เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

วัคซีน ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่ ฝ่าวิกฤติ โควิด 19

วัคซีน ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่ ฝ่าวิกฤติ โควิด 19

"ภูมิคุ้มกันหมู่" ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งจากธรรมชาติเช่นกรณีไข้หวัดสเปน เมื่อ 100 ก่อน แต่นั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 50 ล้านคน ขณะที่อีกหนทางหนึ่ง คือ การ "ฉีดวัคซีน" ที่จะช่วยลดอัตราการป่วยหนัก และเสียชีวิต โดยเฉพาะในวิกฤติโควิด 19 เช่นปัจจุบัน

หลังจากที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 19 ผ่านไลน์ “หมอพร้อม” ในกลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง จำนวน 16 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 1 – 16 พ.ค. 64 ยอดการลงทะเบียน เวลา 14.00 น. อยู่ที่ 6,066,850 คน แบ่งเป็น กทม. 700,671 คน และ ต่างจังหวัด 5,366,179 คน

คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ มีมติปรับแผนการจัดหาและฉีดวัคซีนใหม่ โดยจะมีการปูพรม "ฉีดวัคซีน" เข็มแรกให้ประชาชนในเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งกลุ่มที่มีการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นหรือ ไลน์แอด หมอพร้อม รวมทั้งเปิดให้ประชาชนทั่วไปโดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า ตามจุดบริการต่างๆ เพื่อกระจายฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด

มีการแบ่งสัดส่วนของการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในแต่ละจุดแตกต่างกันตามสถานการณ์และการประเมินของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนั้นๆ เช่น อาจกำหนดให้กลุ่มที่มีการนัดหมายผ่านไลน์แอด “หมอพร้อม” หรือแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม ร้อยละ 30 กลุ่มประชาชนที่ทางโรงพยาบาลประสานร้อยละ 50 และผู้ที่เดินทางเข้ารับวัคซีนด้วยตนเองโดยมิได้นัดหมายร้อยละ 20 โดยการเข้ารับวัคซีนนั้นจะใช้เกณฑ์ตามข้อบ่งชี้การใช้ทางการแพทย์ ไม่มีการเลือกยี่ห้อวัคซีนเองได้

สำหรับพื้นที่กทม. ซึ่งถือเป็นพื้นที่ระบาดมากในขณะนี้ มีการตั้งเป้า 7.5 ล้านโดสสำหรับฉีดเข็มแรก ให้กับประชากร 7.5 ล้านคน ใน กทม. รวมถึงแรงงานต่างด้าวกว่า 2 ล้านคน โดยไม่มีการพิสูจน์ว่าเป็นแรงงานถูกกฎหมาย หรือผิดกฎหมาย จากจำนวน 7.5 ล้านโดสนี้ ตั้งเป้าว่าจะต้องฉีดให้ได้อย่างน้อย 70% หรือประมาณ 5 ล้านคน (5 ล้านโดส) ปัจจุบันกทม. ฉีดวัคซีนไปแล้ว 5 % ของประชากร จำนวนประชากรกรุงเทพฯ ตามทะเบียนราษฎร์จำนวน 5,583,601 คน ประชากรแฝง 2,053,508 คน รวม 7,637,109 คน หากคิดเป็น 70% ของประชากรจะอยู่ที่ 5,345,977 คน

"ภูมิคุ้มกันหมู่" เท่าไหร่จึงจะดี

การที่จะสู้กับโรคโควิด 19 ได้ ว่ากันว่าประชากรต้องมีภูมิคุ้มกันหมู่กว่า 70% ทั้งนี้ ภูมิคุ้มกันสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ คือ จากการติดเชื้อและหายเป็นปกติ และ การฉีดวัคซีนป้องกัน ขณะที่ระดับการเข้ารับวัคซีนที่แตกต่างกันทั่วโลก ทำให้ องค์การอนามัยโลก (WHO) มองว่าภูมิคุ้มกันหมู่ อาจไม่เกิดขึ้นทั่วโลกได้ทันในปี 2021 นี้

"วอลเตอร์ โอเรนสไตน์" ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจาก Emory University ให้ความเห็นว่า ไม่มีระยะเวลาที่เหมาะสมในการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่ชัดเจน แต่หลักฐานที่จะบ่งชี้ว่าเรามาไปถึงจุดนั้น คือ เมื่อระดับการติดเชื้อโควิดรายใหม่ลดลงอย่างมาก และผู้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากโควิด-19 น้อยลงไปมาก ดังนั้น สัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ จึงไม่เป็นความจริงที่ว่า ถ้าอยู่ที่ 64.9% จะต่ำกว่ามาตรฐานหรือถ้าอยู่ที่ 70.1% ถือว่าเป็นระดับที่ยอดเยี่ยม

ย้อนอดีตภูมิคุ้มกันหมู่ธรรมชาติ

ในอดีตภูมิคุ้มกันหมู่ที่เคยเกิดขึ้น “ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายย้อนอดีตว่า การเกิดโรคระบาด ไม่มียารักษา คนป่วย เสียชีวิตจำนวนมาก จนโรคสงบเอง เพราะเกิดภูมิต้านทานกลุ่ม เช่น สมัยรัชกาลที่ 2 อหิวาตกโรคระบาด มีคนเสียชิตจนเผาศพไม่ทัน คนติดโรคมากจนเกิดภูมิคุ้มกันกลุ่ม และทำให้โรคสงบเอง

