== ความเครียดจากงานเป็นเหตุศก.อังกฤษสูญ(18/5/48) ===
ความเครียดจากงานเป็นเหตุ ศก.อังกฤษสูญปีละแสนล้าน

การ์เดียน - ความเครียดจากการทำงานที่มีมากเกินไป ทำให้พนักงานอยู่ในภาวะหดหู่และกังวลใจเกินเหตุ จนส่งผลกระทบทำให้ธุรกิจในอังกฤษขาดรายได้ราวปีละ 100,000 ล้านปอนด์ (กว่า 7.3 ล้านล้านบาท) ต่อปี

“ไมนด์” องค์กรการกุศลซึ่งทำงานด้านสุขภาพจิต เผยรายงานที่ไขปริศนาว่า เหตุใดปัญหาด้านสุขภาพจิตจึงกลายเป็นเหตุผลหลักที่คนระบุในการลางานแทนที่การปวดหลัง

รายงานของไมนด์แยกความเครียดเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือความเครียดที่ดี ซึ่งกระตุ้นให้คนอยากทำงาน และความเครียดเกินพอดี ซึ่งนำไปสู่ความเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งความเครียดประเภทหลังนี่เองที่เป็นสาเหตุของการสูญเสียวันทำงานราวปีละ 45 ล้านวัน และส่งผลให้พนักงานหลายคนทำงานได้ไม่เต็มที่แม้จะไม่ได้ลาหยุด

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด ได้แก่ เงื่อนไขการทำงานที่ไม่ดี เช่น การทำงานเป็นกะ ชั่วโมงงานยาวนานเกินไป ปัญหาการเดินทาง เสียงรบกวน กลิ่น แสง ปริมาณงานมากหรือน้อยเกินพอดี และยังมีปัญหาเรื่องบทบาทของพนักงานในองค์กรที่ไม่ชัดเจน เมื่อพนักงานไม่รู้แน่ชัดถึงความคาดหวังจากบริษัท สับสนเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของงาน และมีบทบาทหรือความรับผิดชอบทับซ้อนหรือขัดแย้งกับคนอื่น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้นบุคลิกภาพของคนแต่ละคน แนวโน้มที่จะมีความกังวลต่องาน หรือให้คนทำงานที่ไม่เหมาะกับบุคลิก ยกตัวอย่างเช่น คนที่กล้าแสดงออกอาจจะเครียดกว่าคนที่มีนิสัยเก็บตัว เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ไม่ได้พบปะผู้คน ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลก็อาจเป็นปัญหาได้ หากขาดความไว้วางใจกันและกัน ไม่มีการให้กำลังใจ หรือไม่สามารถชี้แจงปัญหาให้ใครฟังได้

ความเครียดลักษณะเช่นนี้จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งหากมีอาการเรื้อรังหรือรุนแรง ก็อาจนำไปสู่ความผิดปกติทางพฤติกรรม ทางจิต หรือทางร่างกาย

สัญญาณเตือนภัยของความเครียดระยะเริ่มแรก ได้แก่ อาการนอนไม่หลับ เหนื่อยล้า ใจสั่น ปวดท้อง หายใจไม่สะดวก และปวดศีรษะ ส่วนอาการทางจิตที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การไม่มีสมาธิ ขาดอารมณ์ขัน กังวลเกินเหตุ ขี้รำคาญ หรือแยกตัวจากสังคม

ไมนด์อ้างข้อมูลจากงานวิจัยอีกชิ้นว่า 20% ของคนที่ยอมรับว่ามีปัญหาความเครียดจากงานนั้น บอกว่าระดับความเครียดของตัวเองนั้น “มาก” หรือ “รุนแรง” ส่วนปัญหาเรื่องเครียดที่แพทย์พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ความหดหู่และความกังวล

ในการสำรวจล่าสุดของ “ซีบีไอ” บริษัทล็อบบีของอังกฤษ ซึ่งเก็บข้อมูลบริษัทกว่า 800 บริษัทพบว่า 81% ของพนักงานเห็นว่าเรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่บริษัทควรให้ความสำคัญ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีบริษัทเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ที่มีนโยบายในเรื่องนี้เป็นทางการ

ริชาร์ด บรูค ผู้บริหารของไมนด์ เรียกร้องให้มีการเปิดกว้างมากขึ้นเกี่ยวกับปัญหาความเครียดและสุขภาพจิตในที่ทำงาน "สภาพแวดล้อมในการทำงานซึ่งแข่งขันและกดดันในทุกวันนี้ ทำให้คนเปิดเผยปัญหาสุขภาพจิตหรือความเครียดกันโดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลต่อความก้าวหน้าทางอาชีพการงานของตัวเองได้ยากขึ้น"

ไมนด์เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบปฏิบัติในการทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถควบคุมงานตัวเองได้อย่างแท้จริง และสามารถจัดการปริมาณงานของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง พร้อมเรียกร้องให้มีการระบุบทบาท แจ้งความรับผิดชอบและความคาดหวังที่ชัดเจนแก่พนักงาน ควรกำหนดชั่วโมงการทำงานไม่ให้ยาวนานเกินไป และให้การสนับสนุนแก่คนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตด้วย


ข้อมูลข่าวโดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2548 21:01 น.

สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม อ่านได้ที่ผู้จัดการออนไลน์ ..….....คลิกที่นี่ค่ะ.....

Posted By: STY Library - Date : 18/5/2005

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Name*
Email*

ความคิดเห็น *

  Type the characters shown in image for verification.

Top  |   About Us  |   Guestbook  |   Webboard  |   News  |   Search

Library of Sritanya Hospital © 2003 | Mission | Contact WebMaster