เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

4 วิธี “ขยับร่างกาย-บริหารปอด” ในผู้สูงอายุ สร้างภูมิคุ้มกัน-ลดความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ

4 วิธี “ขยับร่างกาย-บริหารปอด” ในผู้สูงอายุ สร้างภูมิคุ้มกัน-ลดความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ

วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้สูงอายุถือเป็นประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว และมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำ หากติดเชื้อแล้วอาจทำให้มีอาการอย่างรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ผู้สูงอายุจำเป็นต้องอยู่บ้านและควรขยับร่างกาย เคลื่อนไหวร่างกาย เป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว เพราะหากมีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ น้อย หรือมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง นั่ง ๆ นอน ๆ อาจส่งผลต่อเสียต่อการทำงานของหัวใจ ปอด และหลอดเลือด ทำให้เหนื่อยง่าย มีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้น

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย

รวมทั้งอัตราการเผาผลาญพลังงานก็จะลดต่ำลง เสี่ยงต่อภาวะอ้วน รวมทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อจะลดลง ทำให้ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การลุก-นั่งจากเก้าอี้ การเข้าห้องน้ำ การหยิบจับสิ่งของ ลดน้อยลงตามไปด้วย เสี่ยงต่อการหกล้มได้ง่าย นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ยังส่งผลให้ภาวะโรคประจำตัวนั้นรุนแรงขึ้นได้

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้ ด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้าน ดังนี้

1.เคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันให้มาก เช่น การทำงานบ้าน การเดิน รดน้ำต้นไม้ ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอ เช่น เดิน ปั่นจักรยาน เต้นรำ โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 30 นาที

2.บริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ให้แข็งแรง ควบคู่กับการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เช่น ดึงยาง ยกดรัมเบล

3.มีกิจกรรมทางกายแบบผสมผสานระหว่างการเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ และการทรงตัว อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ เช่น เต้นบาสโลบ ฟ้อนรำ รำวง รำไท่จี้ชี่กง กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการฝึกการทรงตัว เพื่อป้องกันการหกล้ม

4.การบริหารปอด โดยฝึกการหายใจเข้าและออกแต่ละครั้งนานประมาณ 5 วินาที เพื่อเป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดของผู้สูงอายุ เพิ่มการขยายตัวของปอด และกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจให้แข็งแรง

27 กรกฎาคม 2564

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1245