== แบ่ง เพิ่มดีกรีปัญหาครอบครัวไทย นับวันจะยิ่งล่มสลาย ===
'แบ่งสี' เพิ่มดีกรีปัญหา 'ครอบครัวไทย' นับวันจะยิ่ง 'ล่มสลาย'


เป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” ไปแล้ว สำหรับ “ครอบครัว” กับ “การเมือง” เมืองไทยยุคแตกแยก ขัดแย้ง แบ่งสีเสื้อ ข่าวคราวผัว-เมียทะเลาะกัน พ่อทะเลาะกับลูก-แม่ทะเลาะกับลูก พี่-น้องทะเลาะกัน เพราะเรื่องการเมือง มีประจำ ซึ่งบางกรณีถึงขั้น “ทำร้ายกัน-ฆ่ากัน” อย่างเมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ จ.หนองบัวลำภู ก็เกิดคดีพ่อใช้ปืนลูกซองยิงลูกชายตาย หลังพ่อถูกลูกทำร้าย เพราะเถียงกันเรื่องการเมือง-ม็อบการเมือง

“ครอบครัวไทย” ที่ผ่านมาจนปัจจุบัน...สถานะง่อนแง่น

และนาทีนี้ยังมีเรื่องการเมืองมาเพิ่มดีกรีปัญหาอีกด้วย !!

กับเรื่องของครอบครัวไทยนั้น ตั้งแต่ปี 2533 หรือตั้ง 19 ปีมาแล้วที่ประเทศไทยเรามี “วันครอบครัว” หรือวันแห่งครอบครัว คือวันที่ 14 เม.ย.ของทุกปี ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ส่วนใหญ่ในช่วงนี้เป็นช่วงที่สมาชิกในครอบครัวมีโอกาสได้พบปะใกล้ชิดกัน โดยคณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มีมติเรื่องนี้ไว้เมื่อ 31 ต.ค. 2532 ทว่า...ล่วงเลยมาถึงวันนี้การมีวันครอบครัวก็ดูจะมิได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่

“ไม่ดี มีแต่ย่ำแย่ และเสื่อมโทรม !!!” ...ผู้อำนวยการสถาบันครอบครัวไทย ดร.สมใจ รักษาศรี สะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” เมื่อวันก่อน พร้อมทั้งบอกว่า... ภาพรวมของสถานการณ์ครอบครัวไทยนั้น ความอบอุ่นของครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ปัจจุบันมีน้อยลงมาก สาเหตุมาจากปัญหาและองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ และสังคม เนื่องจากสังคมเปลี่ยนแปลงจึงทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ทำให้การอยู่ร่วมกันในครอบครัวหายไป ที่สำคัญคือสภาพสังคมไทยทุกวันนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก

“เด็กต้องเร่งรีบไปโรงเรียน พ่อแม่ก็ต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อหาเงินให้ลูกได้เรียนพิเศษ เด็กยุคนี้มีแต่เรียน ๆๆๆ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ส่งลูกไปเรียนพิเศษ เพราะกลัวลูกจะสู้คนอื่นไม่ได้ สภาพแบบนี้ทำให้ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตครอบครัวอบอุ่นได้ หรือแค่อยู่พร้อมหน้าครอบครัวก็ยาก”

ผอ.สถาบันครอบครัวฯบอกอีกว่า... ปัญหาระหว่างสามี-ภรรยา การหย่าร้าง สามีมีเมียน้อย ก็เพิ่มมากขึ้น เป็นเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาให้สถาบันครอบครัวแย่ลงไปอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่เข้าใจว่าครอบครัวคืออะไร ?

“พอรักกันชอบกันก็แต่งงาน โดยขาดการเตรียมตัว รวมถึงขาดความเข้าอกเข้าใจในชีวิตคู่ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง สุดท้ายลงเอยด้วยการเลิกกัน ซึ่งถ้าไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีลูก เด็กก็จะมีปัญหา และกลายเป็นปัญหาสังคม ซึ่งแนวโน้มการหย่าร้างปัจจุบันเพิ่มมากขึ้นถึงเท่าตัวจาก 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีกว่า 30% ของคู่สมรสที่จดทะเบียน ยังไม่นับคู่ที่ไม่จดทะเบียน”

