| == เปิดตำนานสยอง"ซีอุย"มนุษย์กินคน หนุ่มชัยภูมิสานคดีโหดฆ่ากินตับ"ด.ช.9ขวบ"(ข่าวสด ===
|
สยองขวัญสั่นประสาทไปทั่วประเทศกับเรื่องราวของนายสุริยา โพธิ์แสง อายุ 18 ปี ที่ก่อคดีฆ่าแหวะท้องด.ช.ลิขิต โพธิ์แสง อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้นป.2 โรงเรียนบ้านโนนสะอาด อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ น้องชายแท้ๆ
ไม่ใช่แหวะท้องธรรมดา แต่ควักเอาตับไตไส้พุงออกมากินสดๆ!!!
"ซีอุย2"หรือ"ซีอุย2547" คือชื่อฉายาที่เรียกขานพฤติกรรมของนายสุริยา เนื่องจากมีวิธีการและความวิปริตเหมือนกับ"ซีอุย"เจ้าตำรับมนุษย์กินคนเมื่อ 50 ปีก่อน
"ซีอุย"หรือนายซีอุย แซ่อึ้ง ชาวจีนโพ้นทะเล เป็นตำนานแห่งความวิปริตและโหดเหี้ยมที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้นมาในเมืองไทย
มีเด็กชายและหญิงอย่างน้อย 7 คนตกเป็นอาหารของมนุษย์วิปริตรายนี้ ซึ่งมีความเชื่อว่ากินเครื่องในคนแล้วจะมีกำลังวังชาแข็งแรงกว่าปกติ
ซีอุยอาละวาดสร้างความผวาไปทั่วประเทศระหว่างปีพ.ศ.2497-2501 ก่อนที่จะถูกจับกุมและประหารชีวิตในเวลาต่อมา
ใครจะคาดคิดว่า 50 ปีผ่านไปจะเกิดเหตุทำนองเดียวกันขึ้นอีก!??
เรื่องราวของซีอุย 2 เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านกุดโดน ม.7 ต.โนนสะอาด อ.คอนสวรรค์ กลุ่มหนึ่งเดินผ่านทุ่งหญ้าร้าง แทบช็อกเมื่อพบศพเด็กชายในชุดนักเรียนนอนหงายหน้าเสียชีวิตอยู่
เป็นการเสียชีวิตสยดสยองที่สุดเท่าที่เคยมีการพบเห็น เพราะหนูน้อยถูกมีดผ่าท้องควักเอาตับไตไส้พุงออกมากองอยู่ข้างนอก!!!
พ.ต.ต.เฉลิม ฦาชา สารวัตรเวรสภ.อ.คอนสวรรค์ นำกำลังเดินทางมาที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้ง สิ่งที่พบทำให้ทุกคนต้องตัวแข็งทื่อ
ด.ช.ลิขิต ถูกฆาตกรวิปริตจับมัดมือไพล่หลัง ลำคอมีรอยถูกรัด ศีรษะถูกทุบอย่างแรง หน้าอกมีรอยมีดแทงทะลุกลางหลังเป็นแผลขนาดใหญ่ บนลำตัวมีลำไส้กองใหญ่วางอยู่ บางส่วนพันไว้กับกอหญ้า
ที่สร้างความประหลาดใจให้แพทย์เพราะไม่พบตับและหัวใจ แถมมีอวัยวะบางส่วนมีรอยเหมือนถูกฟันกัด!??
ระหว่างนั้นพ่อแม่ของ ด.ช.ลิขิตทราบข่าวร้ายรีบมาดูลูกชาย เมื่อเห็นสภาพทั้งคู่เข้าไปกอดศพและร่ำไห้จนเป็นลม
ตำรวจสอบถามชาวบ้านให้การว่าเห็น ด.ช.ลิขิต ครั้งสุดท้ายเมื่อเย็นวานนี้ โดยเดินเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุพร้อมกับนายสุริยา พี่ชาย ก่อนหายตัวไปกระทั่งมาพบเป็นศพสยอง
ส่วนนายสุริยาก็ยังไม่มีคนพบเห็นเช่นกัน ถึงตอนนี้ชาวบ้านและญาติพี่น้องเริ่มสงสัยว่า หรือฆาตกรโหดจะเป็นพี่ชายของเหยื่อเอง!??
