เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

แนวโน้ม "ใช้ความรุนแรง" ใน รพ. เพิ่มขึ้น พบมากใน รพ.ตำรวจ ทหาร รพช.

แนวโน้ม "ใช้ความรุนแรง" ใน รพ. เพิ่มขึ้น พบมากใน รพ.ตำรวจ ทหาร รพช.

สธ.เปิดสถิติ "ใช้ความรุนแรง" ใน รพ. พบ 8 ปี เกิด 51 เหตุการณ์ แนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 58 อึ้งปี 61 เกิดถึง 17 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นทะเลาะวิวาท ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ด้านแพทยสภาสำรวจพบ หมอเจอเหตุการณ์ความรุนแรงสูงสุด ตามด้วยพยาบาล เฉลี่ยเจอ 1-3 ครั้งต่อปี พบมากสุดใน รพ.สังกัดตำรวจ ทหาร และ รพช. มีผลตัดสินใจลาออก 54%

วันนี้ (7 พ.ค.) ในการประชุมเสวนา เรื่อง “ปัญหาความรุนแรงในห้องฉุกเฉินและแนวทางแก้ไขปัญหา” จัดโดยแพทยสภา นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากข้อมูลย้อนหลัง 7 ปี เกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงในสถานพยาบาล สังกัด สธ. ตั้งแต่ปี 2555-2562 พบว่า มี 51 เหตุการณ์ แบ่งเป็นการทะเลาะวิวาท 18 เหตุการณ์ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 19 เหตุการณ์ ทำลายทรัพย์สิน 1 เหตุการณ์ ก่อความไม่สงบ 1 เหตุการณ์ กระโดดตึก 6 เหตุการณ์ และอื่นๆ 6 เหตุการณ์ ผลจากความรุนแรงทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 13 ราย ประชาชน เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 43 ราย เมื่อแยกเป็นรายปีและรายเขตสุขภาพ พบว่า ปี 2555 และปี 2557 ทั่วประเทศเกิดเหตุเพียง 1 ครั้ง ปี 2556ไม่เกิดเหตุ จนในปี 2558 เกิดเหตุ 7 ครั้ง ปี 2559 จำนวน 4 ครั้ง ปี 2560 จำนวน 10 ครั้ง ปี 2561 จำนวน 17 ครั้ง และในช่วง 4 เดือนของปี 2562 เกิดเหตุแล้ว 11 ครั้ง

“สธ.จึงได้ร่วมกับสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในการจัดทำชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม เพิ่มบุคลากรที่เพียงพอ รวมถึงการปรับปรุงห้องฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน คือ กั้นพื้นที่แยกผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง แยกประตูทางเข้า-ออก ให้ครอบคลุมสถานพยาบาลในสังกัด ซึ่งอยู่ระหว่างให้กองแบบแผนดำเนินการ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทำประกันภัยบุคลากรที่ทำงานในห้องฉุกเฉินด้วย คล้ายกับการทำประกันภัยชั้นหนึ่งให้กับรถพยาบาลฉุกเฉินที่มีวงเงินชดเชย 2 ล้านบาทต่อคน” ปลัด สธ. กล่าว

นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า จากการทำแบบสำรวจเรื่องความปลอดภัยของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 20-30 เม.ย. 2562 มีจำนวนผู้ตอบ 1,726 คน เป็นผู้หญิง 83.2% อายุ 21-30 ปี 29.2% อาชีพพยาบาลมากที่สุด 63.7% อยู่ในภาคตะวันออก 36.4% อยู่ รพ.สังกัด สธ. ระดับโรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลศูนย์ 60% ทั้งนี้ การพบความรุนแรง จะพบมากสุดที่ รพ.สังกัดอื่น เช่น ตำรวจ ทหาร 78% และโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) สังกัด สธ. 71% ส่วนใหญ่ใน 1 ปี จะพบความรุนแรงระดับ การใช้กำลัง ทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน สูงถึง 51.5% จำนวนครั้งที่พบ 1-3 ครั้งต่อปี มากสุดที่ในรพช. 4-6 ครั้ง และมากกว่า 6 ครั้งต่อปี มากสุดที่ รพ.สังกัดอื่นๆ เช่น ตำรวจ ทหาร

ผู้พบเหตุความรุนแรง จำนวน 1-3 ครั้งมากสุด คือแพทย์ รองลงมาเป็นพยาบาล ระดับความรุนแรงที่พบ 48.4% เป็นความรุนแรงที่ถึงผู้ป่วยแต่ยังไม่สูญเสียอวัยวะ แต่มีถึง 26.9% ที่ส่งผลกระทบถึง สูญเสียอวัยวะ หรือถึงชีวิต โดย 96% เห็นว่า การเมาสุราเป็นสาเหตุทำให้เกิดความรุนแรงในห้องฉุกเฉิน และ97.2% เห็นด้วยกับ นโยบายห้องฉุกเฉินเป็นเขตปลอดคนเมาสุรา

สำหรับนโยบายอื่นๆ ที่คิดว่า สามารถใช้แก้ไขปัญหาความรุนแรง เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ของห้องฉุกเฉิน เรียงจากมากไปหาน้อย พบว่า จำคุก 5 ปี ถ้าขู่ทำร้าย ทำลายข้าวของ 56.3% ห้องฉุกเฉิน สามารถเปิด-ปิด ได้เฉพาะเจ้าหน้าที่เปิดเท่านั้น 45.9% ห้องฉุกเฉิน ปลอดคนเมา 44.2% รณรงค์ให้สังคมและชุมชนปกป้องห้องฉุกเฉิน 41.6% ติดกล้องวงจรปิด40.3% โทษอาญาติดคุก 1-5 ปี 34.1% ฝาก รพ.ไว้กับตำรวจ/อาสา 31.5% อีกทั้ง ความรุนแรงของห้องฉุกเฉิน ยังมีผลต่อการตัดสินใจลาออกของบุคลากร 54.9% โดยเป็นแพทย์ 63.8% และพยาบาล 58% ซึ่งมีผลต่อการลาออกของคนที่มีอายุน้อย ระหว่าง21-30 ปี มากที่สุด 36%

8 พฤษภาคม 2562

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By ์์Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 1645