ถัดมาใน สมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2461) โรคไข้หวัดใหญ่สเปนระบาด ไม่มียา หรือวัคซีน คนติดจำนวนมาก และเสียชีวิต 1% ของประชากร จนเกิดภูมิคุ้มกันกลุ่ม จึงทำให้โรคสงบเอง ชี้ โควิด-19 ก็เช่นกัน แต่เราสามารถฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันกลุ่มได้ไม่ต้องรอจนโรคสงบ วัคซีนคือทางออกของวิกฤติครั้งนี้

ทั้งนี้ ไข้หวัดสเปน เคยระบาดใหญ่ทั่วโลกเมื่อกว่า 100 ปีแล้วและคร่าชีวิตคนทั่วโลกกว่า 50 ล้านคน เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาชนิด A (H1N1) โดยที่มาอาจคล้ายกับไข้หวัดนก และโรคโควิด-19 คือมีการแพร่เชื้อจากสัตว์มาสู่คน และมีอาการคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป คือ เป็นไข้ ไอ จาม คลื่นไส้ ปวดเมื่อตามร่างกาย และท้องเสีย

สมุทรสาคร "ฉีดวัคซีน" มากที่สุดในประเทศ

ในประเทศไทย ข้อมูล จำนวนผู้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 15 พ.ค. 2564 จำนวน 2,242,150 โดส ในพื้นที่ 77 จังหวัด ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 1,462,762 ราย ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 779,388 ราย

ขณะที่ จากการระบาดระลอกที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 63 “สมุทรสาคร” กลายเป็นประเทศที่มีการ "ฉีดวัคซีน" มากที่สุดในประเทศ ราว 1.7 แสนคน จากประชากรทั้งสิ้น 6 แสนคน คิดเป็น 31.6% ของประชากร ส่วน “ภูเก็ต” ฉีดไปแล้ว 1 แสนคน จากประชากร 4 แสนคน คิดเป็น 25% ของประชากรทั้งหมด และ “กทม.” มีการฉีดไปแล้ว 3.2 แสนคน จากประชากร 7.5 ล้านคน คิดเป็น 5% ของประชากร

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของไทยในการจัดหาวัคซีน 100 ล้านโดส สำหรับ 50 ล้านคน มีการสั่งซื้อแล้วราว 66 ล้านโดส เป็นของซิโนแวค ราว 5 ล้านโดส มีการกระจายไปแล้ว 2 ล้านโดส และแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส โดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ทั้งหมด ทยอยส่งมอบใน มิ.ย. จำนวน 5 ล้านโดส ก.ค.-พ.ย.เดือนละ 10 ล้านโดส และ ธ.ค. 6 ล้านโดส จัดหาเพิ่มเติมโดยรัฐและเอกชนราว 34 ล้านโดส

ยอด 'โควิด-19' วันนี้ ทะลัก 9 พัน! พบติดเพิ่ม 9,635 ราย เสียชีวิตอีก 25 ราย

'พยากรณ์อากาศ' วันนี้ 'กรมอุตุนิยมวิทยา' ชี้ 'เหนือ-อีสาน-ตะวันออก' มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

ผ่าอาณาจักร “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” คนดี "เครือข่ายฉ้อโกง"

อังกฤษ หลังปูพรมฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ ศ.นพ.ยง ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก ส่วนตัวโดย “ฉายภาพหลังจากที่อังกฤษ ได้ทำการเร่งฉีดวัคซีน” โดยระบุว่า โควิด 19 วัคซีน เปรียบเทียบระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส โดยระบุว่า ประเทศฝรั่งเศส มีประชากร 65 ล้านคนประเทศอังกฤษมีประชากร 67 ล้านคน เท่ากับประเทศไทย ทั้งสองประเทศ มีปัญหา covid อย่างมาก และมีมาตรการต่างๆ รวมทั้ง lock down

“อังกฤษ” มีปัญหาระบาดหนักในช่วงที่เกิดสายพันธุ์อังกฤษ จนระบบสาธารณสุขของอังกฤษจะไปไม่รอด อังกฤษระดมฉีดวัคซีนอย่างเต็มที่ เดินหน้าปูพรมได้วัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม และสามารถฉีดวัคซีนได้ถึง 75 โดสต่อประชากร 100 คน ในขณะที่ฝรั่งเศสฉีดวัคซีนได้เพียง 34 dose ต่อประชากร 100 คน ( 4 พฤษภาคม) จะเห็นผลต่างกันชัดเจน โดยอังกฤษใช้วัคซีน Pfizer และ AstraZeneca โดยภายหลังใช้ AstraZeneca เป็นหลัก

“ฝรั่งเศส” ก็เช่นเดียวกัน แต่เมื่อมีปัญหาอาการแทรกซ้อน ที่เกี่ยวกับลิ่มเลือด ของวัคซีน virus vector (AstraZeneca) การฉีดวัคซีนของฝรั่งเศสช้าลงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอังกฤษ น้อยกว่ากันกว่าครึ่ง ผลลัพธ์ขณะนี้ผู้ป่วย covid 19 ของอังกฤษอยู่ในหลัก 1,000 ถึง 2,000 คนต่อวัน และมีการเสียชีวิตหลักหน่วย ถึง หลักสิบต้นๆ ส่วน ฝรั่งเศส ยังมีผู้ป่วยประมาณวันละ 20,000 คน เสียชีวิต 200 ถึง 300 คนต่อวัน หรือมากกว่ากัน 10 เท่า แสดงให้เห็นการให้วัคซีนในประชากรหมู่มาก มีประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดเจนต่อระบบสาธารณสุขและชีวิตโดยรวมของประชาชน

17 พฤษภาคม 2564

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 807