เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

แนะเคล็ดลับสร้างความเชื่อมั่นเสริมพลังใจสู้โรคโควิด-19

แนะเคล็ดลับสร้างความเชื่อมั่นเสริมพลังใจสู้โรคโควิด-19

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถึงขั้นคิดสั้น ทำร้ายตัวเอง เพราะผลอันเกิดจากความเครียด และความกดดันจากสังคมรอบข้าง ดูเหมือนเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ กรณีดังกล่าว พี่แอ้-พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลอาวุโส เกษียณราชการ คณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ข้อมูลว่า “ แม้ว่าการโอบกอดเพื่อให้กำลังใจกันอาจจะทำได้ยาก ในช่วงที่เราต้องเว้นระยะห่างทางสังคม สิ่งที่ควรทำคือการส่งกำลังใจให้แก่กัน เพราะถ้าจิตดีกายก็จะดี(จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว) หากครอบครัวไหนที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 คือ การพูดให้กำลังใจในเชิง ของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ติดเชื้อไวรัสร้ายรู้สึกว่า มันจะต้องผ่านไปได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากผู้ติดเชื้อคนไหน ที่ชอบการออกกำลังกายอยู่แล้ว แน่นอนว่าจะต้องผ่านพ้นวิกฤตเหล่านี้ไปได้เนื่องจากร่างกาย จะมีความแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับการรักษาด้วยยาที่ทำให้เชื้อไวรัสในร่างกายลดลง และโดยเฉพาะผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษา และปอดยังไม่ถูกไวรัสโควิด-19 ทำลาย แน่นอนว่ามีโอกาสสูงที่จะหายได้!! ตรงนี้จึงขอให้ผู้ป่วยอดทนอีกสักนิด!! แม้ว่าบางรายอาจจะยังมีไข้สูง แต่ทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน!!

“สำหรับผู้ที่สมาชิกในครอบครัว อาทิ วัยปู่ย่าตายายซึ่งติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนั้น เนื่องจากผู้ป่วยวัยนี้บางครั้งจะดื้อ หรือมีภาวะต่อต้านกับการรักษาจากแพทย์พยาบาล ลูกหลานสามารถให้กำลังใจท่าน โดยการใช้คำพูดในลักษณะ ให้ทำตามสิ่งที่แพทย์แนะนำ เพราะการที่ท่านต่อต้านการกินยา อาจจะต้องรักษาตัวนานกว่าที่ควรจะเป็น!!!และถ้าทำตามคุณหมอบอกได้ครบทุกอย่าง ก็จะได้กลับบ้านภายใน 2 อาทิตย์ เป็นต้น !!!และที่สำคัญไม่ต้องเป็นห่วงลูกหลาน เพราะเขาอายุยังน้อย รับประทานได้ นอนหลับ และทำงานได้ปกติ ที่สำคัญลูกหลานเป็นกำลังใจ คอยถามสารทุกข์สุกดิบคุณตาคุณยายทุกวัน ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องห่วงลูกๆหลานๆเลย!!!

ทั้งนี้บ้านไหนที่บุตรหลานเรียนหรือใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนั้น พ่อแม่ปู่ย่าตายาย สามารถส่งกำลังใจให้ผ่านทางโซเชียล หรือพูดคุยผ่านวีดิโอคอล โดยการให้กำลังใจผ่านคำพูดแนะนำให้รักษาตัวเอง และมั่นใจว่าจะต้องได้กลับมาเจอกันที่บ้านเราอย่างแน่นอน!!! ดังนั้นขอให้ดูแลตัวเองให้ดี และเชื่อว่าลูกหลานจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างแน่นอน!!!”

