| == รุ้งหลังฝน-120ปี สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา ===
|
รุ้งหลังฝน-120ปี สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา
ในอดีตผู้คนที่มีความผิดปกติทางจิต ที่เรียกด้วยภาษาชาวบ้านอย่างเข้าใจง่ายว่า คนวิกลจริต หรือคนบ้า จะถูกจับเข้าไปรักษาที่ "โรงพยาบาลคนเสียจริต" ซึ่งเป็นชื่อแรกในการก่อตั้งโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกและโรงพยาบาลหลวงแห่งที่สองของประเทศ นับแต่ปีพ.ศ.2432 เป็นต้นมา
ไม่นานนักสถานที่แห่งนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงพยาบาลโรคจิตต์ ธนบุรี" แต่ประชาชนกลับเรียกจนติดปากว่า "โรงพยาบาลบ้า" หรือ "หลังคาแดง"
คำเรียกขานหลังคาแดงนั้น เนื่องมาจากหมอฝรั่งที่ มาให้การรักษาในโรงพยาบาลออกแนวคิดให้ทาหลังคา สังกะสีเป็นสีแดง จึงเป็นคำเรียกที่ติดปากและเข้าใจถึงสถานที่ให้การรักษาผู้มีอาการทางจิตนับแต่นั้น
แต่ด้วยมุมมองของ ศ.น.พ.ฝน แสงสิงแก้ว บิดาแห่งจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตไทย ต้องการลดทัศนคติด้านลบของประชาชนที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช จึงให้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา และสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2545 ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ "สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา" เนื่องด้วยเป็นสถานที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านจิตเวช ศาสตร์และประสาทจิตเวชศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
ระยะเวลานับแต่ก่อตั้งสถาบันที่ให้การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจนถึงปี 2552 นับรวมเวลาได้ยาวนานถึง 120 ปี
120 ปีของสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา มีอายุน้อยกว่าการก่อตั้งโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศเพียง 1 ปี ทำให้รูปแบบและวิธีการรักษาคนไข้ได้รับการยกย่องในลำดับต้นของการรักษาในเชิงจิตเวช
นั่นเพราะสถาบันแห่งนี้เป็นที่พึ่งของคนป่วยที่ไม่มีใครใส่ใจดูแล ถูกมองว่าเป็นส่วนเกินของสังคม เป็นคนไร้คุณค่าในสายตาของผู้พบ เห็นและอาจกลายเป็น "อันตราย" ต่อใครได้ง่าย
ในโอกาส 120 ปี ของการก่อตั้งสถาบัน งานจัดนิทรรศการ "รุ้งหลังฝน" เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมานับแต่ต้นปีและต่อเนื่องถึงปลายปี เพื่อคงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของสถาบันและวิธีการรักษาผู้ป่วย โดยจัดแต่งนิทรรศการไว้ที่ชั้น 7 ของอาคารราชสาทิส อันเป็นอาคารเก่าดั้งเดิมในสมัยก่อตั้งสถาบัน แต่ปัจจุบันก่อสร้างขึ้นใหม่ในสถานที่เดิมและคงชื่ออาคารไว้
1.ภาพวาดฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯเมื่อครั้งเสด็จฯเปิดงาน100ปี ศ.น.พ.ฝน แสงสิงแก้ว
2.ศ.น.พ.ฝน แสงสิงแก้ว บิดาแห่งจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตไทย
4.ห้องนิทรรศการ "รุ้งหลังฝน
5.เครื่องชอร์ตไฟฟ้าที่ใช้ในอดีต
6.เครื่องชอร์ตไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบัน
นิทรรศการแบ่งเป็นหมวดหมู่สำหรับให้ทำความเข้าใจได้ง่าย โดยใช้สีของรุ้งเป็นตัวกำหนดหัวข้อเรื่องไล่เริ่มจากซ้ายมือของห้องนิทรรศการวนไปทางด้านซ้าย
สีม่วง เป็นหมวดหมู่ของงานด้านวิชาการและข้อค้นคว้าวิจัยงานด้านจิตเวช
สีคราม เป็นวิวัฒนาการการรักษานับแต่อดีตถึงปัจจุบัน
สีน้ำเงิน เป็นงานด้านสุขภาพจิตชุมชน
สีเขียว เป็นงานด้านสุขภาพจิตครอบครัว
