| == ความรุนแรงของเด็ก ในประเทศอเมริกาและไทย(24/4/50) ===
|
ความรุนแรงของเด็ก ในประเทศอเมริกาและไทย
คดีสังหารหมู่นักศึกษา 33 ศพที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค รัฐเวอร์จิเนีย โดยนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ โช ซึง ฮุย อายุ 23 ปี ชั้นปีที่ 4 เอกภาษาอังกฤษ ได้ทำให้เกิดความตระหนกตกใจ อลหม่านกันครั้งใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
นายโชมีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรง เป็นโรคซึมเศร้า แยกตัวเอง ขาดเพื่อน ไม่มีสังคม รังเกียจนักศึกษาร่ำรวย ฟอนเฟะ พวกเสพสุขนิยม หมกมุ่นในเรื่องความรุนแรงต่อต้านสังคม นิยมบูชาการแก้ไขปัญหาด้วยอาวุธปืน ค้อน มีด และอื่นๆ
นี่มิใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่นักเรียนนักศึกษาใช้ปืนสังหารหมู่อาจารย์และเพื่อน แต่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้วหลายครั้ง
ในกรณีนี้อาจมีสาเหตุมาจากการโยกย้ายครอบครัวของนายโชจากเกาหลีใต้มาปักหลักในอเมริกา ในฐานะยากจนขัดสน (Working Class) ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน ระบบการศึกษาที่ต้องแข่งขัน กดดัน เป็นผู้ชนะไม่ใช่ผู้แพ้
การปรับตัวเองเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ ความสับสนในเอกลักษณ์เด็ก 2 วัฒนธรรม เกาหลีและอเมริกา ความบ้าคลั่ง การถูกกระทำ เหยียดหยาม การกดดัน (push) วัฒนธรรมเหยียดผิว (Racism)
การเห็นตัวอย่างของการสังหารหมู่หลายครั้งหลายครา การไม่มีคนรักที่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง การมองเห็นความแตกต่าง ความไม่เป็นธรรมในสังคมทุนนิยม องค์ประกอบต่างๆ
เหล่านี้ล้วนสร้าง ก่อตัวความรุนแรงให้เกิดขึ้น จากการเจ็บป่วยขั้นต้นทางจิตจนพัฒนาขึ้นเป็นอาชญากรรมที่เคียดแค้น ควบคุมตนเองไม่ได้ในที่สุด
นักศึกษาที่เก็บตัวเอง เงียบขรึม ไม่มีพื้นที่ ขาดคนรอบข้างที่เข้าใจ มีความคับข้องและสับสน มีทางออกต้องใช้ความรุนแรงในการระบายอารมณ์ เป็นชีวิตจริงของเด็กเอเชีย-อเมริกันจำนวนไม่น้อยทีเดียว ในฐานะพลเมืองประเภทสองที่ต้องต่อสู้อย่างหนักหน่วงในสังคมอเมริกันผิวขาวซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ
สิ่งที่ยังเปิดกว้างในสังคมอเมริกัน คือ เป็นประเทศต้นทางของอุตสาหกรรมอาวุธปืน ยุทธปัจจัยทางสงคราม เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการหล่อเลี้ยงการเมืองที่แทบแยกไม่ออก อาวุธปืนจึงหาง่าย ราคาถูก การซื้อขายครอบครองมีระบบขออนุญาตและตรวจสอบง่ายดายมาก เด็กอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถจัดหาซื้อปืนได้ในเวลาไม่กี่วัน ถูกกฎหมายและแทบไม่จำกัดจำนวน
สภาพสังคมอเมริกันในปัจจุบันแม้นจะมีความเจริญก้าวหน้าล้ำยุคทุกด้าน เป็นมหาอำนาจของโลกตะวันตก แต่ปัญหาสังคมวัยรุ่นก็มีมากมาย ปัญหายาเสพติด เหล้า เพศ ความรุนแรง การข่มขู่ การใช้อาวุธทำร้ายกัน การใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย สนุกสนานเต็มที่ในวัยเรียน ฯลฯ
กรณีของนักศึกษาเกาหลีแม้นจะเป็นข่าวโด่งดัง มีการใช้ปืนสังหารหมู่ 33 ศพ อย่างเหี้ยมโหด คงไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมสร้างอาวุธ วัฒนธรรมมีปืนไว้ในครอบครอง และความเป็นปัจเจกบุคคลของชนชาวอเมริกันได้มากนัก
ผู้เขียนเชื่อว่าอาจจะมีเหตุการณ์รุนแรงกว่านี้ตามมาอีกก็เป็นได้ ถ้าสังคมอเมริกันยังไม่ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง
เหตุการณ์นี้จะเป็นตัวอย่างให้มีการเลียนแบบมากขึ้น และแพร่กระจายไปหลายประเทศทีเดียว
สำหรับประเทศไทยเราคงไปไม่ถึงจุดนั้น เนื่องจากสาเหตุหลายประการ คือ เรามีหนทางสังคมอยู่มาก เราไม่เหยียดผิวรุนแรง ครอบครัวยังอบอุ่นระดับหนึ่ง มีฐานรากทางศาสนา วัฒนธรรมอยู่บ้าง อาวุธปืนยังหายากอยู่
แต่จุดร่วมที่คล้ายคลึงกันของเด็กไทยและอเมริกัน คือ ความรุนแรงในพฤติกรรมเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ ในปัจจุบันนี้มีเหตุการณ์รักแรง หึงหวง ใช้อาวุธปืนยิงคู่รักและเพื่อนตายหลายกรณี
ผู้อ่านคงจำเหตุการณ์นักเรียนในจังหวัดทางภาคใต้แห่งหนึ่งขโมยปืนพ่อไปยิงเพื่อนสาวและเพื่อนๆ ตายและบาดเจ็บหลายคน
รัฐบาลยุคนั้นตื่นตัวตั้งคณะกรรมการแก้ไขความรุนแรงระดับชาติมาจากหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายก็จบในห้องประชุม มีเอกสารรายงานการประชุม วิธีการแก้ไขมากมาย สุดท้ายก็เป็นไฟไหม้ฟาง แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
แต่ความรุนแรงในกลุ่มเด็กและเยาวชนกลับเพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ และใกล้รอวันระเบิดอีกครั้ง
ผู้เขียนอยากเตือนแรงๆ ว่าเหตุการณ์นักศึกษาเกาหลีสังหารหมู่ 33 ศพ นำมาซึ่งความเศร้าทั่วโลก แต่ก็มีเด็กและเยาวชนใกล้ป่วยทางจิตสะใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน รีบหาทางป้องกันอย่างยั่งยืนก่อนที่เราจะเสียใจกันทั่วประเทศ
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ ฉบับวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10636 หน้า 7
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่มติชนออนไลน์......คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by STY Staff/Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital
Posted By: STY Library - Date :
24/4/2007
|
|