เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

ยอดนักดื่มเอเชียพุ่ง 34% ในรอบ 7 ปี ไทยชงปลอดเหล้า 100% ทุกพื้นที่ WHO

ยอดนักดื่มเอเชียพุ่ง 34% ในรอบ 7 ปี ไทยชงปลอดเหล้า 100% ทุกพื้นที่ WHO

สธ.เผยธุรกิจน้ำเมารุกตลาดเอเชีย ทำยอดนักดื่มสูงขึ้น 34% ในรอบ 7 ปี จาก 3.5 ลิตร เป็น 4.7 ลิตรแอกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปี เผยไทยเสนอ WHO ในที่ประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก ทบทวนมาตรการคุมระดับประเทศ แสดงสปิริตประกาศนโยบายปลอดเหล้า 100% ในพื้นที่อาคารและทุกงานของ WHO

นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่ปรึกษางานต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 72 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปลาย พ.ค.ที่ผ่านมา มีการรายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 ปัจจัยเสี่ยงหลักของการเกิดโรคไม่ติดต่อที่กำลังเป็นวาระระดับโลกขององค์การสหประชาชาติ โดยประเทศสมาชิกมีการอภิปรายถึงสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบอย่างเข้มข้น และเรียกร้องให้ยกระดับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับโลก ซึ่งประเทศไทยได้เป็นผู้แทนภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก (WHO-SEARO) รวม 11 ประเทศ แสดงความกังวลถึงปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงอย่างมากในภูมิภาคเอเชีย โดยเพิ่มขึ้น 34% ในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2553-2560 จากอัตราการบริโภค 3.5 ลิตร เป็น 4.7 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขยายการลงทุนของธุรกิจแอลกอฮอล์ข้ามชาติที่มุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และทำการตลาดผ่านโลกออนไลน์อย่างหนัก

“การศึกษาพยากรณ์แนวโน้มการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโลกและภูมิภาคเอเชีย จะเพิ่มสูงขึ้นอีกมากในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่สุราเป็นสิ่งเสพติดเพียงประเภทเดียวที่ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศควบคุม มีเพียงยุทธศาสตร์โลกว่าด้วยการจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นเครื่องมือวิชาการที่พัฒนามานานกว่า 10 ปีแล้ว แม้การจัดการปัญหาที่ผ่านมาจะมีความก้าวหน้า แต่ยังไม่เพียงพอกับการลดปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านสุขภาพและสังคม การควบคุมปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือวาระสำคัญ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วนในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ” นพ.วิโรจน์ กล่าว

นพ.วิโรจน์ กล่าวว่า ประเทศสมาชิกได้เรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ทบทวนการทำงานในระดับประเทศ และมาตรการต่างๆ อย่างจริงจังว่า มาตรการที่มีอยู่นั้นเพียงพอต่อการแก้ปัญหาในสถานการณ์นี้หรือไม่ โดยในระหว่างการประชุมมีประเทศสมาชิกอีก 25 ประเทศแสดงท่าทีสนับสนุนข้อเรียกร้องนี้ อาทิ ปานามา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก นอกจากนี้ ไทยยังได้เรียกร้องให้ WHO ซึ่งเป็นองค์กรผู้นำด้านสุขภาพ ให้เป็นตัวอย่างแก่ประชาคมโลก โดยกำหนดการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อาคารของ WHO ทุกแห่งทั่วโลก รวมทั้งการห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงที่ WHO เป็นผู้สนับสนุน โดยทีมเลขาของ WHO รับทราบข้อเรียกร้องเรื่องนโยบายปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 100% และจะเร่งดำเนินการทบทวนปัญหาและดำเนินการโดยเร็ว

ด้าน นพ.เทโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Dr.Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวในที่ประชุมว่า วาระการจัดการปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกฝ่าย องค์การอนามัยโลกจะดำเนินการทบทวนและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินมาตรการต่างๆ ตามยุทธศาสตร์ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลก โดยจะปรึกษาหารือกับประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการประเมินผลการำเนินงานตามมาตรการต่างๆ และจะนำผลการศึกษามารายงานต่อที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 73 ในปี 2563 พร้อมข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินการในอนาคตต่อไป

8 กรกฎาคม 2562

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 692