่อขู่ลูกบ่อย ๆ เด็กจะติดนิสัยเหล่านี้ และนำไปใช้กับคนอื่น เช่นเดียวกับการตี ที่สุดท้ายเมื่อเด็กรู้สึกว่าตัวเองถูกตีบ่อย จะนำพฤติกรรมความรุนแรงไปใช้กับเพื่อน หรือคนอื่นที่อยู่ใกล้ชิด และเด็กเองก็ไม่เข้าใจถึงเหตุและผล กลายเป็นคนเอาแต่ใจ อารมณ์ร้อน ใช้ความรุนแรง

การพูดทำความเข้าใจด้วยเหตุผล จึงสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ที่เราต้องอธิบายให้ลูกตระหนักถึงภัยของโควิด ว่าทำไมต้องป้องกันตัวเอง แต่ถ้าใช้เพียงการขู่เพื่อให้ลูกปฏิบัติตาม เมื่อเขาไปอยู่ที่โรงเรียน หรือในสถานที่ห่างไกลสายตาผู้ใหญ่ ก็จะฝ่าฟืนไม่ป้องกันตัวเอง เพราะไม่เข้าใจ สิ่งสำคัญคือการอธิบายด้วยเหตุผลตั้งแต่ลูกยังเล็ก เพื่อจะค่อยๆ หล่อหลอมให้เขามีอุปนิสัยที่ยอมรับฟัง ซึ่งหลายครอบครัวมักจะเจอพฤติกรรมของลูกที่เอาแต่ใจ ร้องไห้ แต่ถึงอย่างไรผู้ปกครองจะต้องใจแข็ง เพราะหากเราทำตามสิ่งที่ลูกร้องขอด้วยความเอาแต่ใจ ผลสุดท้ายเด็กจะแสดงพฤติกรรมนี้หนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขารู้แล้วว่าถ้าร้องแล้วจะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ

ดังนั้นทุกคนในครอบครัวควรจะเลี้ยงลูกด้วยเหตุผลในรูปแบบเดียวกัน เพราะถ้ามีคนในครอบครัวที่เลี้ยงและเอาใจ เมื่อเด็กมีปัญหาก็จะมาหาคนที่เอาใจ ซึ่งสุดท้ายแม้คนอื่นจะพยายามใช้เหตุผลในการสอนเด็ก แต่จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้ การสอนลูกในภาวการณ์แพร่ระบาดของโควิด ครอบครัวควรสร้างความตระหนักให้กับเด็กในการป้องกันตัวเอง เพื่อห่างไกลจากพื้นที่เสี่ยง เพราะสุดท้ายแล้วเด็กต้องไปโรงเรียน หรือไปในพื้นที่ที่ครอบครัวไม่สามารถดูแลได้ ดังนั้นถ้าเด็กรู้จักการป้องกันตัวเองด้วยความตระหนักย่อมเป็นเรื่องดีในระยะยาว

นอกจากนี้ ดร.พิมพ์ขวัญ มีประสบการณ์ตรงจากการตั้งครรภ์ ในการเข้าพบปรึกษาแพทย์แต่ละครั้ง ทำให้มีแรงบันดาลใจที่จะอยากจะแบ่งปันความรู้ให้กับคุณแม่มือใหม่ที่ไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน ได้รวบรวมประสบการณ์ของตนเองมาเขียนเล่า สร้างเป็นคอนเทนต์ โดยมีการปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์จากทางโรงพยาบาลอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นคนอ่านความรู้เรื่องคุณแม่มือใหม่จากเพจ สามารถมั่นใจได้ว่าได้ความรู้อย่างถูกต้องแน่นอน หากคุณแม่มือใหม่ที่อยากติดตามความรู้และความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแม่และเด็ก สามารถติดตามได้ที่ Facebook: Dr.Pimkhwan แม่พิมพ์ แม่มือใหม่ และ Instagram: dr.pimkhwan และ YouTube Channel: dr. PIMKHWAN... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/women/851635

23 มิถุนายน 2564

ที่มา เดลินิวส์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 775