| == เพื่อนม.6รับคึกคะนอง-ดิ่งเจ้าพระยาดับ1(1/7/48) ===
|
เพื่อนม.6รับคึกคะนอง-ดิ่งเจ้าพระยาดับ1
เพื่อนร่วมแก๊งกระโดดสะพานเผย "นาทีวิกฤติ" ก่อนโดดปมมาจากความคะนอง หาความตื่นเต้น ท้าทาย ประสาวัยรุ่น ระบุเพื่อนว่ายน้ำเก่ง กระโดดมาหลายสะพานแล้ว ก่อนกระโดดได้ร้องลาเพื่อน "โชคดี กูรักพวกมึง" แล้วกระโดดเอาอกลงพื้นน้ำ ก่อนจมหายไป เพื่อนโดดลงช่วยเจอน้ำเชี่ยวกับความเย็นจนเรือด่วนช่วยนำส่งฝั่ง ตำรวจชี้รูปคดีเป็นอุบัติเหตุ ขณะหมอห่วงเพื่อนในกลุ่มเกิดความกดดันหลังเหตุการณ์
จากเหตุการณ์ นายยงใจยุทธ มณีรัตน์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จมหายไปกับสายน้ำเจ้าพระยา หลังกระโดดสะพานกรุงธนบุรี (ซังฮี้) พร้อมกับเพื่อนอีก 5 คนเมื่อเย็นวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่เพื่อนถูกช่วยขึ้นมาได้ โดยมีรายงานข่าวบางกระแสเชื่อว่า เหตุดังกล่าวเป็นการกระโดดน้ำตาย มีสาเหตุมาจากการผิดหวังเรื่องความรัก จนเพื่อนซึ่งถูกชาวบ้านช่วยนำขึ้นฝั่งได้ พากันกระโดดลงไปช่วยนั้น
ผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม พบนายปอนด์ (นามสมมติ) นายท๊อป (นามสมมติ) และนายทอม (นามสมมติ) เพื่อนนักเรียนของนายยงใจยุทธ
นายท๊อป เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายยงใจยุทธมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าทุกคนในกลุ่ม มีความเป็นผู้นำกิจกรรม เปิดเผย ร่าเริง มีผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ไม่สุงสิงหรือคบเพื่อนหญิง แต่จะสนใจเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน โดยในกลุ่มพวกตนจะมีแต่เพื่อนผู้ชายประมาณ 10 กว่าคน และยังมีเพื่อนจากโรงเรียนอื่นที่สนิทสนมจากการเข้าค่ายร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน โดยเฉพาะเพื่อนกลุ่มที่อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนที่นายยงใจยุทธจะกระโดดสะพาน
"ก็เพื่อนกันทั้งนั้นแหละ ก็รู้จักกันหมด ที่อกหักเลิกกับแฟนก็มีแต่เกรียงศักดิ์ ไม่ใช่นายยงใจยุทธ และเหตุที่เกิดขึ้นผมว่าเป็นอุบัติเหตุมากกว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องฆ่าตัวตาย เพราะก่อนเกิดเหตุ นายยงใจยุทธยังโทรมาชวนพวกผมเหมือนกัน แต่ติดธุระกันเกือบทุกคน จึงไม่ได้ไปด้วย" นายท๊อป กล่าว
ที่ สน.บางโพ วันเดียวกัน นายรัฐพล (นามสมมติ) นักเรียนโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ และนายภาวิน (นามสมมติ) นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ เพื่อนผู้อยู่ในเหตุการณ์และร่วมกระโดดสะพานด้วย ได้เข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.จีรศักดิ์ ปัทมะทิน สารวัตรเจ้าของคดี สน.บางโพ โดยให้การว่า นายเกรียงศักดิ์เพื่อนร่วมกลุ่มที่เคยไปเข้าค่ายฝึกอบรม ได้โทรศัพท์ชวนเพื่อนไปนั่งเล่นที่สะพานกรุงธนบุรี กว่า 20 คน โดยมีนายยงยุทธไปนั่งเล่นด้วยเพราะเป็นทางผ่านกลับบ้าน
