เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

วิสัยทัศน์กรมสุขภาพจิต : โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

พฤติกรรมข่มขืน กับข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน

พฤติกรรมข่มขืน กับข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน

ความเข้าใจคลาดเคลื่อน (Myths) พฤติกรรมข่มขืน มุมมองที่กำลังเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ในสังคมยุค New Normal

มีข่าวสังคมที่น่าจับตามองและเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วประเทศในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง พฤติกรรมการข่มขืนกระทำชำเราบุคคลใกล้ชิด เช่น ครูกับลูกศิษย์ บุคคลในครอบครัว โดยข้อมูลข่าวหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ข่าวแรกเป็นข่าวเดือนที่ผ่านมาจากผู้จัดการออนไลน์เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2563 ความว่า....จากกรณีที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนดงมอนวิทยาคม ต.ดงมอน อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร ถูกครูจำนวน 5 คน ข่มขืนมาราธอน หรือ ข่าวล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมา ความว่า จากคดีที่เกิดขึ้่นในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กับเด็กหญิงอายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความถูกญาติ 7 คนข่มขืนมาราธอน... เหล่านี้คือตัวอย่างข่าวสะเทือนขวัญอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทั้งๆที่ ในความเป็นจริงของสังคมไทยเรานั้น ได้รับการปลูกฝังมายาวนานและให้ความสำคัญกับลำดับเครือญาติบุคคลใกล้ชิดเป็นลำดับต้นๆที่สังคมไทยสั่งสอนต่อๆกัันมาว่า ครูบาอาจารย์และญาติคือผู้ที่เราสามารถไว้ใจและพึ่งพาอาศัยได้ หรือแม้แต่สุภาษิตจีนยังยกให้ผู้ที่เป็นครู เปรียบได้ดั่งบิดาคนที่สอง สรรพนามที่ไทยเราเรียกคนที่เป็นศิิษย์ยังใช้คำว่า "ลูกศิษย์" เรามีวันครอบครัวเพื่อส่งเสริมครอบครัวอบอุ่น เราอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ เมื่อเทียบกับสังคมตะวันตก แต่ในปัจจุบัน เรากลับเห็นข่าวคราวการพฤติกรรมข่มขืน จากบุคคลใกล้ชิดและคนในครอบครัวที่เป็นเครือญาติใกล้ชิดมากขึ้นเรื่อยๆ การหาทางป้องกันที่ถูกทางและข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงน่าจะเป็นทางออกที่ถูกต้องของการแก้ปัญหาที่แท้จริง วันนี้ผู้เขียนมีมุมมองที่น่าตกใจมานำเสนอ ก่อนที่พฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นพฤติกรรม (ปกติ) หรือ new normal ของสังคมไทยไป นอกจากนี้ผลจากการอยากรู้ของผู้คนทำให้มีการนำเสนอข่าวสารซ้ำไปซ้ำมา จนอาจจะเผลอไปเตะลูกเข้าประตูกลุ่มเสี่ยงสร้างพฤติกรรมเลียนแบบ และสร้างผลกระทบกับผู้คนเดินดินธรรมดาให้เสียสุขภาพจิตได้เช่นกัน

พฤติกรรมข่มขืนในความเป็นจริง (Real rape behavior)

โดยความเชื่อของคนทั่วไป หากเอ่ยถึงพฤติกรรมการข่มขืนในความเป็นจริง (Real rape behavior) ถือเป็นอาชญากรรมขั้นรุนแรง ผู้กระทำมักเป็นบุคคลไม่รู้จักและมักกระทำด้วยการใช้อาวุธ พื้นที่เปลี่ยวนอกบ้าน เวลากลางคืน เขตอโคจรสถานสำหรับบุคคลทั่วไป และเหยื่อผู้ถูกกระทำมักได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากอาวุธและพฤติกรรมรุนแรงจากผู้กระทำ (อาชญากร) แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นทั้งหมดไม่ ข้อมูลที่น่าตกใจคือ เหยื่อผู้ถูกกระทำพฤติกรรมข่มขืนนั้น มีตัวเลขส่วนใหญ่ยืนยันว่ามาจากบุคคลใกล้ชิดที่คุ้นเคยกับเหยื่อ โดยจากการศึกษาแฟ้มอาชญากรรมของตำรวจอังกฤษ ในการศึกษาพฤติกรรมการข่มขืนที่แท้จริง ในรายงานการศึกษาเรื่อง Myths and legends: The reality of rape offences reported to a UK police force ซึ่งเป็นการศึกษาของ Genevieve F.Waterhouse และคณะ จากภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยลอนดอน โดยเผยแพร่ในวารสาร The European Journal of Psychology Applied to Legal Context ปี ค.ศ. 2016 เป็นการศึกษาทบทวนอย่างเป็นระบบ จากแฟ้มคดีของตำรวจ ช่วงระหว่างเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2010 ถึงเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2011 พบว่า มีคดีข่มขืนทั้งสิ้น 400 คดี พบว่า กว่า 280 ราย คิดเป็นร้อยละ 70.7 ถูกกระทำโดยบุคคลที่รู้จักคุ้นเคย เกิดขึ้นในที่พักอาศัย และเหยื่อส่วนใหญ่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกโจมตีหรือมีพฤติกรรมรุนแรง