จากคำให้การตำรวจเริ่มสงสัยเช่นกัน เพราะนายสุริยาเคยมีประวัติเป็นโรคประสาทต้องเข้ารักษาตัวเนื่องจากชอบกินเครื่องในสัตว์ดิบๆ
จนเมื่ออาการดีขึ้นพ่อแม่ก็รับกลับมาอยู่บ้าน แต่ต่อมายังเสพยาจนอาการกำเริบแต่ไม่รุนแรงนัก จนเมื่อเร็วๆนี้บ่นว่าอยากกินเครื่องในคน เพราะกินของสัตว์เบื่อแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจเพราะคิดว่าพูดไปตามประสาคนสติไม่ดี
แต่ถึงตอนนี้ไม่น่าจะเป็นการพูดอย่างเดียวแล้ว!!!
อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาตำรวจและชาวบ้านที่ออกกันตามหาก็พบนายสุริยา นั่งเหม่อลอยอยู่บริเวณเถียงนาห่างจากจุดพบศพไม่มากนัก
สภาพที่เห็นมั่นใจได้ว่าไอ้หมอนี่เป็นฆาตกรแน่ เพราะเนื้อตัวเปรอะไปด้วยเลือดสดๆ และเมื่อค้นตัวยังพบเครื่องปรุงประเภทพริกไทย เกลือป่นซุกอยู่ด้วย
ตำรวจคุมตัวซีอุย 2 มาสอบปากคำซึ่งให้การวกไปวนมา แต่จับใจความได้ว่าเป็นคนลงมือฆ่าน้องชายเพราะอยากลองกินเครื่องในคน
วันเกิดเหตุคือวันที่ 25 สิงหาคม หลังจากน้องชายเลิกเรียนถึงบ้าน ก็ชวนออกมาหาพ่อแม่ที่ทำงานอยู่ในสวน ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เปลี่ยวนายสุริยาก็ใช้ท่อนไม้ทุบหัวน้องชาย ก่อนจับมัดมือ-เท้า และใช้เชือกรัดคอแขวนกับต้นไม้!!!
ก่อนที่จะเริ่มลงมือผ่าท้องควักเครื่องในออกมา โดยนำไปล้างในโอ่งน้ำใกล้ๆกัน ก่อนเหยาะเครื่องปรุงเพิ่มรสชาติ จากนั้นก็ปล่อยศพลงจากต้นไม้ แอบมานั่งกินอยู่ที่เถียงนา จุดที่ตำรวจเจอตัวนั่นเอง
ตำรวจแม้จะจับกุมนายสุริยา แต่ก็ต้องส่งไปตรวจสภาพจิต ซึ่งดูแล้วเข้าข่ายโรคประสาทอย่างรุนแรง
พฤติกรรมของนายสุริยา ถูกนำไปเปรียบเทียบกับต้นตำรับฆ่าเด็กกินหัวใจและตับไตที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทยคือ"ซีอุย" หรือนายซีอุย แซ่อึ้ง ชาวจีนโพ้นทะเล ที่เข้ามาอยู่เมืองไทยเมื่อ 50 กว่าปีก่อน
ซีอุยสร้างตำนานวิปริตสุดสยองด้วยการลวงเด็กชาย-หญิงไปฆ่าผ่าท้องควักตับไตไส้พุงออกมาต้มกิน!!!
ระหว่างปีพ.ศ.2497-2501 ซีอุยก่อเหตุถึง 7 คดี เป็นคดีฆ่า 6 คดีและพยายามฆ่า 1 คดี เหยื่อเป็นเด็กหญิง 6 คนและชาย 1 คนอายุระหว่าง 5-10 ขวบ
โดยคดีสุดท้ายคือฆาตกรรมด.ช.สมบุญ บุณยกาญจน์ อายุ 8 ขวบ ที่ต.เขาไผ่ อ.เมืองระยอง เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2501
คดีนี้เป็นคดีเดียวที่มีพยานหลักฐานชัดเจน และจับได้ขณะที่ซีอุยพยายามทำลายศพ กระทั่งนำไปสู่คำสารภาพในคดีอื่นๆอีก 6 คดีก่อนหน้านี้!??
