เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

ถ้าคุณไม่ได้ตกงาน แต่มีเวลาว่างเกินวันละ 5 ชั่วโมง อาจรู้สึกได้ว่าคุณภาพชีวิตแย่ลง

ถ้าคุณไม่ได้ตกงาน แต่มีเวลาว่างเกินวันละ 5 ชั่วโมง อาจรู้สึกได้ว่าคุณภาพชีวิตแย่ลง

หลายคนน่าจะเคยวาดฝันเอาไว้ว่า ยิ่งมีเวลาว่างจากการทำงานประจำมากขึ้นเท่าไหร่ ชีวิตคงจะยิ่งดีและมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น แต่ผลวิจัยทางจิตวิทยาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ กลับชี้ว่า การมีเวลาว่างก็ต้องอยู่บนจุดสมดุลที่พอเหมาะพอดีเช่นกัน จึงจะสร้างความสุขและความพึงพอใจให้เกิดขึ้นได้

ผลการศึกษาดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร “จิตวิทยาสังคมและบุคลิกภาพ” (Journal of Personality and Social Psychology) โดยดร. มาริซซา ชารีฟ หนึ่งในสมาชิกของทีมวิจัยบอกว่า “การมีเวลาว่างที่ยาวนานพอเหมาะในระดับปานกลาง จะทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี แต่หากมีเวลาว่างเหลือเฟือมากเกินไป กลับจะทำให้ทุกข์ใจและรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่แย่ลง เพราะมองว่าตนเองไร้ประโยชน์ ขาดจุดมุ่งหมายในชีวิต”

นิยามของเวลาว่างในการวิจัยครั้งนี้ หมายถึงช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการทำงานหาเลี้ยงชีพ การทำกิจวัตรประจำวันที่จำเป็น และการนอนหลับ โดยทีมผู้วิจัยมุ่งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนชั่วโมงของเวลาว่างกับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล จากฐานข้อมูลการสำรวจในอดีตที่มีผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลถึง 35,000 คน

ผลสำรวจแบบแผนการใช้เวลาของชาวอเมริกันในหนึ่งวัน ซึ่งบันทึกไว้ระหว่างปี 2012-2013 ชี้ว่า ผู้ให้ข้อมูลมีความพึงพอใจและรู้สึกว่าตนเองมีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น เมื่อมีเวลาว่างวันละ 2 ชั่วโมงขึ้นไป แต่ความรู้สึกเป็นสุขนี้กลับลดระดับลง โดยผู้ให้ข้อมูลเริ่มมองว่าตนเองมีความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ เมื่อพวกเขามีเวลาว่างล้นเกินถึงวันละ 5 ชั่วโมงขึ้นไป

ทีมผู้วิจัยยังทำการทดลองทางออนไลน์อีก 2 ครั้ง กับชาวอเมริกันราว 6,600 คน โดยให้พวกเขาจินตนาการถึงความรู้สึกของตนเองหากมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งก็พบว่าการมีเวลาว่างเหลือเฟือไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกที่เป็นสุขได้เสมอไป

อย่างไรก็ตาม ผลวิเคราะห์ฐานข้อมูลในอดีตและผลการทดลองครั้งใหม่ยังชี้ด้วยว่า วิธีใช้เวลาว่างของแต่ละคนมีอิทธิพลต่อความรู้สึกสุขหรือทุกข์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเช่นกัน โดยคนที่ใช้เวลาว่างอยู่ตัวคนเดียวและทำกิจกรรมที่ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ จะมีความรู้สึกทางลบมากกว่า เมื่อเทียบกับคนที่ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมเข้าสังคมและก่อให้เกิดประโยชน์ในทางใดทางหนึ่ง

ทีมผู้วิจัยกล่าวสรุปว่า “คนที่คิดว่าตนเองยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย ไม่จำเป็นจะต้องลาออกหรือละทิ้งงานไปทั้งหมด แต่ควรจะจัดสรรเวลาว่างสักเล็กน้อย วันละ 2-3 ชั่วโมงให้กับตนเองก็เพียงพอแล้ว ส่วนคนที่คิดว่าตนเองว่างมากเกินไป ควรหาอะไรทำที่เป็นการเข้าสังคมและทำให้เกิดประโยชน์ด้วย จึงจะลดความรู้สึกหม่นหมองไม่พึงพอใจต่อชีวิตได้”

15 กันยายน 2564

ที่มา ข่าวสด

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1240