นายรัฐพล เล่าว่า พวกตนและเพื่อนนั่งเรียงแถวบนสะพานเล่าสารทุกข์สุกดิบกัน เพราะไม่ได้เจอกันนาน ผ่านไป 2 ชั่โมง ก็สนทนาเรื่องนายเกรียงศักดิ์ที่เพิ่งอกหักจากแฟนเศร้าโศกจนคิดกระโดดน้ำตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ถูกพวกตนกับเพื่อนห้าม แล้วก็ต่อยพร้อมอธิบายว่าฆ่าตัวตายไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร จนนายเกรียงศักดิ์เข้าใจ และยืนยันว่าไม่คิดจะทำอีก แล้วเอารูปแฟนออกมาฉีกแล้วโยนทิ้ง พร้อมทำท่าโล่งอก สบายใจ มากกว่าเดิม
นายรัฐพล เล่าต่อว่า จากนั้นนายยงใจยุทธกลับเงียบไป ไม่ค่อยพูดและเหม่อลอย เมื่อถูกเพื่อนชวนคุย นายยงใจยุทธก็เล่าว่าเคยกระโดดน้ำที่สะพานพระราม 5 และ 7 มาแล้ว ซึ่งทั้ง 2 สะพานมีความสูงกว่าสะพานนี้มาก แล้วชวนเพื่อนกระโดดลงแม่น้ำแล้วว่ายไปขึ้นฝั่งที่ท่าน้ำริเวอร์ไซด์ แต่เนื่องจากฝนตกปรอยๆ แล้ว ตนจึงห้าม แต่นายยงยุทธยังยืนยันคำเดิม พวกตนจึงใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเอาไว้
นายรัฐพล เล่าเพิ่มเติมว่า ก่อนกระโดดนายยงใจยุทธตะโกนว่า "โชคดี กูรักพวกมึง" เหมือนจะอำลา แล้วกระโดดลงไป เมื่อมองตามก็เห็นนายยงใจยุทธเอาหน้าอกกระแทกผิวน้ำอย่างแรง แล้วตะเกียกตะกายขึ้นมาเหมือนจุก แล้วจมหายไป จนเพื่อนตกตะลึง 1 นาทีผ่านไป นายภาวินกระโจนตามลงไปช่วย ตนและนายปอง นายณพล และนายเกรียงศักดิ์ ก็กระโดดตามลงไป แต่กระแสน้ำแรงมากและวนเชี่ยว แถมเย็นจัดจนตัวแข็งว่ายน้ำไม่ไหว จึงพยายามว่ายเข้าฝั่ง เกือบเอาชีวิตไม่รอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคำบอกเล่าทราบว่า นายปอง นายณพล และนายเกรียงศักดิ์ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจออกมาเป็นเลือด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระ หลังรับการพยาบาลแพทย์ให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ยังไม่สามารถไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
ส่วยนายรัฐพล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันงมหาร่างนายยงใจยุทธ ตอนนั้นมีพ่อแม่ของเขามาด้วย โดยพ่อของเขาได้ร้องโวยวายว่า "ไอ้ตั๋ง มึงขึ้นมาเลยนะ มึงขึ้นมาเลยนะ เรื่องเก่าสร้างปัญหาให้ยังไม่จบ สร้างเรื่องใหม่ให้อีกแล้ว" ตนฟังแล้วรู้สึกตกใจมาก ถามแม่ของนายยงใจยุทธดู ได้ทราบว่า พ่อของนายยงใจยุทธเป็นคนโมโหร้าย เวลาเครียดกับงานก็มักไปมาลงที่มารดานายยงใจยุทธอย่างไร้เหตุผล
