== ระวังกินพาราเซตามอลบ่อยผู้หญิงเสี่ยงความดันสูง2เท่า(17/8/48) ===
ระวังกิน"พาราเซตามอล"บ่อย ผู้หญิงเสี่ยงความดันสูง2เท่า!

หมอมะกันวิจัยพบยาแก้ปวดพาราเซตามอลก่ออันตรายต่อผู้หญิง ใช้บ่อยเพิ่มโอกาสความดันสูงถึง 2 เท่า เช่นเดียวกับยา"ไอบูโพรเฟน" เร่งความดันกระฉูด 78% เสี่ยงเกิดอาการเลือดออกในกระเพาะ ลำไส้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมว่า จุลสาร "ไฮเปอร์เทนชั่น" ของ สมาคมโรคหัวใจอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลงานการศึกษาวิจัยของทีมแพทย์จากสำนักแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และโรงพยาบาลสตรี ไบรก์แฮม ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผู้หญิงที่รับประทานยาแก้ปวดที่มีขายทั่วไปอาทิ ไอบูโพรเฟน และ อาเซตามิโนเฟน(หรือ พาราเซตามอล) จะเสี่ยงต่อการเกิดอาการความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ยาดังกล่าว

งานวิจัยดังกล่าวซึ่งมีนายแพทย์จอห์น ฟิลลิป ฟอร์แมน เป็นหัวหน้าคณะใช้วิธีการเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงในกลุ่มตัวอย่างของการทดลอง 1,903 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมในการทดลองทั้งสิ้น 5,123 คน เป็นระยะเวลา 3-4 ปี แบ่งเป็น 2 กลุ่มอายุ คืออายุระหว่าง 34-53 ปีกลุ่มหนึ่งและอายุระหว่าง 51-77 ปี อีกกลุ่มหนึ่ง โดยผู้ที่เข้าร่วมในการทดลองไม่เคยมีประวัติเป็นโรคความดันสูงมาก่อนและได้รับการสอบประวัติซักถามทั้งสุขภาพโดยรวมและรูปแบบการใช้ชีวิต รวมทั้งยาต่างๆ ที่รับประทาน จากนั้นก็จะถูกเฝ้าระวังตลอดระยะเวลาของการทดลอง

นายแพทย์ฟอร์แมนแถลงผลวิจัยไว้ว่า การศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า ผู้หญิงซึ่งใช้ยาอาเซตามิโนเฟน หรือ พาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม หรือเท่ากับการกินยาไทลีนอลเพียง 1 เม็ดต่อวัน โดยเฉลี่ยแล้วจะมีโอกาสเกิดอาการความดันโลหิตสูงเพิ่มมากกว่าถึง 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ยาดังกล่าวทั้งใน 2 กลุ่มอายุ

ในกรณีที่ใช้ยาไอบูโพรเฟน ทีมวิจัยพบว่าผู้หญิงในกลุ่มอายุระหว่าง 51-77 ปีที่ใช้ยาดังกล่าวเฉลี่ยวันละ 400 มิลลิกรัมหรือมากกว่าขึ้นไปจะมีโอกาสเกิดอาการความดันโลหิตสูงขึ้นได้สูงกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ยาระหว่าง 78-80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้หญิงในกลุ่มอายุ 34-53 ปี นั้นการใช้ยาไอบูโพรเฟนในปริมาณเฉลี่ยต่อวันดังกล่าวจะเสี่ยงต่อการเกิดความดันสูงมากขึ้นกว่าผู้หญิงที่ไม่ใช้ยาถึง 60 เปอร์เซ็นต์

รอยเตอร์รายงานว่า ผลวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ยาซึ่งมีขายกันทั่วไปโดยไม่ต้องอาศัยใบสั่งยาจากแพทย์นั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ โดยอาจก่อให้เกิดอาการเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร กระเพาะและลำไส้ได้ นอกเหนือจากนั้นอาการความดันสูงก็อาจเกิดอาการหมดสติเพราะเส้นเลือดตีบ หรืออาการหัวใจวายได้

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ฟอร์แมนกล่าวด้วยว่า ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกการใช้ยาดังกล่าว เพราะเข้าใจดีว่าผู้ที่มีอาการเจ็บปวดก็ต้องได้รับการรักษา แต่งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้แต่ยาที่วางขายอยู่ทั่วไปซึ่งเข้าใจกันว่าไม่มีพิษภัยโดยสิ้นเชิงก็ก่อให้เกิดความเสี่ยง ก่อนหน้านี้เป็นที่เข้าใจกันว่ายาแก้ปวดจำพวกที่ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความดันและโรคหัวใจ ในขณะที่อาเซตามิโนเฟน หรือ พาราเซตามอล เป็นยานอกกลุ่มนอน-สเตียรอยด์ ชนิดเดียวที่เชื่อกันว่าไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในทำนองดังกล่าว แต่งานวิจัยของนายแพทย์ฟอร์แมนแสดงให้เห็นว่า ยาในกลุ่มนอน-สเตียรอยด์อย่าง ไอบูโพรเฟน และ อาเซตามิโนเฟน ก่อให้เกิดปัญหาความดันเลือดได้ เนื่องจากไปทำให้เซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดทำงานผิดปกติ

แพทย์หญิง คริสตี บัลแลนไทน์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหลอดเลือดของศูนย์โรคหัวใจ เมโธดิสต์ เดบาคีย์ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า ผลการวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าหากใช้ยาที่มีขายทั่วไปในปริมาณสูงเป็นประจำ ก็ต้องแน่ใจว่าได้แจ้งกรณีดังกล่าวให้แพทย์ประจำตัวรับทราบหรือไม่ก็ต้องเข้าไปตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ


ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 17 สิงหาคม 2548 หน้า 1



สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม อ่านได้ที่มติชนรายวันออนไลน์ ...….....คลิกที่นี่ค่ะ.....



Posted By: STY Library - Date : 17/8/2005

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Name*
Email*

ความคิดเห็น *

  Type the characters shown in image for verification.

Top  |   About Us  |   Guestbook  |   Webboard  |   News  |   Search

Library of Sritanya Hospital © 2003 | Mission | Contact WebMaster