ก่อนที่ซีอุยจะถูกจับกุมมีเด็กชาย-หญิงหลายจังหวัดถูกฆ่าผ่าท้อง แต่ไม่มีเบาะแสสาวไปถึงฆาตกรแม้แต่ครั้งเดียว
มีเพียงรายแรกซึ่งเป็นรายเดียวที่รอดชีวิตมาได้ โดยหลบหนีเข้าไปในป่าไผ่ทำให้ซีอุยตามเข้าไปไม่ได้ แจ้งกับตำรวจว่าฆาตกรเป็นคนจีน รูปร่างสันทัด ตัดผมสั้นเกรียน
แต่เพลานั้นเป็นช่วงที่มีชาวจีนนั่งเรือ หนีความยากจนจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเมืองไทยจำนวนมาก และแทบทุกคนมีลักษณะคล้ายกับคนร้ายที่เหยื่อให้การ
จนมาถึงรายของด.ช.สมบุญ ซึ่งซีอุยมาทำงานสวนกับพ่อแม่ของเหยื่อ และเพียง 5 วันเท่านั้นซีอุยก็ลงมือขณะที่อยู่กับเด็กเพียงลำพัง จนเมื่อพ่อ-แม่เด็กกลับมาถึงบ้านและไม่พบทั้งลูกชายและลูกจ้าง!??
ตำรวจออกติดตามจับกุมซีอุยได้ขณะพยายามทำลายศพเด็ก จึงคุมตัวมาสอบสวนผ่านล่าม ซึ่งซีอุยให้การสารภาพและยอมรับอีก 6 คดีที่ก่อเหตุเอาไว้ด้วย
และเมื่อตำรวจเรียกเด็กหญิงคนแรกที่รอดคมมีดมาดูตัว ก็ชี้ยืนยันว่าซีอุยคือคนร้ายที่พยายามสังหารเธอ!??
จากคำให้การของซีอุย พบว่าขึ้นเรือจากเมืองซัวเถาเข้าเมืองไทยทางต.ทับสะแก จ.ประจวบฯ เมื่อปีพ.ศ.2489 โดยมีญาติที่หลบหนีมาก่อนมารอรับและทำเรื่องรับรองให้อยู่เมืองไทยได้
จากนั้นซีอุยก็เดินทางไปโน่นมานี่หลายจังหวัด ก่อนที่จะย้อนกลับมาปักหลักช่วยทำสวนกับญาติที่ต.ทับสะแก อ.เมือง จ.ประจวบฯ
ที่นี่เองซีอุยลงมือฆ่าเด็ก 3 ราย และพยายามฆ่า 1 ราย
รายแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2497 ซีอุยพยายามฆ่าด.ญ.บังอร ภมรสุต อายุ 8 ขวบ ขณะที่เด็กหญิงออกไปซื้อของในตอนค่ำ และถูกซีอุยดักฉุดจากนั้นพยายามแทงคอแต่เด็กดิ้นจึงไม่ถูกจุดสำคัญ ทำให้ซีอุยโมโหจับโยนเข้าไปในกอไผ่ พลอยทำให้ตัวเองไม่สามารถตามเข้าไปทำร้ายได้!??
ถัดมาวันที่ 9 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ซีอุยลงมือสำเร็จด้วยการฆ่าด.ญ.นิด แซ่ภู่ อายุ 10 ขวบ ซีอุยใช้ขนมล่อเด็กออกมาจากงานวัดแห่งหนึ่ง ก่อนอุ้มเข้าป่าแทงคอจนเสียชีวิต และผ่าท้องควักเอาหัวใจกับตับกลับมาต้มกินที่บ้าน
รายที่ 3 คือด.ญ.ลิ้มเฮียง แซ่เล้า อายุ 9 ขวบ ชาวต.ทับสะแกเช่นกัน ถูกฆ่าลักษณะเดียวกับรายที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ปีเดียวกัน
ถัดมาวันที่ 27 ตุลาคม ปีเดียวกัน ซีอุยก็ลงมือสังหารด.ญ.หงั่น แซ่ลี้ อายุ 10 ขวบ ที่ต.สามร้อยยอด
จากนั้นซีอุยหลบหนีออกจากพื้นที่เข้ากรุงเทพฯ และก่อเหตุอีกครั้งบริเวณสถานีรถไฟสวนจิตรลดา ด้วยการฆ่าด.ญ.ลี่จู แซ่ตั้ง อายุ 5 ขวบ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน นับเป็นเหยื่อรายที่ 5
ซีอุยหนีจากกรุงเทพฯมาทำงานที่นครปฐม และก่อเหตุฆ่าเหยื่ออีกรายคือด.ญ.ซิ่วจู แซ่ตั้ง อายุ 7 ขวบ บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2500