สีเหลือง เป็นงานด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
สีแสด เป็นงานด้านสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
และ สีแดง เป็นงานด้านสุขภาพจิตผู้พิการ
บอร์ดนิทรรศการสุดท้ายให้คำจำกัดความของคำว่า "รุ้งหลังฝน" ซึ่งมีนัยข้องเกี่ยวกับชีวิตของ ศ.น.พ.ฝน แสงสิงแก้ว บิดาแห่งจิตเวช ศาสตร์และสุขภาพจิตไทยไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ความ
นอกเหนือจากนี้ "การรักษาด้วยไฟฟ้า" ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้หากจะเอ่ยถึงสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เพราะที่แห่งนี้นับเป็นที่ให้การรักษาที่แรกที่นำการรักษาด้วยไฟฟ้าเข้ามาใช้ ทั้งยังมีความสมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันเมื่อเทียบกับสถานบำบัดจิตเวชแห่งอื่น แต่เรียกได้ว่าเป็นการรักษาด้วยไฟฟ้าที่สมบูรณ์ คือ ส่วนที่แพทย์ให้ยา สลบชนิดออกฤทธิ์ระยะสั้น และให้ยาลดการเกร็งของกล้ามเนื้อกับผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัด ขณะที่การรักษาด้วยไฟฟ้าของสถานบำบัดแห่งอื่นไม่มี
อธิบายอย่างง่ายคือ การรักษาด้วยไฟฟ้าเป็นวิธีการรักษาชนิดหนึ่ง เรียกว่า Electroconvulsive therapy เรียกย่อว่า ECT เป็นการทำให้ชักโดยใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสมผ่านเข้าไปในสมองทางขั้วตัว นำไฟฟ้าซึ่งวางไว้ที่บริเวณขมับทั้งสองข้าง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในสมองผู้ป่วยอยู่ระหว่าง 70-150 โวลต์ ใช้เวลาปล่อยกระแสไฟฟ้าประมาณ 0.5-2 วินาที และมีผลทำให้เกิดการชักไม่เกิน 1 นาที
กลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา ECT คือ กลุ่มโรคซึมเศร้าและโรคจิตเภท และต้องมีอาการรุนแรง ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาหรือมีความเสี่ยงสูงในการฆ่าตัวตาย เพราะคนกลุ่มนี้เมื่อเข้ารับการรักษาด้วยไฟฟ้าแล้ว อาการจะดีขึ้นในอัตราร้อยละ 80
น.พ.สินเงิน สุขสมปอง
รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันจิตเวชศาสตร์
อำพัน จารุทัสนางกูร
หัวหน้างานพยาบาลโรงพยาบาลกลางวัน
น.พ.สินเงิน สุขสมปอง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จ เจ้าพระยา กล่าวว่า สถาบัน แห่งนี้เป็นแห่งแรกที่มีการนำการรักษาด้วยไฟฟ้ามาใช้กับผู้ป่วยจิตเวช ย้อนหลังไปในปีพ.ศ.2480 เพราะสาเหตุตั้งต้นของอาการป่วยทางจิตเวช คือ สารเคมีในสมองที่ไม่ปกติ เมื่อการรักษาด้วยไฟฟ้าใช้ได้ผลดี ทำให้ผู้ป่วยที่จัดอยู่ในกลุ่มอาการรุนแรงลดปริมาณลงได้
"การรักษาด้วยไฟฟ้าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลทางการรักษาที่ดี เพราะเชื่อว่าเกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในสมองช่วยกระตุ้นให้มีการหมุนเวียนและปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง หรือที่เรียกว่า สารสื่อประสาทหลายชนิด ชนิดที่สำคัญและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง คือ serotonin, norepinephrine และ dopamine" น.พ.สินเงิน กล่าว
สิ่งที่โดดเด่นจนเป็นต้นแบบของสถาบันทางจิตเวชแห่งอื่นอีก คือ "โรงพยาบาลกลางวัน" อันเป็นสถานที่ซึ่งให้การรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่หายแล้ว แต่ยังต้องรับประทานยาต่อเนื่อง เป็นการรักษาแบบไปกลับ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งคนในสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้า พระยา เรียกกันด้วยความคุ้นเคยว่า "ตึกเดย์" อันมีความหมายเดียวกัน และเป็นเพียงต้นแบบเดียวที่ยังคงความครบถ้วนในทางจิตเวชอยู่ เหตุเพราะ สถาบันทางจิตเวชแห่งอื่นไม่สามารถให้บริการได้เทียบเท่า