จากข้อมูลดังกล่าว เราคงต้องหันกลับมามองในมุมใหม่ ว่าเกิดอะรขึ้นกับโลกใบนี้ ความเชื่อที่ว่า มีแต่อาชญากร ใช้อาวุธ และมีพฤติกรรมรุนแรง มีพฤติกรรมข่มขืนในสถานที่เปลี่ยว กลางคืน หรือแม้แต่ในสถานบันเทิง แต่ในความเป็นจริง จากการศึกษารายงานวิจัย หรือแม้แต่ในข่าวสารที่เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ กลับพบว่า พฤติกรรมข่มขืนนั้น ผู้กระทำกลับเป็นบุคคลที่เหยื่อรู้จักคุ้นเคย มิหนำซ้ำยังเป็นบุคคลใกล้ชิด เป็นครูบาอาจารย์ หรือแม้แต่เป็นญาติ ซึ่งถือเป็นบุคคลในครอบครัว เป็นสิ่งที่สังคมไม่คาดคิดว่าจะเป็นเช่นนี้ได้ และเหยื่อผู้ถูกกระทำยังเป็นเด็ก ที่มีกฎหมายออกมาคุ้นกันแน่นหนา โดยมีบทลงโทษที่รุนแรงต่อบุคคลผู้กระทำพฤติกรรมข่มขืนกับเหยื่อที่อยู่ในวัยเยาว์ แต่เรากลับเห็นข่าวสะเทือนขวัญดังที่กล่าวมามากขึ้นเรื่อยๆ หรือจะเป็นเพราะสิ่งที่เราเรียนรู้มาในอดีตนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จึงขาดความตระหนักและการป้องกันอย่างเป็นระบบ ปัญหาจึงได้เกิดซ้ำมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะปรับมุมมองเพื่อการป้องกันปัญหาที่ตรงจุดมากขึ้นก่อนที่จะสายเกินการณ์ จนทำให้พฤติกรรมข่มขื่นดังกล่าวเข้าใกล้เป็นพฤติกรรม (ปกติใหม่) หรือ New normal หากไม่ป้องกันหรือสร้างความตระหนักในข้อมูลที่เปลี่ยนไป

สรุป

จะเห็นได้ว่า พฤติกรรมข่มขืนในมุมมองเดิมๆนั้นเข้าใจว่า เกิดขึ้นจากผู้กระทำมีพฤกรรมรุนแรง ใช้อาวุธ เป็นแปลกหน้า ไม่รู้จักมักคุ้น แต่ในความเป็นจริง จากการศึกษาแฟ้มคดีของตำรวจอังกฤษของนักวิชาการด้านจิตวิทยากลับพบว่า พฤติกรรมข่มขืนมากกว่าครึ่งถูกกระทำจากบุคคลที่รู้จัก คุ้นเคย ดังเช่น ข่าวดังๆในบ้านเรา นอกจากจะเป็นบุคคลที่รู้จักคุ้นเคย มิหนำซ้ำยังเป็นญาติ ครูบาอาจารย์ ที่คนทั่วไปมองข้ามและขาดความตระหนักเพื่อการป้องกัน ข้อมูลวันนี้คงจะช่วยยืนยันว่า ทิศทางพฤติกรรมข่มขืนที่เราพวกเราเข้าใจกันที่ผ่านมานั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เผลอๆอาจจะเป็นพฤติกรรมปกติใหม่ได้หากสังคม ครอบครัวและชุมชนขาดความตระหนักและการป้องกันที่ตรงจุด

แหล่งข้อมูล

1. Genevieve F.Waterhouse และคณะ, 2016 Myths and legends: The reality of rape offences reported to a UK police force. The European Journal of Psychology Applied to Legal Context; Volume 8, Issue 1, January 2016, Pages 1-10 https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1889186115000244

2. https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000048604

3. https://www.thairath.co.th/news/local/central/1868575

18 มิถุนายน 2563

By nitayaporn.m

Views, 806