== กรมสุขภาพจิต...ร่างกฎหมายบังคับรักษาผู้ป่วยจิตเวช(8/12/48) ===
กรมสุขภาพจิตหวังคลอดร่างกฎหมายบังคับรักษาผู้ป่วยจิตเวชปลายปีนี้

กรมสุขภาพจิตเร่งร่าง พ.ร.บ.สุขภาพจิต ให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ หวังบังคับรักษาผู้ป่วยจิตเวช 3 ลักษณะ ป้องกันการก่อเหตุรุนแรง “ลูกฆ่าพ่อ”

หรือกรณี “นส.จิตรลดา” เพราะโรคกำเริบ ย้ำการเสพยาเสพติดกระตุ้นโรคจิตกำเริบได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า อาการทางจิตจากยาเสพติดที่สังคมพึงระวัง กรณีปิตุฆาตที่ย่านวัดสุทธิวราราม กทม. และอีกรายที่จังหวัดกำแพงเพชรเสพยาบ้าก่อเหตุทำร้ายบิดาจนมือขาด อาการสาหัส และต่อมาเสียชีวิต

ทั้ง 2 เหตุการณ์เมื่อสอบสวนประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตเวชและเสพยาบ้าทำให้เป็นโรคจิตชนิดหวาดระแวง กลัวคนมาทำร้ายจึงลงมือทำร้ายบิดา ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 ถือว่าผู้ป่วยจิตเวชที่เสพยาเสพติดถือว่ามีสติ หากก่อเหตุจะต้องรับโทษตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานั้นยังไม่มีกฎหมายที่จะบังคับรักษาผู้ป่วยจิตเวชเหล่านี้ จึงเสี่ยงที่จะก่อเหตุรุนแรงเพราะพยาธิสภาพของโรค ดังนั้น กรมสุขภาพจิตจะเร่งร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิตให้เสร็จภายในปีนี้ โดยนำร่างของพรรคชาติไทยที่มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.พรรคชาติไทย เป็นแกนนำมาพิจารณาร่วมกันด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้คือการบังคับรักษาบุคคล 3 ลักษณะ คือ 1.บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตรุนแรง 2.บุคคลที่มีพฤติกรรมที่น่าก่ออันตราย และ 3.ผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อน ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อตนเองและสังคม เช่น กรณีของ น.ส.จิตรลดา ที่ก่อเหตุแทงนักเรียน หากมีกฎหมายนี้สามารถบังคับรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชได้ทันที

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือจากญาติ หากพบผู้มีอาการทางจิตเวช มีพฤติกรรมผิดจากปกติ แยกตัว โดดเดี่ยว หวาดระแวง วิตกกังวล ควรนำไปพบจิตแพทย์เข้ารับการบำบัดรักษา

ทั้งนี้ โรคจิตจากเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าในประเทศไทยเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงมาก หลังจากการระบาดของยาบ้าทำให้มีผู้ป่วยโรคจิตจากเมทแอมเฟตามีนที่มีอาการรุนแรง จนจำเป็นต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชเพิ่มมากขึ้น

กรมสุขภาพจิตได้ศึกษาผู้ป่วยโรคจิตในกลุ่มนี้ที่มารับการรักษาครั้งแรกในโรงพยาบาลจิตเวช 8 แห่ง พบว่าหลังจากผู้ป่วยรับการรักษาด้วยยารักษาโรคจิตแล้ว ร้อยละ 41.6 อาการดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ และสามารถหยุดยารักษาได้ ถือว่ามีอาการเพียงระยะสั้น ในขณะที่ร้อยละ 39.6 อาการดีขึ้นภายใน 1 เดือน และร้อยละ 18.8 ที่มีอาการเรื้อรังนานกว่า 1 เดือน กว่าครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50 อาการโรคจิตกำเริบหลังเสพยาเสพติด


ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 ธันวาคม 2548 เวลา 18.45 น.


สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม อ่านได้ที่กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ...….....คลิกที่นี่ค่ะ.....



Posted by STY Staff/Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital Library

Posted By: STY Library - Date : 8/12/2005

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Name*
Email*

ความคิดเห็น *

  Type the characters shown in image for verification.

Top  |   About Us  |   Guestbook  |   Webboard  |   News  |   Search

Library of Sritanya Hospital © 2003 | Mission | Contact WebMaster