พยาบาลอาวุโส บอกอีกว่า “เมื่อให้กำลังใจคนรอบข้างแล้ว การให้กำลังใจตัวเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และต้องรักษาพร้อมกับกักตัวเอง 10-17 วันเพียงลำพัง ตรงนี้หลายที่มีอาการจิตตก จากภาวะกังวลในหลายด้าน ทั้งกลัวปอดติดเชื้อ!!! และคิดถึงคนทางบ้าน!!! หรือทำไมฉันต้องมานั่งอยู่คนเดียว!!!ตรงนี้ก็ขอให้คิดอยู่เสมอว่าการที่เราต้องอยู่คนเดียว แต่ยังมีเตียงให้นอน มีผ้าให้ห่ม หน้าห้องมีอาหารมาวางให้รับประทาน ก็ขอให้อยู่รักษาตัวต่อไป และต้องคิดอยู่เสมอฉันต้องหาย!!! และฉันจะต้องผ่านมันไปให้ได้แม้ว่ามันจะหนักแค่ไหนก็ตาม!!! ที่สำคัญจะต้องเสพหรืออ่านข่าวการติดเชื้อโควิด-19 อย่างระมัดระวังและไม่มากจนเกินไป คิดง่ายๆว่าประเทศไทยมีคนทั้งหมด 70 ล้านคน แต่ผู้ที่ติดเชื้ออยู่ในจำนวนที่ถือว่าน้อย ถ้าเทียบกับต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรืออเมริกา และอินเดียที่เสียชีวิตวันละหลักพันและติดเชื้อวันละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นราย ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเรา มันจะคลี่คลายและเราทุกคนก็จะผ่านมันไปได้ ถ้าทุกคนช่วยกันทำตามที่แพทย์พยาบาลแนะนำ ไปพร้อมๆกับความอดทนและความมั่นใจที่จะต้องหายในเร็ววัน ”

“สำหรับกิจกรรมคลายเครียดในช่วงที่ต้องรักษาตัว และกักตัวในโรงพยาบาลสนาม หรือแม้ในโรงพยาบาลเอกชน ที่เป็นห้องปลอดเชื้อส่วนตัว กิจกรรมที่น่าจะเหมาะมากที่สุด คือการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะที่ซื้อหนังสือมาและยังไม่มีโอกาสได้อ่าน ก็ใช้โอกาสนี้ในการหาความรู้ให้มีประโยชน์ เช่น หนังสือนิยาย หนังสือทำอาหาร หรือผู้ที่ซื้อหนังสือมาอ่านในวัยเกษียณ ก็สามารถนำมาอ่านในช่วงเวลาที่ต้องรักษาและกักตัวได้เช่นกัน กระทั่งการที่ตื่นเช้าขึ้นและโทรศัพท์ ไปพูดคุยกับพ่อแม่เพื่อนฝูงเป็นต้น หรือจะเลือกการออกกำลังบนเตียงนอนของตัวเอง ในท่าทางการยกแขนยกมือกึ่งแอโรบิคเล็กๆ แต่เน้นว่าจะต้องเอ็กเซอร์ไซส์อยู่บนเตียงของตัวเอง ไม่มารวมกลุ่มกัน หรือฟังเพลงเบาๆสไตล์ให้กำลังใจเป็นต้น

ทั้งนี้ภาพการแชร์กิจกรรมการเล่นเกมเศรษฐี และบันไดงู ในช่วงของการกักตัว 14 วัน ระหว่างการรักษาโรคโควิด-19 นั้นไม่แนะนำ เพราะเป็นกิจกรรมที่จะต้องมารวมตัวกัน โอกาสเสี่ยงติดเชื้อซ้ำมีสูง ดังนั้นจึงไม่แนะนำกิจกรรมนี้ สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงการรักษาโควิด-19 ยกเว้นว่าจะเป็นการกักตัว14 วัน หลังตรวจหาเชื้อโควิด-19 กรณีเป็นผู้มีความเสี่ยงต่ำ และรอตรวจรอบที่สอง ซึ่งสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ หากคุณต้องกักตัวอยู่บ้าน แต่จะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะเล่นกันเพื่อนๆ และจะต้องไม่ดึงหน้ากากอนามัยมาไว้ที่คาง เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงเช่นกัน อีกทั้งต้องเล่นในพื้นที่โล่งไม่แออัด หรือมีลมระบายอากาศ เป็นต้น”

23 เมษายน 2564

ที่มา ไทยโพสต์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1270