เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

7 กิจกรรมเร่งพลังความสำเร็จ

7 กิจกรรมเร่งพลังความสำเร็จ

How to การสร้างความสำเร็จด้วยกิจกรรมที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่ผลลัพธ์กลับมากมายกว่าที่ใครๆ จะคาดคิด แบ่งเวลายามเช้ามาลองทำ แล้วรอดูผลไปพร้อมๆ กัน

1) ออกกำลังกาย 20-30 นาทีต่อวัน

ช่วงเช้าอยากแนะนำให้ออกกำลังกาย จะยืดเส้นยืดสาย หรือคาร์ดิโอก็เลือกได้แบบที่ชอบ เพื่อให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว เลือดสูบฉีด ปอดทำงานได้ดีขึ้น มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าคนที่ออกกำลังกายในตอนเช้า 20 นาทีขึ้นไป จะส่งผลให้ร่างกายของเรามีพลังงานต่อเนื่องไปอีก 12 ชั่วโมง

ด้านสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็สนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีจากการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและหันมาออกกำลังกาย โดยแนะนำว่า ควรออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที อาทิตย์ละอย่างน้อย 150 นาที โดยผสานการออกกำลังกายทั้ง 3 แบบคือ คาร์ดิโอ การใช้แรงต้าน และการยืดเหยียด

เชื่อเลยว่าบางคนเครียดจากงานก็ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือออกกำลังกายเพื่อลดอาการของโรคที่เป็น ป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้น ป้องกันออฟฟิศซินโดรม หรือเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เหนื่อยหอบ ร่างกายแข็งแรง รวมทั้งเพื่อเป้าหมายของการชะลอวัย ทำให้กระตุ้นการหลั่งเอ็นโดรฟิน หรือสารแห่งความสุข เมื่อเราออกกำลังกาย อย่างน้อย 20-30 นาที จะทำให้เรามีความสดชื่น มีความตื่นตัว แจ่มใส มีบุคคลิกภาพที่ดี มีความสุข

ข้อควรระวัง : ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมจนเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายล้าแทน และเกิดการบาดเจ็บได้ในที่สุด ควรออกกำลังกายแต่พอดี เอาแค่พอสดชื่น เหงื่อออก ทำให้ร่างกายตื่นตัวพอ กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านสุขภาพ

2) จับดี

แน่นอนเรื่องร้าย เรื่องดี เราพบเจออยู่ทุกวัน แต่คุณเลือกได้ว่า คุณจะหาข้อดีจากเหตุการณ์ที่เราเจอได้อย่างไร ซึ่งเราขอเรียกว่า “การจับดี” ถ้าคุณหมั่นจับดีกับทุกเรื่อง กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวของคุณ เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เจ้านาย ลูกน้อง ลูกค้า แฟน คนรู้จัก คนไม่รู้จัก กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลังการจับดี จะส่งผลให้คุณพบแต่เรื่องราวดีๆ กิจกรรมนี้จะช่วยคุณในเรื่องสมดุลชีวิตด้านสัมพันธภาพ

3) เลือกทำสิ่งสำคัญก่อน

มองหาสิ่งสำคัญแล้วทำมันก่อน แบบนี้เรียกว่า “พลังแห่งการโฟกัส” ให้เราตัดสิ่งรบกวนออกไปให้หมด แล้วลงมือทำสิ่งสำคัญให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก ในทางสากลนิยมเรียกวิธีการแบบนี้ว่า “เวลาการทำงานทรงประสิทธิภาพ” ซึ่งเมื่อไหร่ที่เราฝึกพฤติกรรมนี้บ่อยๆ เราจะกลายเป็นคนมีพลังแห่งการโฟกัส และไม่หลุดโฟกัสเหมือนที่แล้วมา กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านการงาน

