เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นคนขี้อิจฉา

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นคนขี้อิจฉา/ดร.แพง ชินพงศ์

เผยแพร่: 18 ก.พ. 2561 08:31:00 ปรับปรุง: 18 ก.พ. 2561 15:34:00 โดย: MGR Online

“คนขี้อิจฉา” หมายถึง คนที่เห็นคนอื่นได้ดีแล้วมีความรู้สึกไม่พอใจ เกิดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ อยากจะเป็นหรืออยากจะมีเหมือนกับเค้าบ้าง ความรู้สึกอิจฉานั้นเริ่มบ่มเพาะในจิตใจของคนตั้งแต่ในวัยเด็ก ซึ่งสาเหตุใหญ่นั้นเกิดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่ ไม่ได้ให้ความสนใจกับลูกเท่าที่ควรและมีการเลี้ยงดูที่เปรียบเทียบ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นและมีความอยุติธรรมในครอบครัวอยู่เสมอ

เราจะรู้ว่าลูกของเรามีนิสัยขี้อิจฉา โดยดูได้จากการที่เด็กแสดงออกด้วยความก้าวร้าว ทะเลาะกันในระหว่างพี่น้อง อาจจะมีการแย่งและทำลายข้าวของหรือการด่าว่าทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะทำให้เด็กหายจากอาการขี้อิจฉา เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เด็กจะเติบโตขึ้นและพัฒนาเป็นคนที่มีนิสัยอิจฉาริษยาไปตลอดชีวิต ซึ่งวิธีการที่คุณพ่อคุณแม่จะแก้ปัญหาความอิจฉาของลูกได้นั้น สามารถทำได้ ดังนี้

1. เลิกเปรียบเทียบ เป็นสาเหตุใหญ่มากที่สุดที่ทำให้เด็กกลายเป็นคนขี้อิจฉา โดยปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นกับครอบครัวที่พ่อมีภรรยาหลายคนและรักลูกที่เกิดจากภรรยาคนหนึ่งมากกว่าลูกของภรรยาคนอื่นๆ หรือในบางครอบครัวที่อาจจะรักลูกชายมากกว่าลูกสาว รักลูกคนโตมากกว่าลูกคนเล็ก โดยที่พ่อแม่มักจะเปรียบเทียบโดยพูดชมเชยหรือเปรียบเทียบให้เห็นว่ามีใครเก่งกว่าใคร ใครน่ารักกว่าใคร ใครดีกว่าใคร ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการบ่มเพาะความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจให้กับเด็กเป็นอย่างมาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงในการพูดจาและการกระทำที่เปรียบเทียบเช่นนี้ เพราะแน่นอนว่าจะส่งผลให้เด็กที่ถูกเปรียบเทียบว่ามีความด้อยกว่านั้นเกิดความรู้สึกเสียใจและน้อยใจจนเกิดเป็นความรู้สึกฝังใจในทางลบซึ่งทำให้เด็กโตขึ้นเป็นคนที่มีปมด้อย เก็บกด ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นคนที่มีนิสัยอิจฉาริษยาชอบเอาชนะชิงดีชิงเด่นกับผู้อื่นอยู่เสมอ

2. เอาใจใส่ลูก อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นคนขี้อิจฉาก็เพราะเด็กไม่ได้รับความดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควรจากพ่อแม่ โดยเฉพาะในวัยเด็กเล็กที่ต้องการการดูแลใกล้ชิดจากพ่อแม่มากเป็นพิเศษโดยการสัมผัส กอด อุ้มและพูดคุยกับลูกอย่างสม่ำเสมอ หากเด็กไม่ได้รับความดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร จะทำให้เด็กรู้สึกว้าเหว่และขาดความรัก ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้เด็กโหยหาความสนใจจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะกลายเป็นคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ อยากให้คนมาสนใจตัวเองและถ้าเห็นใครได้รับความสนใจมากกว่าตนเองก็จะเกิดความอิจฉาริษยา หมั่นไส้ และหาเรื่องกลั่นแกล้งคนคนนั้น ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจกับลูกๆ ให้มากเท่าที่จะทำได้เพื่อที่เขาจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจนไม่รู้สึกน้อยใจหรือรู้สึกอิจฉาใครๆ

