== พบเล่น วิดีโอเกม กระตุ้นเด็กกินจุขึ้น ===
พบเล่น "วิดีโอเกม" กระตุ้นเด็กกินจุขึ้น



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2554 15:45 น.


นักวิจัยพบการเล่นวิดีโอเกมอาจทำให้เด็กผู้ชายกินจุขึ้นตลอดทั้งวัน

เอเจนซี – ผลศึกษาชี้เล่นวิดีโอเกมแค่ชั่วโมงเดียว อาจทำให้เด็กผู้ชายกินจุขึ้นตลอดทั้งวัน และนี่อาจเป็นข้อเท็จจริงหนึ่งที่สนับสนุนความเชื่อมโยงระหว่างเวลาที่ใช้หน้าจอกับโรคอ้วนของเด็กสมัยปัจจุบัน

การศึกษาเด็กชายวัยรุ่นที่มีน้ำหนักตัวปกติ 22 คน พบว่าเด็กกินอาหารกลางวันมากขึ้นถ้าเล่นวิดีโอเกมก่อนหน้านั้นเทียบกับที่พักผ่อนเฉยๆ ก่อนอาหารหนึ่งชั่วโมง

นักวิจัยรายงานไว้ในอเมริกัน เจอร์นัล ออฟ คลินิคัล นิวทริชันว่า โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กผู้ชายกินอาหารเพิ่มขึ้น 163 แคลอรี่เมื่อเล่นเกม

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่รู้คำตอบชัดเจนว่าวิดีโอเกมมีผลต่อรอบเอวเด็กอย่างไร แต่การค้นพบนี้สนับสนุนการศึกษาในอดีตหลายฉบับที่เชื่อมโยงการใช้เวลาหน้าจอทีวีและคอมพิวเตอร์กับภาวะน้ำหนักเกินของเด็ก

ฌอง-ฟิลิปปิ์ ชาปูต์ ผู้นำการวิจัยระบุว่า แม้การศึกษาในอดีตสังเกตรูปแบบต่างๆ และไม่ได้มุ่งพิสูจน์ต้นสายปลายเหตุ แต่สำหรับการศึกษาฉบับปัจจุบันต้องการทดสอบแนวคิดที่ว่า บางสิ่งเกี่ยวกับวิดีโอเกมอาจมีผลต่อพฤติกรรมการกิน

ทั้งนี้ ไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เหตุใดเด็กชายจึงกินจุขึ้นในวันที่เล่นเกม ชาปูต์ ที่ทำการวิจัยโรคอ้วนและรูปแบบการใช้ชีวิตในสถาบันวิจัยของโรงพยาบาลเด็กอีสเทิร์น ออนทาริโอในออตตาวา แคนาดา สำทับ

ชาปูต์เสริมว่า ไม่พบว่าระดับความหิวที่กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ระบุเอง หรือระดับฮอร์โมนที่กระตุ้นความอยากอาหารได้รับอิทธิพลจากการเล่นวิดีโอเกมแต่อย่างใด

ทีมนักวิจัยเชื่อว่า สาเหตุอาจมาจากผลจากความเครียดในจิตใจ ซึ่งการกินอาหารอาจตอบสนองสมองที่ต้องการ ‘รางวัล’

“และอาหารที่เด็กเหล่านั้นต้องการส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีน้ำตาลและไขมัน” ชาปูต์ตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า การวิจัยในอดีตของตนพบผลในลักษณะเดียวกันนี้จากการทำงานกับคอมพิวเตอร์

สำหรับการศึกษาปัจจุบัน ทีมของชาปูต์รับสมัครเด็กชายวัยรุ่นและพามายังห้องปฏิบัติการ 2 วัน โดยวันแรก เด็กจะเล่นวิดีโอเกมฟุตบอลตอนเช้า 1 ชั่วโมง ตามด้วยกินอาหารกลางวัน ส่วนอีกวัน เด็กนั่งเงียบๆ 1 ชั่งโมงก่อนกินอาหารกลางวัน

