| == เมื่อสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ความรู้สึกใดที่ทรมานใจ?(24/2/50) ===
|
เมื่อสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ความรู้สึกใดที่ทรมานใจ?
ไม่ว่าใครก็ "หนีความตาย" ไม่พ้น บางคนอาจจะเคยสัมผัส "ความทรมานใจ" จากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักภายในครอบครัว พร้อมรู้รสชาติความรู้สึกนั้นมาแล้วว่า ทุกข์ทรมานเพียงใด?
ที่สำคัญคือ เราจะเผชิญและผ่านช่วงเวลาเศร้าโศกนั้นไปได้อย่างไร? เชื่อว่านี่น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่หลายคนอยากรู้ ถึงแม้วันนี้เราจะไม่มี "คำตอบสำเร็จรูป" แต่ก็มีข้อมูลที่น่าจะมีประโยชน์ไม่น้อย จากการศึกษาของนักจิตวิทยาที่พบว่า "ความคิดถึง" อาลัย อาวรณ์ อยากให้บุคคลอันเป็นที่รักฟื้นกลับมา นั่นต่างหากคือ ความรู้สึกที่เป็น "ประเด็นใหญ่" ที่ทำให้ผู้สูญเสียคนรัก หรือคนในครอบครัวที่สิ้นอายุขัยด้วยสาเหตุธรรมชาติ อาทิ เจ็บป่วยตาย หรือแก่ตาย รู้สึกทุกข์ทรมาน ไม่ใช่มาจากความรู้สึก "ซึมเศร้า หดหู่" เหมือนที่มีความเชื่อ และผลการศึกษาก่อนหน้านี้ระบุไว้
"การพุ่งประเด็นไปที่ความรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ เป็นการเข้าใจผิด เพราะที่จริงแล้ว ความคิดถึง อาลัย อาวรณ์อยากให้คนที่ตายไปแล้วกลับมา นั่นล่ะคือความรู้สึกที่เด่นชัดมากในภาพรวมของความรู้สึกทั้งหมด และเป็นความรู้สึกที่คุณอาจมองข้ามไป และเมื่อคุณแก้ไม่ถูกจุด คุณก็หาทางหลุดออกจากความรู้สึกนั้นไม่พบ" ฮอลลี่ พริเกอร์สัน บรรณาธิการอาวุโส และผู้อำนวยการศูนย์ดาน่า-ฟาร์เบอร์ เซ็นเตอร์ เพื่อการวิจัยและเยียวยาด้านสุขภาพจิตให้สัมภาษณ์ ถึงผลการศึกษาที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อเมริกันฉบับกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นผลการศึกษาจากการร่วมมือกันของหลายสถาบัน นอกจากศูนย์ดาน่า-ฟาร์เบอร์ เซ็นเตอร์ แล้วยังมีผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเยล, มหาวิทยาลัยนิว เฮฟเว่น, มหาวิทยาลัยคอนเนคติคัต ฯลฯ ที่ใช้เวลากว่า 2 ปีไปสัมภาษณ์เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 233 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สูญเสีย "คู่ชีวิต" ที่สิ้นอายุขัยด้วยสาเหตุธรรมชาติ แล้วก็พบว่า ผู้สูญเสียจะมี "ลำดับ" ความรู้สึกเป็นไปตามทฤษฎีความเศร้าของ ดร.เอลิซาเบธ คูเบลอร์-รอส ที่ได้เขียนไว้เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วโดยระบุว่า พอสูญเสียคนรักไป ผู้สูญเสียก็จะเกิดความรู้สึกยังไม่เชื่อ ไม่ยอมรับว่า นั่นคือความจริง จากนั้นก็จะมีความรู้สึกคิดถึง อาลัย อาวรณ์มาก จากนั้นก็จะรู้สึกโกรธ ตามมาด้วย ความรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และยอมรับความจริงได้ในที่สุด!!!
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเสียชีวิตนั้นมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ หรือการเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุเหล่านี้ในจำนวนผู้สูญเสียทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาประมาณร้อยละ 6 ผู้สูญเสียจะมีความรู้สึกไม่เชื่อ ไม่ยอมรับความจริง และอารมณ์โกรธค่อนข้าง "รุนแรง" และยอมรับความจริงได้น้อยกว่าผู้สูญเสียคนรักจากสาเหตุธรรมชาติ
ทั้งนี้ ฮอลลี่ พริเกอร์สัน ได้กล่าวถึงผลการศึกษาชิ้นนี้ว่า หวังจะให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องดูแลช่วยเหลือ เยียวยาความรู้สึกของบุคคลผู้สูญเสีย ให้พุ่งความสนใจไปดูแลจัดการความรู้สึกคิดถึง หวนหาก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งยังว่าความรู้สึกย่ำแย่ทั้งหลายควรจะลดลงภายในเวลา 6 เดือน หลังจากเกิดความสูญเสีย แต่ถ้าหากว่านานกว่านั้นแล้วผู้สูญเสียยังมีอาการต่างๆ เหล่านั้นอยู่ก็ควรต้องพาไปพบแพทย์ หรือนักจิตวิทยา เพื่อขอคำปรึกษาแนะนำต่อไป
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10577 หน้า 25
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่มติชนออนไลน์......คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by STY Staff/Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital
Posted By: STY Library - Date :
24/2/2007
|
|