เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

เลี้ยงลูกด้วยคำขู่ความเสียหายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง

เลี้ยงลูกด้วยคำขู่ ความเสียหายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง

การขู่ให้ลูกกลัวถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการเลี้ยงลูกแบบผิด ๆ ที่พ่อแม่หลายคนอาจยังไม่รู้ตัวว่านั่นคือการทำร้ายลูกทางอ้อม แม้ช่วงแรกการขู่จะใช้ได้ผล ลูกเชื่อฟัง แต่ก็เป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น เพราะในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อตัวลูกที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว เรามาดูกันว่าการขู่ให้ลูกกลัวจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง

กลัวจนเสียโอกาส

เด็กในวัย 2-5 ขวบ เป็นวัยที่กำลังอยากรู้ อยากเห็น อยากเรียนรู้ เริ่มเข้าใจภาษาพูดและพฤติกรรมของคนรอบข้าง หากพ่อแม่เลี้ยงดูด้วยการขู่บ่อย ๆ จะทำให้ความอยากเรียนรู้หายไปเพราะเกิดความกลัวเข้ามาปิดกั้น ตามธรรมชาติของเด็กแล้วหากเกิดความกลัวก็จะไม่กล้าเข้าไปสำรวจ ไม่กล้าลองสิ่งใหม่ ๆ แม้สิ่งนั้นจะไม่อันตรายจนทำให้เด็กเสียโอกาสหลายอย่างเพราะพ่อแม่ตั้งกรอบความกลัวรอบตัวลูกโดยไม่รู้ตัว

ส่งผลต่อการเรียน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การขู่ลูกตั้งแต่เด็กจะทำให้การอยากเรียนรู้หายไป เมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียนความอยากเรียน ความกระตือรือร้นจะน้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน เพราะเด็กจะรู้สึกว่าไม่สนุกกับการเรียน ไม่เกิดความสงสัยและไม่พยายามหาคำตอบ ส่วนใหญ่เด็กที่เรียนหนังสือได้ดีจะเรียนเพราะอยากรู้ ไม่ใช่เรียนเพราะต้องเรียน ดังนั้น ความอยากรู้อยากเห็นของเด็กจึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความฉลาดของเด็กเป็นอย่างมาก

ไม่กล้าเข้าสังคม

นอกจากจะทำให้เด็กเกิดความกลัวจนเสียโอกาสและไม่กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้ว ยังมีผลทำให้เด็กมีอาการวิตกกังวล ไม่กล้าเข้าสังคม พอโตขึ้นจะกลายเป็นคนที่มีนิสัยหวาดระแวงและมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับพ่อแม่หรือความสัมพันธ์กับเพื่อน บางรายอาจจะหนักถึงขั้นเมื่อโตขึ้นอยู่ในวัยผู้ใหญ่ก็มักจะมีปัญหาหย่าร้างและไม่ค่อยประสบความสำเร็จในชีวิตคู่

เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว

ลูกเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนสิ่งที่พ่อแม่ทำ หากพ่อแม่ขู่ลูกด้วยคำพูดที่รุนแรง ก้าวร้าว เด็กจะเกิดการลอกเลียนแบบพฤติกรรมเหล่านั้น ทำให้เมื่อโตขึ้นอาจมีนิสัยก้าวร้าวและชอบใช้ความรุนแรง เนื่องจากถูกปลูกฝังด้วยคำขู่มาตั้งแต่เด็ก ๆ หรืออีกกรณีหนึ่งคือ เด็กที่เริ่มเข้าใจภาษาพูดของพ่อแม่จะเรียนรู้ได้ว่าคำขู่เหล่านั้นไม่เกิดขึ้นจริง เป็นแค่คำขู่ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมา ทำให้พวกเขาไม่เกรงกลัวต่อคำขู่และอำนาจการต่อรองของพ่อแม่ก็จะลดลง ในระยะยาวเด็กจะไม่เชื่อฟังและแสดงอาการต่อต้านที่ก้าวร้าวมากขึ้น

31 มกราคม 2563

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana

Views, 883