| == ตามติดชีวิต เด็กแว้น ซิ่ง-ซ่า-ยา-เซ็กซ์ แก๊งมอเตอร์ไซค์วัยรุ่น ===
|
ตามติดชีวิต "เด็กแว้น" ซิ่ง-ซ่า-ยา-เซ็กซ์ แก๊งมอเตอร์ไซค์วัยรุ่น
"ว้าเด็กบางพระอีกแล้ว"
เป็นคำอุทานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อพบว่าเด็กวัยรุ่น 2 คนผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ป่วนเมือง
ซึ่งพวกเขาจับกุมได้นี้คือเด็กบางพระ ซึ่งกระทำผิด และได้รับการขอจาก"ผู้ใหญ่"ให้ปล่อยตัวบ่อย ครั้ง!!!
"สกู๊ปแนวหน้า" วันนี้ยังเกาะติดงานวิจัย"แก๊งมอเตอร์ไซค์วัยรุ่นกับการเบียดขับ ทางสังคม"ซึ่งเป็นตอนต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว งานวิจัยชิ้นนี้เป็นผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้หญิงเก่งที่เข้าไปสัมผัสชีวิตเด็กแว้นในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นเวลา 3 ปี นับจากบรรทัดต่อไปนี้ ผศ.ดร.ปนัดดา เล่าผ่านงานวิจัยอย่างน่าสนใจว่า...
3.00 น.ของคืนหนึ่งในวันเสาร์ เด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินออกจากร้านอาหารด้านหน้า ดิสโก้เธคที่พวกเขานั่งดื่มเหล้ากันหลังจากเข้าไปเที่ยวในดิสโก้เธคแล้ว เด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นพากัน ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ 4 คัน ซ้อน 2 คนบ้าง ซ้อน 3 คนบ้าง ในขณะที่เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ขี่รถมอเตอร์ ไซค์ผ่านบริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เด็กรุ่นโต ในเด็กกลุ่มบางพระคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนพร้อม กับตะโกน"ขอให้พวกมึงตายโหง"และต่อด้วยการท้าทาย"แน่จริงมึงกลับมา" สิ้นเสียงตะโกนเด็กวัยรุ่นผู้ขับขี่กลุ่มนั้นก็หันกลับมาตะโกนด่าก่อนที่จะขี่รถมอเตอร์ไซค์ย้อน กลับมาด้วยความเร็วและแรงเด็กวัยรุ่นซุ้มบางพระ ส่วนหนึ่งปรี่เข้าไปหวังจะเอาไม้ตีกลุ่มคู่ อริบ้างก็ปาก้อนหินใส่ในทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด กระสุนปืนลูกซองถูกยิงออกมาจากปลาย กระบอกปืนวัยรุ่นต่างถิ่น ในขณะที่กระสุนปืนขนาด.38 จากปากกระบอกปืนเด็กซุ้มบาง พระที่อยู่ริมบาทวิถีนั้นยิงสวนไปยัง กลุ่มเด็กคู่อริลูกกระสุนพุ่งเข้าที่กลางศรีษะของคู่อริคน หนึ่งเสียชีวิต ส่วนเด็กซุ้มบางพระได้รับบาดเจ็บโดนกระสุนเฉี่ยวบริเวณเท้า 1 คน และเด็กผู้หญิง ที่อยู่ข้างๆ ผศ.ดร.ปนัดดา ในวันนั้นโดนกระสุนเฉี่ยวบริเวณหน้าผากระหว่างคิ้ว
หลังจากทราบว่าฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตขบวนการเคลียร์ก็เกิดขึ้นผ่านการให้ความช่วย เหลือของ"คนโต"การวิ่งเต้นระหว่างผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองทั้ง "ผู้ใกล้ชิดสาย ตำรวจ" และ "ผู้ใกล้ชิดสายโจร"ทำหน้าที่ประสานขอเคลียร์กับญาติผู้ตายโดยการยินยอมชดใช้ เงิน 8 หมื่นบาทและปิดคดีโดยทำสำนวนให้อ่อน จนไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้ ในที่สุด ทุกอย่างก็จบ
"คอยดูนะพอเรื่องเงียบไอ้เจมันจะดังเลยทีนี้มันโตเลยเพราะมันผ่านการยิงคนตายแล้วไม่ ติดคุกมาแล้ว" ดูเหมือนว่าการยิงคนตายหรือการผ่านคุกมาแล้วนั้นจะเปรียบเสมือนพิธีกรรมที่ทำ ให้เกิดความชอบธรรมในการอ้างว่าตนเอง"โต"ซึ่งนั่นหมายถึงอำนาจและบารมีก็จะเกิดกับคนคน นั้นด้วย
ผศ.ดร.ปนัดดา ระบุว่าเหตุการณ์ยกพวกตีกันการทำร้ายกันในชุมชนแห่งนี้บ่อยครั้งที่ไม่มี การแจ้งความและบ่อยครั้งที่ผู้เสียหายไม่ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่สามารถปิดคดีได้เนื่องมาจากการใช้วิธีการเคลียร์ผ่านคนกลางที่มีอำนาจอย่างไม่เป็นทางการ อีกส่วนหนึ่งคือการ"ล้างแค้นตอบแทน"นั่นหมายความว่าผู้เสียหายเคยเป็นผู้กระทำผิดกับคู่กรณี มาก่อนความรุนแรงของเด็กวัยรุ่นต่างซุ้มที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นวัฒนธรรมกลุ่มย่อยที่สืบทอดต่อเนื่องและเป็นบริบทเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สมาชิกในซุ้มต้องมีผู้อุปถัมภ์ที่มีอำนาจมีอิทธิพลและมีทรัพ ยากรในการสนับสนุนพวกตนการให้ความเคารพต่อคนโตหรือผู้มีอุปถัมป์จึงกลายเป็นวัฒนธรรม อย่างหนึ่ง
