เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

เป็นแม่ไม่ง่าย ตอน ลูกเลือกเพศและการยอมรับจากพ่อแม่

เป็นแม่ไม่ง่าย ตอน ลูกเลือกเพศและการยอมรับจากพ่อแม่

เป็นแม่ไม่ง่าย - ว่าไปแล้วในเรื่องนี้สำหรับครอบครัวเราไม่เคยนึกว่าจะเป็นปัญหา หรือเคยมีปัญหาและเราได้แก้ไปแล้ว

เราอายุ 45 สามี เราอายุ 50 ปี เรามีลูกกันสามคน คนโตเกิดมามีเพศชาย คนต่อมามีเพศหญิง คนสุดท้องมีเพศชาย ลูกชายคนสุดท้องคือคนที่เขาเลือกเพศเองตอนอายุ 15

พวกเราในบ้าน ในครอบครัวเราเองไม่เคยคิดหรือนึกว่าจะเป็นปัญหา เราพูดคำนี้ได้เต็มปาก เพราะตั้งแต่เกิดมาเราเลี้ยงโดยไม่เคยเลี้ยงลูกตามเพศอย่างที่บางบ้านชอบทำกัน อย่างเรื่อง เด็กผู้ชายต้องเล่นหุ่นยนต์ เด็กหญิงต้องเล่นตุ๊กตา เด็กหญิงต้องใส่เสื้อผ้าสีชมพู หรือเด็กผู้ชายต้องได้เสื้อผ้าสีฟ้า ลูกสาวจะใส่สีฟ้า ลูกชายจะใส่สีชมพู ไม่เคยเป็นปัญหาเลย

ปัญหาไปเริ่มที่โรงเรียนอนุบาล เมื่อครูบอกลูกชายคนโตไม่ให้เล่นตุ๊กตากับเพื่อนผู้หญิง เวลาเลือกอะไรที่เกี่ยวข้องกับสี เช่น เค้ก ขนมมีสีสัน พอลูกชายเลือกสีชมพู ครูก็จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหรือสีอื่นที่ไม่ใช่สีชมพูให้ ลูกเราเขาแปลกใจ เพราะพ่อแม่ไม่เคยทำเรื่องพวกนี้ เขาเลยกลับมาถามเราที่บ้าน เราก็อธิบายไปว่า ทุกอย่างไม่เกี่ยวกับสี เพศยิ่งไม่เกี่ยวกับสี พอลูกไปโรงเรียนครูก็ยังทำแบบนี้ ลูกชายคนโต(ซึ่งทุกวันนี้ก็เป็นชายจริง แต่งงานกับผู้หญิง มีลูกน่ารักสองคน) ลูกเราเราชอบสีชมพู เราเลยไปโรงเรียนคุณกับครู ปรากฏว่าครูโรงเรียนนี้อนุรักษ์นิยมและหัวโบราณมาก พูดเท่าไหร่เขาก็ยังยืนยันว่า หากให้เด็กชายผู้ชายเล่นตุ๊กตาและชอบสีชมพู โตขึ้นลูกจะเป็นกะเทย เราหัวเราะและขำกับความคิดเช่นนี้ เราคุยกับสามีแล้วก็เลยตัดสินใจพาลูกออก ไม่ให้เรียนที่นั่น นั่นเป็นครั้งแรกที่โลกภายนอกมีปัญหา ในสายตาลูก ทุกวันนี้ลูกเราจำเรื่องนี้ไม่ได้ แต่เราจำได้ นั่นแสดงว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีผลต่อชีวิต แต่เราคิดว่า หากอยู่โรงเรียนนี้ไปนานๆ จนจบอนุบาล 3 เรานั่นแหละที่จะมีปัญหากับโรงเรียน