"พอจะรู้ว่าเขามีปัญหากับพ่อ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องใด แต่เขาไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย และไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเพื่อน เชื่อว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เพราะเขาใช้หน้าอกกระแทกกับพื้นน้ำจนจุก ประกอบกับกระแสน้ำแรงสู้ไม่ไหวจึงพลัดหายไป ส่วนความเชื่อที่ว่าการกระโดดน้ำและกระโดดจากตึกสูงจะทำให้หายเครียดหรือหายทุกข์ใจ ผมในฐานะวัยรุ่นคนหนึ่งก็คิดว่ามีส่วน ที่จะทำให้หายเครียดได้ แต่ก็แค่กระโดดลงน้ำแล้วว่ายกลับเข้าฝั่ง ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย" นายรัฐพล ยืนยัน
ด้าน นายภาวิน อาย 16 ปี นักเรียน ร.ร.อัสสัมชัญ บางรัก 1 ใน 6 นักเรียนที่กระโดดจากสะพานกรุงธนบุรี กล่าวเช่นกันว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนในกลุ่มได้โทรศัพท์นัดเจอกันเวลา 17.00 น.บริเวณสะพานกรุงธนบุรี พานั่งเล่นบนสะพาน แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ ช่วงนั้นฝนเริ่มตกปรอยๆ สักพักมีตำรวจไปเตือนให้ระวังอันตราย แต่ไม่ได้ตำหนิอะไร พอฝนหยุด นายยงใจยุทธก็กระโจนลงน้ำไปก่อน ตนเห็นเพื่อนเหมือนจะจมน้ำ จึงพร้อมกับเพื่อนกระโดดลงไปช่วย แต่น้ำเชี่ยวมาก ช่วยไม่ได้ จึงพากันว่ายเข้าหาตอม่อสะพานช่วยตัวเองก่อน ขณะนายเกรียงศักดิ์และนายตองทำท่าจะจม พอดีเจ้าหน้าที่เรือด่วนเจ้าพระยาโยนห่วงช่วยไว้ได้ทัน
ส่วน ด.ต.สมัย นวลขำ ผบ.หมู่งานจราจร สน.บางโพ รหัส 603 ผู้เข้าไปเตือน เล่าว่า วันเกิดเหตุระหว่างที่ตนโบกรถอยู่กลางสะพานกรุงธนบุรี เวลา 17.45 น. จะต้องไปกดปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟช่องจราจรบนสะพาน ก็พบนักเรียนชายและหญิงประมาณ 20 คน เดินขึ้นไปบนสะพาน ขณะฝนเริ่มตกลงมาโปรยปราย มีนักเรียนชายบางคนปีนป่ายราวสะพานกั้น ขณะนักเรียนหญิงยืนถ่ายรูปเหตุการณ์อยู่ จึงเดินเข้าไปตักเตือนอย่าทำแบบนี้ เพราะอันตราย อาจจะตกลงไปข้างล่างได้
"นักเรียนชายบางคนตอบกลับมาว่า ไม่เป็นไรหรอกคุณตำรวจ พวกผมว่ายน้ำเป็นทุกคน ผมก็เตือนย้ำอีก พอฝนเริ่มตกหนักขึ้นผมก็ลงไปข้างล่าง แต่ไม่เห็นนักเรียนลงมา พอเวลา 18.15 น. ฝนหยุดตกจึงกลับขึ้นไปบนสะพานอีกครั้ง ก็เห็นนักเรียนบางคนกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะคนที่อยู่ข้างบนตะโกนวี้ดว้าย จึงชะโงกลงไปดูเห็นเรือด่วนเจ้าพระยาช่วยกันโยนห่วงให้นักเรียนชายที่ลอยคออยู่เหมือนกำลังจะจม เพราะกระแสน้ำพัดพาไปจนเกือบถึงหน้า โรงแรมริเวอร์ไซด์" ด.ต.สมัย กล่าว
พ.ต.ท.จีรศักดิ์ ปัทมะทิน สารวัตรเวรเจ้าของคดี กล่าวว่าจากการสอบปากคำเด็กทั้งสองร่วมกับพนักงานอัยการ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ แล้วได้ตัดประเด็นการฆ่าตัวตายออก เชื่อว่าเด็กกระโดดสะพานลงแม่น้ำ ซึ่งสูงกว่า 20 เมตร คงทำไปเพราะความคึกคะนอง ส่วนศพยังงมหาไม่พบและน้ำเชี่ยวมาก จึงต้องรอไปก่อนเชื่อว่าเด็กเสียชีวิตศพก็จะลอยมาเอง และช่วงพ่อแม่เด็กเดินทางมาให้ปากคำที่โรงพัก จะสอบถามดูว่ามีปัญหาครอบครัวหรือไม่
