ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522

กรมสุขภาพจิตคว้ารางวัลระดับโลก Golisano Global Health Leadership Award Click Here

วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

สุขภาพจิตไม่ดี เพียง 1 วัน ใน 1 เดือน มีผลต่อรายได้ประเทศลดลง 1.84%

ปัญหาสุขภาพจิตไม่ดี เพียง 1 วัน ใน 1 เดือน ส่งผลต่อรายได้ประเทศลดลง 1.84%

การที่ประชาชนในประเทศประสบกับปัญหาสุขภาพจิต มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้เช่นเดียวกับการเจ็บป่วยทางกายอื่นๆ ทั้งนี้ได้รับการยืนยันจากนักวิจัยพบว่า การที่บุคคลเพียงมีปัญหาสุขภาพจิตแย่ๆใน 1 วันต่อ 1 เดือน ก็ส่งผลต่อรายได้ประเทศลดลงถึง 1.84% ลงได้ นักเศรษฐศาสตร์ได้ให้ความเห็นว่าขนาดของปัญหานี้ได้สร้างภาระโรคให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปีข้างหน้า แซงหน้าโรคไม่ติดต่อกลุ่มอื่นๆ

ข้อมูลจาก ScienceDaily.com เผยแพร่เมื่อ 30 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมาว่า จากการเปิดเผยของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในสหรัฐ ศจ. Stephan Goetz เปิดเผยว่า จากการศึกษาวิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ พบว่า ปัญหาสุขภาพจิตของบุคคลที่เกิดขึ้นแม้เพียง 1 วันใน 1 เดือน จะส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้จริงของประเทศลดลงถึง 1.84% นั่นคือมีผลต่อรายได้รวมลดลงกว่า 5,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเป็นการศึกษาวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัสทีแอนด์เอ็ม เมืองกัลเวสตัน สหัฐอเมริกา ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจและข้อมูลประชากรสหรัฐ ตั้งแต่ปี คศ. 2008-2014 พบ ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรายได้จริงของประเทศกับปัญหาสุขภาพจิตของบุคคลในแต่ละวันที่มีสุขภาพจิตไม่ดี ทำให้รายได้ประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Goetz ผู้ซึ่งทำงานร่วมกับ Meri Davlasheridze ผู้ช่วยศาสตราจารย์และนักเศรษฐศาสตร์จาก Texas A & M University ที่เมือง Galveston ได้กล่าวว่า "ผลการศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้เราได้ไอเดียว่า หากรัฐยอมทุ่มงบประมาณเพื่อช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพจิตดี จะทำให้สามารถเพิ่มรายได้ของประเทศ ให้เพิ่มขึ้นได้”

ขณะเดียวกัน Yicheol Han นักวิชาการหนึ่งในทีมวิจัย ผู้ซึ่งได้รับทุนการศึกษาระดับหลังปริญญาดอกเตอร์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตรสังคมวิทยาและการศึกษา จาก Penn State ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ในการศึกษาครั้งนี้ทำการศึกษาเฉพาะกลุ่มคนที่ได้ให้คำอธิบายว่า วันที่มีปัญหาสุขภาพจิตไม่ดี หมายถึง ภาวะสุขภาพจิตของตนเองในวันทำงาน โดยรวมถึงบุคคลที่ประสบภาวะต่างๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล ความเครียดและปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์ แต่ในการวิจัยครั้งนี้ไม่ได้รวมเอาบุคคลที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคทางจิตเข้ามาศึกษาด้วย

นักเศรษฐศาสตร์ได้ให้ความเห็นว่าขนาดของปัญหานี้ได้สร้างภาระโรคให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายมากกว่าภาระโรคจากปัญหาโรคไม่ติดต่อกลุ่มอื่น

ผลกระทบที่เกิดขึ้น มีความรุนแรงในพื้นที่ชนบทมากกว่าจะสร้างปัญหาให้กับคนในเขตเมือง นั่นคือ วันที่มีปัญหาสุขภาพจิตไม่ดีของบุคคลมีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศลดลงถึง 2.3 % ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศกับขนาดของปัญหาวันสุขภาพจิตไม่ดีของบุคคลในเขตเมือพบเพียง 0.87%

ซึ่ง ศจ.Goetz กล่าวว่า "การค้นพบนี้ มีความน่าสนใจด้วยตัวของมันเองเช่นกัน เพราะปัญหาสุขภาพจิตไม่ดีของบุคคลที่อาศัยในเขตชนบทนั้น ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะสร้างความยากลำบากในการพัฒนาประเทศให้แข็งแกร่งได้ อันเนื่องมากจากความยากลำบาก ในการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตและการรักษาของประชาชนในเขตชนบทนั้น มีมากกว่าประชาชนในเขตเมืองนั่นเอง” ทั้งนี้เขากล่าวต่ออีกว่า “ เราคิดว่าปัญหาความแตกต่างระหว่างการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตของประชาชนในเขตเมืองและชนบท เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องควรตระหนัก และควรกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญและมีศูนย์การบริการสุขภาพจิตในเขตชนบทให้ทั่วถึงและมากขึ้น เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพจิตที่ดีและทั่วถึงได้ ในวันที่ประสบปัญหาสุขภาพจิตไม่ดีของบุคคลที่อาศัยอยู่ในเขตชนบท

นักวิจัยแนะนำว่า การลงทุนในทรัพยากรด้านบริการสุขภาพจิตอาจเป็นวิธีลดต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศ

โดย Goetz อธิบายว่า การลงทุนเพื่อให้มีบริการทรัพยากรด้านสุขภาพจิตเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศที่ดีอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตชนบทที่ประชาชนเผชิญกับภาวะปัญหาสุขภาพจิต เพราะหากไม่แล้วขนาดของปัญหาอาจจะสร้างภาระใหญ่หลวงต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ อย่างไรก็ตาม Goetz ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเวลาที่ครอบคลุมในการศึกษานั้นเป็นช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวายต่อเศรษฐกิจสหรัฐพอดี ซึ่งอาจมีผลต่อข้อค้นพบนี้ ดังนั้น เพื่อทดสอบว่า ผลลัพธ์ของวันสุขภาพที่ไม่ดีมีผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายของประเทศลดลง เขาแนะนำให้นักวิจัยที่จะศึกษาครั้งต่อไป โดยเพิ่มช่วงเวลาที่ยาวขึ้นและในสภาพเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน อาจจะทำให้ได้คำตอบที่มีความแม่นยำมากขึ้น โดยข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ในการศึกษาครั้งนี้เป็นข้อมูลสาธารณะ ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ ของศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจประชาชนเขตชนบท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ในขณะที่ข้อมูลด้านสุขภาพจิตแต่ละวันของประชาชนได้มากจาก County Health Ranking ของสหรัฐ

แหล่งข้อมูล

https://www.sciencedaily.com/releases/2018/07/180730120359.htm

11 October 2561

By nitayaporn.m

Views, 206