| == สื่อกับความรุนแรง(17/12/47) ===
|
สื่อกับความรุนแรง
โครงการรณรงค์เพื่อลดความรุนแรง ทั้งความรุนแรงภายในครอบครัว และความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก เป็นโครงการที่ดีน่าสนับสนุน และควรจะเป็นโครงการได้รับการส่งเสริมและกระทำอย่างต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนทัศนคติและลดความรุนแรงในสังคมไทยลงบ้าง
แทบไม่น่าเชื่อว่าเมืองไทยที่ได้ชื่อว่าเมืองพระพุทธศาสนา จะมีสถิติความรุนแรงสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก สังเกตได้จากข่าวในสื่อมวลชนทุกแขนงจะเห็นได้ชัดถึงแนวโน้มของการใช้ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เช่น ข่าวตำรวจซ้อมผู้ต้องหา ชายผู้ถูกเด็กขโมยเงินตั้งศาลเตี้ยด้วยการตัดใบหูและอวัยวะเพศเด็ก พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยง หรือแม้กระทั่งข่าวคนดังทำร้ายร่างกายภรรยา
จากการรวบรวมคดีในศาลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงในเด็กและสตรีในปี 2547 พบว่ามีจำนวนมากกว่า 8,000 คดี เพิ่มจากปี 2544 จำนวน 4,000 คดี ในขณะที่ปี 2534 มีเพียง 2,000 คดี ยังไม่รวมเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่เป็นคดีความอีกจำนวนมาก
และข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคพบว่า ในปี 2546 มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรง 18,629 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 51 ราย หรือชั่วโมงละ 2 ราย เป็นเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี 189 ราย ถูกทำร้ายทางเพศ 83 ราย และเด็กชาย 384 ราย และได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ชีวิต 11 ราย
จากผลงานวิจัยพบว่า สาเหตุหลักของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเนื่องจากการเสพยาเสพติด ยาบ้า การดื่มสุรา จนเปลี่ยนพฤติกรรมไม่สามารถควบคุมตัวเอง จนกระทั่งฆ่าพ่อแม่ตัวเองได้ พฤติกรรมการเลียนแบบจากพ่อแม่ที่ใช้ความรุนแรงทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมนั้นโดยไม่รู้ตัว ความผิดปกติทางจิต ประสาท ความเครียดแล้วระบายที่ลูกและภรรยา รวมทั้งทัศนคติที่เชื่อว่าความรุนแรงสามารถแก้ปัญหาได้ ค่านิยมการชอบใช้ความรุนแรง เป็นต้น
แต่สาเหตุหลักที่ทำให้ความรุนแรงในสังคมไทยไม่ได้รับการแก้ไข เพราะหลายฝ่ายคิดว่าความรุนแรงเป็นเรื่องภายในครอบครัวคนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ให้ครอบครัวจัดการกันเอง เด็กจึงถูกพ่อแม่ทุบตีเมื่อเกิดความเครียด ภรรยากลายเป็นที่รองรับความรุนแรงเมื่อสามีเมาเหล้ากลับบ้าน ปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นเหมือนเรื่องปกติ เป็นเรื่องเคราะห์กรรมของผู้หญิงและเด็กเหล่านั้น
สาเหตุที่ทำให้คนไทยมีความเครียดและส่งผลให้เกิดความรุนแรงขึ้นในสังคมก็มีมากพออยู่แล้ว แต่สื่อมวลชนก็ยังแฝงความรุนแรงไว้โดยไม่รู้ตัว ทั้งละครไทย โฆษณา เกมออนไลน์ และสื่ออื่นๆ รอบตัว เช่น ละครไทยบางเรื่อง มีหลายฉากในละครที่เป็นฉากของการทำร้าย การฆ่าอย่างรุนแรงและสยดสยอง เลือดท่วมจอ โดยมีภาพให้ผู้ชมเห็นแทบจะทุกขั้นตอน
ความสมจริงสมจังของละครเป็นเรื่องที่ควรส่งเสริม แต่ฉากที่เกี่ยวกับความรุนแรงน่าจะต้องมีความพอเหมาะพอดี เพราะช่วงเวลาของละครหลังข่าวก็เป็นช่วงที่เด็กยังไม่นอน ยังอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เด็กอาจซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้นได้
โฆษณาสินค้าหลายยี่ห้อก็มีฉากความรุนแรง เช่น การตบตี การตบหน้าระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว หรือแม้กระทั่งมิวสิควิดีโอก็มีฉากการทำลายข้าวของและ การทำร้ายร่างกายให้เห็นอยู่เสมอ
อีกสื่อที่อยู่ใกล้ตัวเด็กที่สุดในสมัยนี้ก็คือเกมออนไลน์ ที่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการใช้ความรุนแรงทั้งสิ้น การฆ่าคู่ต่อสู้หรือศัตรูให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด ด้วยวิธีการต่างๆ เกมที่เด็กไทยติดกันงอมแงม เหล่านี้ก็เป็นอีกสื่อหนึ่งที่ทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรงในสังคมไทยมีมากพออยู่แล้ว อย่าให้เด็กและเยาวชนต้องถูกยัดเยียดและเพิ่มดีกรีของความรุนแรงจากสื่อที่อยู่รอบๆ ตัวอีกเลย
ข้อมูลข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 17 ธันวาคม 2547 หน้า 32
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม อ่านได้ที่ข่าวสด
.....คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY Library - Date :
17/12/2004
|
|