3. ให้ลูกทำกิจกรรมร่วมกัน หากคุณพ่อคุณแม่มีลูกหลายคนก็ควรปลูกฝังให้ลูกๆมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยสนับสนุนให้ลูกได้ใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรจะซื้อของเล่นหรือเกมที่ไม่ใช่เกมที่เล่นคนเดียวแต่สามารถเล่นกันได้หลายคน เช่น จิ๊กซอว์ ตัวต่อ เลโก้ เพื่อที่ลูกจะได้แบ่งปันกัน แม้ว่าลูกจะมีการโต้เถียงหรือขัดใจกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่จากการที่ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะทำให้ลูกมีความสนิทสนมและรักผูกพันกัน ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกไม่รู้สึกอิจฉากันนั่นเอง

4. สอนลูกให้รู้จักช่วยเหลือ ในกรณีที่มีสมาชิกใหม่เกิดมาในครอบครัว แน่นอนว่าลูกคนโตอาจจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่น้อยลง จึงเป็นสาเหตุที่ลูกคนโตของหลายๆครอบครัวจะมีความรู้สึกว่าน้องใหม่ที่เกิดมานั้นมาแย่งความรักและความสนใจจากที่เขาเคยได้รับไปเสียหมด ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจสะสมจนทำให้เกิดเป็นความอิจฉาริษยาในที่สุด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้พี่ได้เข้ามาช่วยเหลือดูแลน้องบ้าง เช่น ช่วยหยิบขวดนมให้น้อง ช่วยคุณแม่แต่งตัวให้น้อง ซึ่งการที่พี่ได้ช่วยน้องนั้น คุณแม่ควรจะถือโอกาสนี้พูดชมเชยว่า “ลูกน่ารักมากๆ เลยที่ช่วยแต่งตัวให้น้อง” “ลูกใจดีจริงๆเลยที่ช่วยแม่ดูแลน้องด้วย” ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยลดความน้อยใจจากพี่ไปได้อีกทั้งทำให้พี่รักและไม่อิจฉาน้องอีกด้วย

5. แสดงความรักอย่างเท่าเทียมไม่ลำเอียง ในครอบครัวที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคน คุณแม่คุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังในการแสดงความรักกับลูกๆ ยกตัวอย่างเช่น เวลากอดลูกอีกคนก็ต้องกอดลูกคนอื่นๆพร้อมกันด้วย หรือถ้าคุยกับลูกอีกคนหนึ่งก็ต้องคุยกับลูกอีกคนหนึ่งด้วย หรือถ้าจะซื้อของให้ก็ควรจะซื้อให้ลูกทุกคนเหมือนๆกัน จำไว้ว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องแสดงความรักต่อลูกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้ลูกมีความรู้สึกมั่นคงจากความรักที่เท่าเทียมของพ่อแม่และไม่รู้สึกอิจฉาคิดเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น

“ความอิจฉานั้น เปรียบเสมือนไฟ

ที่เผาไหม้จิตใจของคนที่อิจฉานั้น

ให้ร้อนรน ทุรนทุราย คิดร้าย มุ่งทำลาย

หวังแต่จะเอาชนะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

จนหาความสงบสุขในชีวิตไม่เคยเจอ”

@Dr.Pang Chinnapong

หากคุณพ่อคุณแม่ให้ความรักความเอาใจใส่และความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกทุกคนอย่างเท่าเทียมและสม่ำเสมอ เลิกเปรียบเทียบลูกด้วยคำพูดหรือการกระทำใดๆ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ลูกๆ ได้ช่วยเหลือและทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว ก็จะทำให้ลูกมีความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยซึ่งจะทำให้ไม่เกิดความอิจฉาริษยาขึ้นในจิตใจของลูกๆ ที่น่ารักของเรานั่นเอง

19 กุมภาพันธ์ 2561

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By STY_Lib

Views, 19338