ด้าน พ.ต.ท.สมเกียรติ นิ่มไพบูลย์ รอง ผกก.หน.สน.บางโพ ประมวลรูปคดีว่า ผลการสอบสวนชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุและความคึกคะนองของเด็กวัยรุ่น เพราะนอกจากพยานแวดล้อมที่ไปช่วยเด็ก ยังมีตำรวจจราจรเล่าถึงเหตุการณ์ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องการฆ่าตัวตายประชดรัก จุดเกิดเหตุจากสะพานถึงแม่น้ำมีความสูงถึง 25 เมตร เด็กคนที่จมหายไปถึงแม้ร่างกายแข็งแรง แต่การกระโดดลงไปผิดท่าอาจเกิดอาการบาดเจ็บ ประกอบกับกระแสน้ำที่เชี่ยว อาจทำให้เสียชีวิตได้
สำหรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข ได้อ้างรายงานกรมสุขภาพจิต โดยเชื่อว่าเป็นอารมณ์ความคึกคะนองของวัยรุ่น ที่แสวงหาความท้าทายมากกว่า และได้สั่งการให้กรมสุขภาพจิตประสานไปยังโรงเรียนต้นสังกัดของเด็กกลุ่มนี้ ขอให้ทางโรงเรียนดูแลป้องกันไม่ให้เกิดการเลียนแบบ แต่น่าห่วงคือผู้หายไปหวังว่ายังมีชีวิตอยู่
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางทองม้วน มณีรัตน์ อายุ 46 ปี มารดาของนายยงใจยุทธ มณีรัตน์ ที่กระโดดสะพานกรุงธน ได้เดินทางมายังท่าเรือโรงแรมริเวอร์ไซด์ เพื่อเฝ้าคอยดูศพของลูกชาย ตามความเชื่อของหมอดูว่า ศพจะโผล่ขึ้นจากน้ำภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้
นางทองม้วน กล่าวว่า ได้ให้ญาติทางภาคอีสานดูหมอถึง 2 คน แต่ละคนต่างยืนยันว่า ศพของลูกชายติดอยู่ใต้ท่าเรือริเวอร์ไซด์จึงมาเฝ้าดู แต่ยังไม่พบว่าจะมีศพลอยขึ้นมา ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะลูกชายตนเป็นเด็กกำลังโต ร่าเริง และรักเพื่อน เขาเคยกระโดดสะพานพระราม 5 พระราม 6 และพระราม 7 มาแล้ว แต่สะพานแห่งนี้เพิ่งกระโดดเป็นครั้งแรก
ส่วน น.พ.ทศพร กล่าวว่า เพื่อนเด็กทุกคนต่างก็บอบช้ำและโทษตัวเองว่า ทำให้เด็กชายคนดังกล่าวเสียชีวิต และตนจะพาจิตแพทย์ไปคุยกับเด็กทั้ง 5 คน เพื่อรักษาสภาพจิตใจ และจัดโครงการนำจิตแพทย์ไปสำรวจเด็กแต่ละโรงเรียน เพื่อช่วยอาจารย์ฝ่ายแนะแนวเข้าชั่วโมงสอน พูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับปัญหาในปัจจุบัน
ข้อมูลข่าวจากหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึกออนไลน์ ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2548
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม อ่านได้ที่คม ชัด ลึกออนไลน์...
.....คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY Library - Date :
1/7/2005
|
|