สำหรับทางแก้ไขปัญหาสถาบันครอบครัวนั้น ดร.สมใจชี้ว่า... ต้องแก้ระยะยาว คือคนที่จะก้าวสู่การมีชีวิตคู่ต้องเรียนรู้ว่าเมื่อแต่งงานแล้วจะต้องเจอะเจอกับอะไร ต้องปรับตัวอย่างไร ซึ่งคนสมัยก่อนจะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะมีแม่สื่อ โดยแม่สื่อจะเป็นคนให้ความรู้ของแต่ละฝ่าย พ่อแม่ก็จะเป็นคนคอยตะล่อมไกล่เกลี่ยชี้แนะ

“เมื่อแต่งงานแล้วต้องมีการพัฒนาความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องไม่หยุด เพราะชีวิตคนเราจะเปลี่ยนไปทุกช่วง และจะต้องรู้ศิลปะในการใช้ชีวิตคู่ด้วย” ...ผอ.สถาบันครอบครัวฯกล่าวในแง่ชีวิตคู่

ด้าน พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล ก็ระบุว่า... การใช้ชีวิตครอบครัวปัจจุบันยากขึ้น เพราะวิถีชีวิตและโครงสร้างสังคมเปลี่ยนไป ปัจจัยภายนอกทำให้ครอบครัวอ่อนแอลง ทั้งสถานะทางเศรษฐกิจ ภาระที่ต้องรับผิดชอบ สื่อต่าง ๆ ที่ดึงคนในครอบครัวออกจากกัน ทำให้การสื่อสารกันในครอบครัวน้อยลง แต่ปัญหาใดก็ไม่น่าห่วงเท่ากับการพึ่งพาเหล้า บุหรี่ การพนัน ที่กระตุ้นให้ทุกปัญหาร้ายแรงมากขึ้น

“การสร้างครอบครัวให้มีความสุขร่วมกัน ต้องมีหลัก 3 ข้อคือ 1.ความรับผิดชอบ ซึ่งสำคัญมาก หากขาดความรับผิดชอบร่วมกัน โอกาสมีครอบครัวสงบสุขก็เกิดขึ้นได้ยาก 2.ความสัมพันธ์ พ่อแม่ต้องมีบทบาทในการเลี้ยงดูลูกเท่า ๆ กัน เพราะมีผลต่อการสร้างความสัมพันธ์ต่อผู้อื่นของเด็ก และ 3.ความผูกพัน ต้องสร้าง พยายามใช้ชีวิตร่วมกันในทุกด้าน เพราะเด็กต้องการการเรียนรู้ และเลียนแบบบุคลิกภาพด้านดีของเพศชาย-เพศหญิง ซึ่งจะทำให้เด็กสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นได้ และนำสู่ความสามารถในการสร้างครอบครัวที่มีความสุขได้” ...พญ.พรรณพิมลกล่าวในมุมพ่อแม่ดูแลลูก

ขณะที่ พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ก็ให้สติแก่คนไทย ซึ่งตรงกับกระแสในปัจจุบัน สรุปได้ว่า... เพราะครอบครัวไทยยุคปัจจุบันไม่มีหลักธรรมประจำบ้าน และไม่มีการเสียสละ ไม่มีการแบ่งปัน จึงทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอย่างที่ประสบกันอยู่ “ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะเอาความถูกใจมาก่อนความถูกต้อง ส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ และทำให้ครอบครัวเกิดความวุ่นวาย”

“ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และปัญหาการเมืองก็เข้าขั้นวิกฤติ ครอบครัวไทยยิ่งตกอยู่ในภาวะเครียดและมีความทุกข์ ดังนั้น คนไทยต้องหันกลับมาดำเนินชีวิตด้วยความมีสติ ถ้าไม่มีสติก็ไม่สามารถเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาได้” ...พระศรีญาณโสภณให้สติคนไทย-ครอบครัวไทย

สังคมเปลี่ยน-เศรษฐกิจมีปัญหา-การเมืองเดือดถล่มซ้ำ

หลายครอบครัว “แตกเป็นเสี่ยง” เพราะการ “แบ่งสี”

ณ วันนี้...ดีกรี “ครอบครัวไทยล่มสลาย ” เกินวิกฤติ ??.



ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 14 เมษายน 2552


สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่เดลินิวส์ออนไลน์.....คลิกที่นี่ค่ะ.....


Posted by STY Staff/Thongpet Sabaihom
Srithanya Hospital Library

Posted By: STY_Library - Date : 14/4/2009

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Name*
Email*

ความคิดเห็น *

  Type the characters shown in image for verification.

Top  |   About Us  |   Guestbook  |   Webboard  |   News  |   Search

Library of Sritanya Hospital © 2003 | Mission | Contact WebMaster