หลังมื้อกลางวันทั้งสองวัน เด็กชายจะกลับบ้านและมีหน้าที่ต้องบันทึกว่ากินอะไรไปบ้างหลังเที่ยง

โดยรวมแล้ว นักวิจัยพบว่าเด็กชายใช้พลังงานจากการเล่นวิดีโอเกมมากกว่าตอนนั่งเฉยๆ แต่อาหารที่กินชดเชยเข้าไปมีปริมาณมากกว่าพลังงานที่ใช้ไปเฉลี่ย 163 แคลอรี่

ทั้งนี้ ยังมีคำถามอีกมากมายหลายข้อ รวมถึงคำถามที่ว่าการค้นพบจากห้องปฏิบัติการสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้หรือไม่

ชาปูต์คาดว่า จำนวนแคลอรี่ที่เกินมาอาจมากกว่าในชีวิตจริง ที่เด็กมักเล่นวิดีโอเกมวันละหลายชั่วโมง และอาจกินอาหารขยะขณะเล่น

ในทางกลับกัน ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ปริมาณแคลอรี่ส่วนเกินที่พบในการศึกษานี้เป็น ‘ผลลัพธ์ที่แท้จริง’ ซึ่งอาจลดลงหากเด็กเล่นวิดีโอเกมเป็นประจำหรือไม่

แต่ถ้าวิดีโอเกมส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของเด็กอย่างสม่ำเสมอ ชาปูต์มองว่าจะเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะแม้อาหารส่วนเกิน 163 แคลอรี่ดูเหมือนเล็กน้อยมาก แต่ถ้าเป็นแบบนี้ไปนานๆ อาจมีผลใหญ่โตในระยะยาว

อนึ่ง เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพ โคคา-โคล่า 1 กระป๋องให้พลังงาน 90 แคลอรี่

ชาปูต์แนะนำให้พ่อแม่ผู้ปกครองพยายามจำกัดการใช้เวลาหน้าจอทีวีและคอมพิวเตอร์ของลูกๆ และหากิจกรรมการออกกำลังกายมาแทนที่

ปกติแล้วผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เด็กใช้เวลาหน้าจอไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน แต่งานวิจัยบ่งชี้ว่ามีเด็กน้อยมากที่ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าว

ชาปูต์ยังแนะนำให้พ่อแม่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก และใช้เวลาหน้าจอน้อยลง รวมทั้งชวนลูกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

กระนั้น เขาไม่ได้โทษว่าวิดีโอเกมเป็นสาเหตุของโรคอ้วนที่ระบาดในหมู่เด็กๆ

“การป้องกันโรคอ้วนมีความซับซ้อน นี่เป็นเพียงปัจจัยเดียวในภาพรวมเท่านั้น”

เขายังบอกอีกว่า คำถามหนึ่งสำหรับการศึกษาในอนาคตคือ วิดีโอเกมแบบ ‘แอคทีฟ’ เช่น เกมวีของนินเทนโด มีผลอย่างไรต่อสมดุลแคลอรีของเด็ก

ในด้านบวกนั้น เกมดังกล่าวทำให้ผู้เล่นเคลื่อนไหวและเผาผลาญพลังงานมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เกมเหล่านั้นส่งเสริมการกินมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับการออกกำลังกายแบบเดิมๆ เช่น ขี่จักรยาน และนั่นคือด้านลบ



ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2554 เวลา 15:45 น.


สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่ผู้จัดการออนไลน์คลิกที่นี่ค่ะ.....


Posted by STY Staffs /Bungon Jitrungsri
Srithanya Hospital


Posted By: STY Library - Date : 6/8/2011

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Name*
Email*

ความคิดเห็น *

  Type the characters shown in image for verification.

Top  |   About Us  |   Guestbook  |   Webboard  |   News  |   Search

Library of Sritanya Hospital © 2003 | Mission | Contact WebMaster