ตึกเดย์ เปรียบเสมือนการบำบัดในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ การรักษาครบถ้วนกระบวนความ แต่เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่แพทย์และพยาบาลไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ให้การรักษา แต่อยู่ในฐานะ "ผู้ให้คำปรึกษา" รวมทั้งตัวผู้ป่วยเองจะได้รับการเรียกขานว่า "สมาชิก" แทนการเรียกชื่อ
พยาบาลวิชาชีพ อำพัน จารุทัสนางกูร หัวหน้างานพยาบาลโรงพยาบาลกลางวัน อธิบายให้ฟังถึงที่มาว่า เป็นเพราะผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ยังคงต้องรับการรักษาด้วยการกินยาอย่างต่อเนื่อง แต่อยู่ในภาวะที่สามารถกลับไปใช้ชีวิตเช่นคนปกติ ยังคงถูกปฏิเสธจากชุมชนหรือสังคมรอบข้าง เพราะความต่างในบางจุดที่แสดงออกทางร่างกายของคนคนนั้น ตึกเดย์จึงเป็นสถานที่สำหรับฟื้นฟูทักษะทางสังคมให้กับคนกลุ่มนี้ เพื่อให้มีชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเองโดยไม่ตกเป็นภาระของผู้อื่น
หน้าที่ของพยาบาลจิตเวช คือ เป็นที่ปรึกษาให้กับสมาชิกและครอบครัวของสมาชิก ให้การต้อนรับดูแลให้สมาชิกอยู่ร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกันภายใต้กติกาที่กำหนดขึ้นโดยสมาชิก รวมถึงการฝึกอาชีพให้กับสมาชิก เพื่อท้ายที่สุดอาจส่งต่อให้สมาชิกใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
ภายในตึกเดย์ถูกแต่งสถานที่ให้เสมือนบ้าน มีมุมนั่งเล่น มุมดูโทรทัศน์ มุมอ่านหนังสือ มุมประกอบอาหาร มุมออกกำลังกาย มุมรับประทานอาหาร มุมให้คำปรึกษา และในวันสุดท้ายของแต่ละสัปดาห์สมาชิกจะพร้อมกันออกทัศนศึกษายังสถานที่ต่างๆ เพื่อทด สอบการอยู่ร่วมกับสังคมให้ได้
สถานที่ต่างๆ คล้ายด่านทดสอบการใช้ชีวิตของสมาชิกแต่ละครั้ง หัวหน้างานพยาบาลตึกเดย์ยกตัวอย่างการพาไปทัศนศึกษาห้างสรรพสินค้า หรือการจัดงานทางวิชาการต่างๆ อาทิ งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ หรืองานวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นต้น ซึ่งปัญหาอุปสรรคที่พบมีเพียงการพลัดหลงแบบที่ไม่ตั้งใจของสมาชิก เช่น การเพลิดเพลินกับสถานที่โดยไม่ทันสังเกตว่าเพื่อนสมาชิก ไปถึงไหน แต่บทสรุปสุดท้ายคือ การคืนผู้ป่วยกลับสู่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ
นิทรรศการ "รุ้งหลังฝน" คงมีให้เห็นตลอดปีเพื่อรับกิจกรรมอื่นที่จะตามมาในโอกาสครบรอบ 120 ปี สถาบันจิตเวชศาสตร์แห่งแรก
ส่วนการรักษาด้วยไฟฟ้าและตึกเดย์ ก็ยังคงเป็นงานทางวิวัฒนาการของการรักษาทางการแพทย์ของจิตเวช ซึ่งล้ำหน้ากว่าการรักษาแห่ง อื่นและทั้ง 3 สิ่งเป็นสิ่งที่สถาบันทางจิตเวชอื่นต้องยอมรับว่ามีไม่สมบูรณ์เท่า
แต่สิ่งที่จะมีให้เห็นในโอกาสครบรอบ 120 ปี การก่อตั้งสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา คือ การประชุมเชิงวิชาการและการบรรยายพิเศษในทางจิตเวช ศาสตร์ อันเป็นคุณประโยชน์ต่อสาธารณะซึ่งสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จ เจ้าพระยามีมาตลอด 120 ปี
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 26 สิงหาคม 2552 หน้า 21
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่ข่าวสดออนไลน์.....คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by STY Staff/Kanchana K./Bungon Jitrungsri
Srithanya Hospital
Posted By: STY Library - Date :
26/8/2009
|
|