ในวิถีชีวิตของเด็กวัยรุ่นนักบิดที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ตอนกลางคืนโดยมีรถมอเตอร์ไซค์เป็น พาหนะคู่ใจนั้นง่ายต่อการกระทำรุนแรงระหว่างกลุ่มเด็กวัยรุ่นด้วยกันและผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่นการ เขวี้ยงปาหิน การไล่ฟันด้วยมีด การยิงปืนใส่คู่อริ เป็นต้น
ผศ.ดร.ปนัดดา ระบุว่านอกจากความเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกายแล้ว ความเสี่ยงต่อ สุขภาพด้านอื่นๆก็เกิดขึ้น กับพวกเขาด้วยพวกเขาสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าใช้สารเสพติดและมีเพศสัมพันธ์ แบบฉาบฉวย หลังจากสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าพวกเขาก็เริ่มลองยาเสพติด เริ่มต้นจากกัญชา ต่อมาเสพ ยาบ้า"ลองกัญชาแล้วมันฮาดี มันมีความสุขแล้วแต่เราจะจินตนาการถึงอะไร จินตนาการให้มันฮาๆ มันก็มีความสุข" โก๋ ซึ่งเป็นหนึ่งในเด็กแว้น เล่าให้ฟังว่าช่วงก่อนวันเกิดเหตุที่เขาขี่รถชนคนนั้น เขาไปเสพยาบ้ามา "วันนั้นมันก็น่าจะเมายาด้วยนะมันกระวนกระวาย อยู่ไม่สุข อยากแต่จะ ขี่รถร่อนตลอดเลย"
ผศ.ดร.ปนัดดา เล่าผ่านงานวิจัยว่าการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงสาวทั้งในรูปแบบ ของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาและการมีเพศสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยเปลี่ยนคู่ กลายเป็นเรื่อง ปกติธรรมดาของการใช้ชีวิต บ่อยครั้งที่พวกเขาใช้กำลังตบตีกันถึงแม้ว่า บ่อยครั้งฝ่ายชายจะเป็น ผู้เริ่มต้นแสดงการกระทำที่รุนแรงก่อนแต่ก็มีหลายๆ ครั้งที่ฝ่ายหญิงเป็นผู้เริ่มต้นกระทำรุนแรงเช่น กัน การกระทำรุนแรงเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนในกลุ่มคุ้นเคย การใช้ชีวิตฉันสามีภรรยานั้นบางคู่ ก็อยู่กันโดยฝ่ายหญิงปกปิดความจริงกับผู้ปกครองและนำเงินที่ผู้ปกครองให้ใช้จ่ายในการเล่าเรียน และการเช่าหอพักอยู่มาใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกับหนุ่มคู่รัก บางคู่ก็อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยโดยพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายรับรู้และพวกเขาต้องหาเงินเลี้ยงดูกัน เองโดยส่วนใหญ่แล้วเด็กวัยรุ่นชายจะทำงานในโรงงานซึ่งงานส่วนใหญ่เป็นงานหนักและเสี่ยงต่อ สุขภาพ ส่วนเด็กวัยรุ่นหญิงจะทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ โคโยตี้ หรือพนักงานเสริบอาหาร มีเด็กวัย รุ่นส่วนหนึ่งที่ไม่คุมกำเนิดและฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ นั่นหมายความว่า เขาจะเป็นพ่อแม่คนตั้งแต่เขา มีอายุเพียง 16 ปี และมีส่วนหนึ่งทำแท้งเมื่อตั้งครรภ์
เมื่อจำนวนสมาชิกในซุ้มเพิ่มมากขึ้น มีการแตกแยกเป็นกลุ่มย่อยๆ ตามบุคลิกความสนใจ และการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกันถึงจุดนี้เส้นทางที่สมาชิกแต่ละลุ่มเลือกเดินมีความแตกต่าง กันอย่างชัดเจนมากขึ้น โดย ผศ.ดร.ปนัดดา แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ ไม่ตายก็ติดคุกเดินเข้าสู่เส้นทาง อาชญากรรมเต็มตัว, เข้าสู่กระบวนการกดขี่ขูดรีดแรงงานในโรงงาน ,เริ่มต้นมีครอบครัวที่ อ่อนแอและเปราะบาง , นักเที่ยวราตรี กลุ่มเสี่ยงทางการแพทย์ และ กลุ่มที่สร้างชื่อประกาศตน เป็นนักเลงโต และนักพนันรับจ้างทวงหนี้ คุมบ่อน
ในขณะที่เด็กซุ้มบางพระซึ่งถือว่าเป็นซุ้มใหญ่ซุ้มหนึ่ง คลายความแน่นแฟ้นของความ สัมพันธ์ระหว่างสมาชิกลง เด็กรุ่นใหม่ที่เลียนแบบวิถีชีวิตของรุ่นพี่ก็เกิดขึ้นโดยมีวิถีการใช้ชีวิต ที่ห้าว เสี่ยงและแรงยิ่งกว่ารุ่นที่ผ่านมา!!!
