เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

6 สัญญาณเตือนอาการ "มะเร็งผิวหนัง"

6 สัญญาณเตือนอาการ "มะเร็งผิวหนัง"

เผยแพร่: 11 ธ.ค. 2561 15:59 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สถาบันโรคผิวหนัง เตือน 6 สัญญาณอันตราย บ่งบอก "มะเร็งผิวหนัง" หากพบความผิดปกติให้รีบพบแพทย์ตรวจหาอาการ ชี้พบไว รักษาได้

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งผิวหนังมีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนังนั้น ๆ อย่างไรก็ตามมะเร็งผิวหนังบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบในระยะเริ่มแรกจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ผู้ป่วยอาจไม่ต้องเสี่ยงกับการรักษามะเร็งในรูปแบบที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย ดังนั้นการสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผิวหนังของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ห่างไกลจากโรคผิวหนังต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็งผิวหนัง

พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่ามะเร็งผิวหนังอาจจะไม่ร้ายแรงเหมือนมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณอื่น แต่ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นานจะมีโอกาสกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ทำให้การรักษายุ่งยากซับซ้อนเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต สาเหตุของมะเร็งผิวหนังเกิดได้จากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในผิวหนังกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้แก่ แสงแดด การได้รับสารเคมีบางชนิด แผลเรื้อรัง และโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ทั้งนี้การวินิจฉัยมะเร็งผิวหนังต้องได้รับการตรวจชิ้นเนื้อด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในบริเวณที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังโดยพยาธิแพทย์ แต่เราสามารถค้นหามะเร็งผิวหนังในระยะเริ่มต้นด้วยการสังเกต 6 สัญญาณอันตราย ดังนี้

1.มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเป็นก้อนนูนที่โตขึ้นอย่างรวดเร็วหรือขยายขนาดอย่างรวดเร็ว 2.ก้อนที่ผิวหนังมีแผลเกิดขึ้น หรือมีเลือดออกได้ง่าย 3.แผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย หรือมีแผลเกิดขึ้นบริเวณที่เป็นแผลเป็น หรือบริเวณแผลไฟไหม้มาก่อน 4.รอยโรคบริเวณแผลเดิมมีสีดำหรือน้ำตาลที่ขอบเขตไม่ชัดเจน และมีแผลเกิดขึ้น 5.ไฝมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ รูปร่าง สีที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเป็นสีขาว หรือสีนํ้าตาล ดำไม่สม่ำเสมอ มีแผลเกิดขึ้น หรือมีเลือดออกง่าย โดยเฉพาะบริเวณมือและเท้ารวมทั้งบริเวณเล็บ 6.พบผื่นเรื้อรังที่มีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเนื้อนูนขึ้นมา

12 ธันวาคม 2561

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By ์์Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 729