แต่ฆาตกรต่อเนื่องที่โด่งดังที่สุดของเมืองไทย ก็ยุติบทบาทมนุษย์กินเด็กนานเกือบ 1 ปี ก่อนที่จะมาก่อเหตุครั้งสุดท้ายที่จ.ระยอง เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2501 กระทั่งถูกจับกุมได้
คำสารภาพของซีอุยนำมาสู่คำตัดสินประหารชีวิต และถูกยิงเป้าเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2502 ก่อนที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะทำเรื่องขอศพไปตรวจสอบสมอง
คณะแพทย์เก็บรักษาศพฆาตกรต่อเนื่องอยู่ในพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ ตึกอดุลยเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นที่เก็บหลักฐานทางคดีสำคัญๆมากมาย เช่น นวลฉวี ฯลฯ
แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือศพของซีอุยนั่นเอง จนมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า"พิพิธภัณฑ์ซีอุย"มาจนทุกวันนี้
สิ่งที่น่าสนใจในคดีซีอุย เกิดขึ้นในอีกหลายสิบปีให้หลัง มีการรื้อข้อมูลเก่าๆขึ้นมาตรวจสอบและตั้งคำถามว่า
"ซีอุยเป็นฆาตกรจิตวิปริต หรือเป็นเพียงแพะรับบาป"!??
โดยมีการจับพิรุธและตั้งข้อสังเกตคดีนี้หลายประการด้วยกัน เริ่มจากคำให้การที่สับสนของซีอุยเอง ตั้งแต่การเข้ามาเมืองไทยว่าขึ้นฝั่งไทยที่ต.ทับสะแก หรือกรุงเทพฯกันแน่
หรือการรับสารภาพในคดีก่อนที่จ.ระยอง อีก 6 คดี เพราะถูกหลอกหรือเป็นความเข้าใจผิดของซีอุย ว่าหากรับสารภาพไปแล้วจะถูกส่งตัวกลับประเทศจีนเท่านั้น!??
เนื่องจาก 6 คดีก่อนหน้านี้ตำรวจไม่มีหลักฐานใดๆระบุเลยว่าซีอุยคือฆาตกร นอกจากคำรับสารภาพของเจ้าตัวเท่านั้น
และคำรับสารภาพก็สับสน และบางเรื่องไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเกิดเหตุอีกด้วย!??
ไม่เพียงเท่านั้นในจำนวน 6 ศพที่ซีอุยก่อเหตุ มีบางศพที่ไม่ได้ถูกควักหัวใจและตับออกมากิน ซึ่งน่าจะผิดวิสัยในการฆาตกรรม เพราะระบุกันว่าซีอุยฆ่าเด็กเพราะต้องการกินอวัยวะภายใน
อีกจุดหนึ่งก็คือรอยต่อเรื่องเวลาระหว่างคดีที่ 6 กับคดีที่ 7 ทิ้งช่วงห่างกันนานเกือบ 1 ปี ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ซีอุยก่อเหตุถึง 6 คดีซ้อนๆในเวลาไม่ถึง 1 ปี
หรือ 4 คดีแรกที่เกิดยังต.ทับสะแก โดยเฉพาะคดีแรกที่เหยื่อรอดตายมาได้ กลับไม่มีความพยายามที่จะติดตามคนร้าย ปล่อยให้ซีอุยลอยนวลและอยู่ในพื้นที่ก่อเหตุอีก 3 ครั้งซ้อน
มีการตั้งข้อสังเกตไว้มากมายหลายเรื่อง และบางเรื่องหาข้อพิสูจน์ไม่ได้แม้ในปัจจุบันนี้
อย่างไรก็ตามฝ่ายที่เชื่อว่าซีอุยคือฆาตกรแน่นอน ยกสิ่งสำคัญที่สุดออกมาหักล้าง
ตั้งแต่ซีอุยถูกจับกุม ก็ไม่มีคดีวิปริตแบบนี้เกิดขึ้นอีกเลย!??
จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2547 หน้า 2
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว
Posted by Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY Library - Date :
29/8/2004
|
| |
|