เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

ก่อนมันจะย้อนกลับมาทำร้ายเรา..เผย 7 วิธีกำจัด"ความโกรธ"ในที่ทำงาน

ก่อนมันจะย้อนกลับมาทำร้ายเรา..เผย 7 วิธีกำจัด"ความโกรธ"ในที่ทำงาน

ถึงแม้หลายคนจะมีสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน แต่ที่ทำงานก็ไม่ใช่ที่ที่เราควรแสดงออกถึงอารมณ์ส่วนตัว โดยเฉพาะในด้านลบหรือด้านที่รุนแรง อีกทั้งบางครั้งปัญหาในการทำงานอาจเกิดจากปัจจัยภายนอกที่เราเองหรือเพื่อนร่วมงานก็ไม่อาจควบคุมได้

ความโกรธเป็นอารมณ์ด้านลบที่เกิดได้กับทุกคน ทั้งนี้ความโกรธที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และสะสมอยู่จิตใจเป็นเวลานานทำให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจโดยตรงได้ เช่น เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เพราะอารมณ์โกรธจะกระตุ้นให้หัวใจบีบตัวเร็วและแรงขึ้น ลองมาดูกันว่าหากรู้สึกโกรธแบบสุดขีด เราจะมีวิธีการในการควบคุมความโกรธในที่ทำงานอย่างไร

1.แยกแยะให้ได้ถึงสาเหตุของความโกรธ

รู้ทันถึงสิ่งที่จุดประกายความโกรธ เช่น ลักษณะของเหตุการณ์ อุปสรรคในขั้นตอนการผลิต ลูกน้องทำงานไม่ถูกใจ ฯลฯ เพื่อให้ตัวเองเตรียมใจรับปัญหาได้ทันก่อนความโกรธจะเกิดขึ้น

2.หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้คนชั่วคราว

เมื่อเล็งเห็นว่าปัญหากำลังจะเกิด อาจพาตัวเองหลบไปพักเพื่อเตรียมใจสักครู่หนึ่ง ทำใจให้เย็นลงและหลีกเลี่ยงการรับข้อมูลเพิ่มเติมสักพัก ก่อนกลับมาเผชิญกับปัญหาด้วยอารมณ์ที่นิ่งขึ้น

3.มีความตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน

อย่าหาข้ออ้างในการแสดงความโกรธ หยุดโทษผู้อื่น เมื่อรู้ตัวว่าเรากำลังแสดงอารมณ์โกรธในที่ทำงาน ให้ตระหนักว่านั่นเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักและนึกถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขนิสัยนี้เข้าไว้

4.มองโลกแง่บวก รู้จักความเป็นมืออาชีพ

คอยเตือนตัวเองว่าการแสดงความโกรธเป็นตัวบั่นทอนความก้าวหน้า เพราะการก้าวสู่ความสำเร็จมีไว้ให้เฉพาะคนที่มีความเป็นมืออาชีพสูงเท่านั้น นอกจากนี้ การเอาแต่โกรธยังทำให้เสียเวลาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอีกด้วย

5.ฝึกทำใจให้สงบ และใช้ความอดทนให้มาก

ฝึกใจให้สงบโดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ เช่น ไม่หงุดหงิดหรืออารมณ์เสียในขณะรถติดสาหัส ลองฝึกความสงบและอดทนเช่นนี้ทุกวันจะทำให้เราเป็นคนอดทนมากขึ้นได้ในที่สุด

6.ใส่ใจเพื่อนร่วมงานที่ประสพปัญหาเช่นเดียวกัน

สละเวลาไปปลอบใจหรือช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานที่ประสพปัญหาเดียวกัน วิธีนี้ไม่เพียงช่วยคลายความโกรธในใจตนเอง แต่ยังทำให้เราได้สัมผัสถึงความโกรธที่แผ่ออกมาจากผู้อื่นว่ามีผลร้ายต่อคนรอบข้างอย่างไร

7.หากรู้ตัวว่าขี้โมโห ติดข้อความเตือนใจไว้บนโต๊ะทำงานเลย

ติดกระดาษโน้ตสีสดใสที่เขียนข้อความเชิงบวก เช่น “อดทนไว้!” หรือ “ใจร่มๆ ไว้นะ!” เพื่อเตือนใจตนเอง โดยอาจเป็นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ บนกระจกที่ใช้แต่งตัวทุกเช้า และในรถยนต์ส่วนตัว

ความอดทนเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้ และการใส่ใจผู้อื่นมากกว่าตนเองก็เป็นสิ่งช่วยลดอารมณ์เชิงลบของเราได้เช่นกัน รู้อย่างนี้แล้ว มาฝึกใจให้เย็นดีกว่า เพื่อให้สังคมในที่ทำงานเต็มไปด้วยบรรยากาศสร้างสรรค์ และงานก็จะสำเร็จได้ พร้อมๆ ไปกับเราและเพื่อนร่วมงานที่มีความสุขกันโดยถ้วนหน้า

23 มิถุนายน 2564

ที่มา คม-ชัด-ลึก

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 2421