"โอ้โหพี่ ไอ้พวกนี้มันห้าวไม่ธรรมดานะ อายุ 14-15 มันพกปืนแล้ว มันขี่รถไล่ ยิงกันกลางถนน"
ผศ.ดร.ปนัดดา เล่าว่าคืนหนึ่งนั่งอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวริมบาทวิถีเด็กวัยรุ่นกลุ่มใหญ่อายุราว 15 ปีขี่รถกันมาด้วยความเร็ว เร่งเครื่องเสียงดัง แข่งกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ เด็กวัยรุ่นที่นั่งอยู่กับผศ.ดร.ปนัดดา พยักเพยิดให้ดูเป็นนัยว่า "เก๋ามั้ยล่ะ" เด็กเหล่านี้คือเด็กซุ้มขนส่งใหม่ หัวหน้าของเด็ก กลุ่มนี้เป็นลูกชายคนเล็กของทนายความ ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด เป็นที่โจษขานกันโดยทั่วไปว่า เข้าข้างลูกและช่วยเหลือลูกให้พ้นผิดมาโดยตลอด ตั้งแต่ลูกชายคนโต ลูกชายคนกลาง และลูกชาย คนเล็กตั้งแต่คดีทำร้ายร่างกาย ลักทรัพย์ ปล้นฆ่า แต่จนแล้วจนรอดกฎหมาย ไม่สามารถเอาผิด กับ เด็กวัยรุ่นทั้ง 3 คนได้ ทุกคืนหัวหน้าซุ้มจะพาพวกขี่รถร่อนในลักษณะรุนแรงเช่นนี้ นอกเหนือจาก ความห้าวคึกคะนองแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากฤทธิ์ของยาเสพติด ที่พวกเขาเสพหรือ บางครั้งก็ มาจากฤทธิ์ของสุรา "ผมว่าพวกผมเลวแล้ว ไอ้พวกนี้มันสุดๆกว่าผมหลายเท่า มันถือว่าพ่อมัน คุ้มกะลาหัว"
เมื่องานวิจัยชิ้นนี้ตกผลึก ผศ.ดร.ปนัดดา ได้สรุปข้อเสนอแนะถึงแนวทางแก้ปัญหา ไว้หลายข้อ อาทิ รื้อสร้างโครงสร้างความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ที่ส่งเสริมการกระทำที่รุนแรง ในกลุ่มเยาวชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัวกลุ่มเพื่อนชุมชนระบบงานยุติธรรมในสังคม อันประกอบด้วย ตำรวจ อัยการ ทนายความศาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการเมืองระดับชาติ และระดับท้องถิ่นและต้องพัฒนาความเข้มแข็งของระบบครอบครัว ชุมชน ระบบการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรมให้แก่เยาวชนอย่างเป็น ธรรม เท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างอัตลักษณ์ ที่เป็นคุณประโยชน์ ต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ นอกจากนี้ ควรกำหนดแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์ มาตรการต่างๆในการป้องกัน แก้ไข ปัญหาความเป็น "คนชายขอบ" ของเด็กวัยรุ่น โดยเปิดพื้นที่ทางสังคมและส่งเสริม "ทุน" ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมในกลุ่มเด็กเหล่านี้ และควรส่งเสริมระบบการมีส่วนร่วม และการรับผิดชอบของผู้ประกอบการภาคธุรกิจที่มีต่อการร่างวัฒนธรรมและผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพสังคมด้วย
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์แนวหน้ารายวัน ออนไลน์วันที่ 18 มีนาคม 2551
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่แนวหน้ารายวัน ออนไลน์.....คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by STY Staff/Thongpet Sabaihom
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY-Library - Date :
18/3/2008
|
|