4) จ่ายให้ตัวเองก่อน

จะเบิร์นยังไงภายใน 10 นาที

รู้ทันโรคซึมเศร้า ก่อนรุมเร้าตัวเราและคนใกล้ตัว

หมายถึง เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้รับเงิน ควรแบ่งเงินจ่ายให้ตัวเองก่อนอย่างน้อย 10% สำหรับเอาไว้เป็นเงินเก็บออม หรือลงทุนให้เงินเติบโตงอกเงยมากยิ่งขึ้นในอนาคต เป็นการปลูกฝังนิสัยการจ่ายให้ตัวเองก่อน “อย่าเรียนรู้การทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว จงเรียนรู้ให้เงินทำงานให้คุณด้วย” จำไว้ว่า เราทำงานหนักก็ยิ่งเหนื่อย เงินทำงานหนักเรายิ่งรวย กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านการเงิน

5) นั่งสมาธิ 20 นาที

การนั่งสมาธิ เป็นการเข้าไปเชื่อมในสิ่งที่คุณเชื่อ คุณศรัทธา พลังมหาศาลที่อยู่ในตัวคุณ จะเป็นเครื่องรับสัญญาณจักรวาลที่ยอดเยี่ยมที่สุด

จักรวาลจะส่งพลังงานดีๆ พลังแห่งความโชคดีมาให้คุณ หน้าที่ของคุณคือ หลับตา นั่งสมาธิ มีสติ อยู่กับลมหายใจเข้า-ออก อยู่กับปัจจุบัน ง่ายๆเพียงวันละ 20 นาที ชั่วโมงทองในการนั่งสมาธิคือ เวลาตี 4 ถึงตี 5 และก่อนเข้านอน กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านจิตใจ

6) สนับสนุนผู้อื่น

จงใช้ศักยภาพของคุณ ความสามารถของคุณ ความเชี่ยวชาญของคุณ ทรัพยากรของคุณ สนับสนุนผู้อื่น กรณีที่คุณสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ แต่ถ้าคุณคิดว่า ฉันไม่มีอะไรเลย ฉันยังไม่ประสบความสำเร็จ ฉันยังไม่รวย ฉันจะสนับสนุนผู้อื่นได้ยังไง ง่ายๆ ให้คุณเริ่มจากส่งยิ้มให้ผู้อื่นก่อน พูดให้กำลังใจผู้อื่น พูดชมผู้อื่น ช่วยงานผู้อื่นด้วยใจ สนับสนุนให้ผู้อื่นมีพลัง มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการสนับสนุนผู้อื่น เมื่อคุณส่งพลังความดีออกไป ท้ายสุดคุณจะได้รับสิ่งดีๆ นั้นกลับมาเช่นกัน กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านภารกิจ

7) ฟังเสียงหัวใจตัวเอง

ยกมือขวาทาบอก ฟังเสียงหัวใจตัวเองให้มากขึ้น สัมผัสเสียงที่ดังก้องในใจ หัวใจกำลังบอกคุณว่า…สิ่งที่ใช่คืออะไร สิ่งสำคัญคืออะไร คุณควรตัดสินใจกับเรื่องนี้อย่างไร ที่ผ่านมา คุณฟังเสียงคนอื่นมาเยอะแล้ว แต่ชีวิตคุณก็ยังไม่ไปถึงไหน จนได้มาอ่านบทความนี้

ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมที่ผ่านมาคุณไปเข้าสัมมนาก็แล้ว ทำอะไรก็แล้ว แต่ชีวิตก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหนี้สิน เพราะอะไรทราบไหม เพราะคุณไม่เคยฟังเสียงหัวใจตัวเอง คนอื่นอาจจะหลอกคุณได้ แต่คำตอบจากหัวใจไม่เคยหลอกคุณ ดังนั้น จงฟังเสียงหัวใจตัวเองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แล้วคุณจะค้นพบคุณค่าในชีวิตที่แท้จริง

21 มกราคม 2564

ที่มา โพสต์ทูเดย์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 904