เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

แนะนำสรรพคุณ 5 โทนกลิ่น Aromatherapy ตัวช่วยบำบัดความเครียด

แนะนำสรรพคุณ 5 โทนกลิ่น Aromatherapy ตัวช่วยบำบัดความเครียด

ในภาวะที่เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เครียด หากได้สูดกลิ่นหอมที่ชอบอาจจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งกลิ่นที่ว่านี้ เราสามารถทำได้ง่าย ๆ เลือกได้หลายแบบ เช่น การจุดเทียนหอม การวางก้านไม้หอมกระจายกลิ่น หรือจะใช้เป็นเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า ซึ่งสามารถวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

การเลือกกลิ่นที่จะนำมาใช้ ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล หรืออาจจะคำนึงถึงสรรพคุณของกลิ่นนั้น ๆ ถ้าใครไม่รู้ว่าจะเลือกกลิ่นแบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ลองมาพิจารณาจากสรรพคุณของกลิ่นต่าง ๆ ซึ่งกลิ่นแต่ละโทนกลิ่นมีสรรพคุณที่ต่างกัน

กลิ่นดอกไม้ (floral) เป็นกลิ่นโทนหอมหวานจากมวลดอกไม้ ซึ่งมีให้เลือกจำนวนมาก ชนิดของดอกไม้นิยมนำมาสกัด ได้แก่ มะลิ (jasmine) กลิ่นหอมละมุนที่จะช่วยคลายความเศร้า ลดความตึงเครียดและวิตกกังวล, กลิ่นกุหลาบ (rose) ช่วยเพิ่มความสดชื่น ลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน นอกจากนั้นยังช่วยให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ, กลิ่นลาเวนเดอร์ (lavender) ช่วยในเรื่องของระบบประสาท บรรเทาอาการปวดหัว ปวดไมเกรน, กลิ่นกระดังงา (ylang-ylang) เป็นกลิ่นที่ช่วยให้จิตใจสงบ ช่วยให้นอนหลับสบาย นอกจากนี้ยังมีกลิ่นของดอกไม้อื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย

กลิ่นพืชตระกูลส้มและมะนาว (citrus) จะเป็นกลิ่นแนวหอมสดชื่นซ่อนเปรี้ยว ทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉง ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล ช่วยกระตุ้นสมอง และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น เช่น กลิ่นส้ม (orange) กลิ่นส้มโอ (grapefruit) กลิ่นเลม่อน (lemon) และกลิ่นมะนาว (lime)

กลิ่นผลไม้ (fruity) เป็นกลิ่นหอมแบบเปรี้ยวอมหวาน ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย โรแมนติก เป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งได้จากผลไม้ประเภทพีช (peach) ที่จะช่วยให้สดชื่น กระตุ้นความอยากอาหาร ลดความง่วง เหมาะกับการใช้ปรับบรรยากาศในที่ทำงาน รวมถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอปเปิล กีวี และผลไม้ชนิดอื่น ๆ

กลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพร (herb & spicy) จะเป็นกลิ่นที่ออกแนวหอมสดชื่น มีเอกลักษณ์เฉพาะของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ เช่น กลิ่นสะระแหน่ (mint) ช่วยให้อาการปวดหัวหรือปวดไมเกรนดีขึ้น เนื่องจากช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต กลิ่นโรสแมรี่ (rosemary) ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง กลิ่นยูคาลิปตัส (eucalyptus) ช่วยลดความตึงเครียด นอกจากนี้ยังสามารถลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น กลิ่นตะไคร้ (lemongrass) ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและยังสามารถไล่ยุงได้อีกด้วย

กลิ่นไม้ (woody) เป็นกลิ่นที่มีความหอมแบบธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น โดยกลิ่นไม้ที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ กลิ่นไม้สน เป็นกลิ่นที่ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจ, กลิ่นไม้หอมแก่นจันทน์ (sandalwood) ช่วยให้จิตใจสงบ คลายเครียด, กลิ่นไม้ซีดาร์ (cedarwood) เป็นกลิ่นที่ช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์ หรือความเครียดในช่วงก่อนมีประจำเดือน, กลิ่นไม้กฤษณา (agarwood) เป็นกลิ่นที่ได้จากไม้กฤษณา ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง มีกลิ่นที่หอมทั้งยังช่วยลดความวิตกกังวล และกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

นอกจากการใช้กลิ่นนั้นเดี่ยว ๆ แล้ว ยังนิยมนำกลิ่นต่าง ๆ มาผสมกันให้เกิดเป็นกลิ่นใหม่ที่มีความหอมเฉพาะ เช่น กลิ่นดอกไม้นานาพรรณ กลิ่นดอกไม้ผสมกับกลิ่นผลไม้ หรือจะเป็นกลิ่นไม้ผสมกับกลิ่นสมุนไพร ก็สามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบ หรือจะซื้อกลิ่นเดี่ยวมาผสมเองก็ยังได้

16 ธันวาคม 2563

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1440