| == เตือนภัยขาเมาธ์ มือถือพาสมองเสื่อม(13/11/48) ===
|
เตือนภัยขาเมาธ์ มือถือพาสมองเสื่อม
"โทรศัพท์มือถือ ปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันที่อาจเป็นตัวพาหะนำอันตรายสู่ผู้ใช้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นิยมสื่อสารโดยผ่าน "มือถือ" คุณกำลังเข้าใกล้โรคร้ายมากมายที่จะเกิดขึ้นกับสมองของคุณ"
เกริ่นมาขนาดนี้จากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย จะไม่ให้เมินเฉยไม่สนใจได้อย่างไร
นอกจากนี้ ยังอ้างรายงานของคณะกรรมการพิเศษ สภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทโทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อทุกระบบ โดยศึกษาวิจัยการใช้โทรศัพท์มือถือผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว และได้ทยอยเปิดเผยรายงานวิจัยดังกล่าวออกมาเป็นระยะ
ล่าสุด เมื่อไม่กี่เดือนนี้นักวิจัยได้เปิดเผยผลการศึกษาในสัตว์ทดลองที่ศึกษามานานกว่า 7 ปี พบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือมีผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ของมนุษย์ ทำให้การซ่อมแซมดีเอ็นเอในร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ และมีความเป็นไปได้ว่าทำให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งที่สมอง จากการศึกษาดังกล่าวนักวิจัยได้นำไปศึกษาต่อในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งสมอง พบว่าเนื้องอกที่สมองมีความสัมพันธ์กับการใช้โทรศัพท์มือถือ กล่าวคือ พบว่าผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกในสมองจะเป็นข้างเดียวกับข้างที่ใช้โทรศัพท์ ถ้าถือโทรศัพท์มือถือข้างขวาก็เป็นเนื้องอกที่สมองข้างขวา และยังพบว่าในเนื้องอกนั้นมีเซลล์ลักษณะพิเศษที่พบเฉพาะในผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ
พ.อ.นพ.สุรเดช จารุจินดา คณะกรรมการการจัดงานประชุมวิชาการครบรอบ 84 ปี ของแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเตรียมบรรยายในหัวข้อ ผลกระทบจากโทรศัพท์มือถือจริงหรือไม่ ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ เปิดเผยว่า งานนี้เป็นการสัมมนาต่อเนื่องจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การศึกษาผลกระทบจากโทรศัพท์มือถือ" ของสภาสมาคมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวทท.) เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ที่ได้สรุปผลกระทบโทรศัพท์มือถือออกมาว่า โทรศัพท์มือถือใช้แนบไว้ที่หูครั้งละนานๆ เป็นเวลาหลายปี น่าจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้โดยตรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
โดยมีรายงานการวิจัยในหลอดทดลองพบว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากการรับ-ส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือซึ่งมีความถี่อยู่ในช่วงคลื่นไมโครเวฟ สามารถทำให้เกิดความร้อนและทำร้ายเซลล์ภายในเนื้อเยื่อบริเวณหู, ตา และสมอง ผลกระทบในระยะสั้น ผู้ที่ได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือจะทำให้เกิดอาการปวดหู ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว มึนงง ขาดสมาธิ และเครียด เนื่องจากระบบพลังงานในร่างกายถูกรบกวน
สำหรับผลในระยะยาว คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถืออาจทำให้เกิดโรคความจำเสื่อม เนื่องจากเนื้อเยื่อถูกทำลาย เกิดโรคมะเร็งสมอง เนื่องจากเนื้อเยื่อสมองมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมไปจากปกติ และทำให้เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
นอกจากนี้ จากรายงานการสรุปดังกล่าว ระบุว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ จะมีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถผ่านกะโหลกศีรษะของเด็กเข้าสู่เนื้อเยื่อสมองได้ลึกกว่าของผู้ใหญ่ รวมทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเติมน้ำมัน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ได้ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือทำให้เกิดประกายไฟที่จุดติดไฟกับน้ำมันได้
สำหรับวิธีการป้องกันอันตรายดังกล่าว ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องคุยนานให้สลับหูซ้ายหูขวา ควรใช้โทรศัพท์สายตรงจะปลอดภัยกว่า, ควรใช้อุปกรณ์ Small talk หรือ hand free ทุกครั้งเมื่อใช้โทรศัพท์มือถือ, หลีกเลี่ยงการให้เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบใช้โทรศัพท์มือถือ, หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ, หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเติมน้ำมันรถยนต์, ปิดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าไปในบริเวณที่มีการรับ-จ่ายน้ำมันและก๊าซ บริเวณที่มีการขนย้ายและเก็บเชื้อเพลิง หรือสารเคมี, ไม่ควรนำโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกง หรือคาดเอว หรือแขวนไว้ช่วงหน้าอก เพราะมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาจากเครื่องมือถือตลอดเวลา อาจทำให้เป็นมะเร็งเต้านม และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้
คำเตือน แบบนี้แม้จะมีข้อถกเถียงจากผู้ให้บริการว่าไม่จริ๊ง ไม่จริง แต่สำหรับประชากรชาวฮัลโหลในไทยที่มีมากกว่า 20 ล้านคน และจากทั่วโลกที่มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 1,400 ล้านคน แต่ก็อาจช่วยให้ใช้โทรศัพท์มือถือกันอย่างมีสติ อย่างน้อยก็จะได้ไม่เปลืองสตางค์กันมากเกินไป.
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ออนไลน์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2548
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม อ่านได้ที่ไทยโพสต์ออนไลน์ ...
.....คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted By Staffs./Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY Library - Date :
13/11/2005
|
|