ที่ลูกเราจำได้เกี่ยวกับทัศนคติเรื่องเพศ กลับเป็นเรื่องที่ตอนเด็กๆ นั่งดูทีวีด้วยกัน มีตอนผู้ชายจูบกัน เดินจับมือกัน พ่อพูดว่า ความรักเป็นเรื่องดีงาม คนเรารักกันดีกว่าเกลียดกัน ลูกเราทุกคนที่ตอนนั้นนั่งดูทีวีด้วยกัน จำเรื่องนี้ได้หมด โดยเฉพาะลูกคนเล็กสุด เขาบอกว่านี่เป็นเรื่องที่เขาจำได้เรื่องหนึ่ง ตั้งแต่เล็ก พ่อแม่ไม่เคยพูดหรือแสดงออกในทางรังเกียจ หรือตั้งแง่ไม่ดีเมื่อพูดถึงเพศที่ 3 หรือ LGBTQ ตอนเขาไปบ้านเพื่อน พ่อแม่เพื่อนหลายคนต่างหากที่พูดโจมตี หรือแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากลุ่มเพศทางเลือก หรือเพศที่สามเป็นพวกโรคจิต เป็นโรค ต้องไปหามอรักษา เขาจึงลังเลที่จะแสดงออกถึงเพศที่แท้จริงภายในใจของเขา

ตรงนี้เรากับสามีพูดกับลูกว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเพศได้ ลูกจะเกิดมามีเครื่องเพศอะไร แต่พอลูกรู้จักตัวเองที่แท้จริง อยากมีเพศที่ไม่ตรงกับเพศที่เกิดมา พ่อแม่ไม่ว่าอะไรเลย อันนี้ลูฏเราเข้าใจตั้งแต่พวกเขาเล็กๆ แล้ว เพื่อนฝูงเราที่คบหากันก็มีเพศที่สามหลายคน มีทั้งเป็นเลสเบี้ยน หญิงรักหญิง เกย์ ชายรักชาย หรือแม้แต่ผู้หญิงแปลงเพศ ผู้ชายแปลงเพศ เราไม่เคยรังเกียจ ตั้งแง่ เราคบกับเพื่อนด้วยจิตใจ ด้วยความเป็นมนุษย์ ไม่เคยเอาเรื่องเพศมาตัดสิน ไม่เคยดูถูกรังเกียจรังงอน

เราเชื่อว่า เรื่องเหล่านี้มีมานานแล้ว แต่สังคมอดีตกดทับไว้ มองว่าเป็นโรคภัย กลุ่ม LGBTQ จึงไม่กล้าแสดงออกมา ในธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด หมา แมว แม้แต่เพนกวินก็มีตัวที่เป็นเช่นนี้ เราเคยเห็นหมาของเพื่อนตัวผู้ที่ชอบตัวผู้ หรือในสารคดีที่เพนกวินตัวผู้อยู่ด้วยกัน แล้วขโมยเอาลูกนกเพนกวินมาเลี้ยง

เรื่องการมีลูกนี้ก็เช่นเดียวกัน เราว่าโลกทุกวันนี้ไปไกล เกินกว่าจะมานิยามว่า การแต่งงาน การมีครอบครัวคือต้องมีลูก หากไม่ต้องการมีลูกก็ไม่ต้องมี LGBTQ ก็เช่นกัน

หากพวกเขาอยากมีลูกก็ไปรับอุปการะที่ไหนก็ได้ เคยมีคนรู้จักคู่เลสเบี้ยน ก็รับเอาลูกของพี่สาวแท้ๆ มาเลี้ยง แล้วบอกความจริงตอนเด็กโตพอจะเข้าใจ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยด้วยซ้ำ

เราอยากบอกว่า เพศทางเลือก เพศที่สาม มันไม่ใช่เรื่องที่อยากจะเป็น แต่คือเลือกที่จะเปิดเผยให้สังคม ให้คนที่เขารักรู้

ปัญหาของลูกที่เป็นเพศที่สามมาจากครอบครัว ครอบครัวต้องยอมรับ เมื่อครอบครัวยอมรับจะเป็นพลังแข็งแรงให้กล้าเปิดเผย ให้กล้ารักตัวเอง ทุกวันนี้คนเป็นเพศที่สามเกิดปัญหาซึมเศร้าจนสุดท้ายก็ป่วยเป็นโรค ตองรักษา เพราะมาจากครอบครัวที่ไม่ยอมรับ ไม่พยายามเข้าใจ บางคนไม่เดซึมเศร้า แต่ก็เข้าหาทางอื่นแทน อย่างยาเสพติด หรือไม่ก็คิดฆ่าตัวตายไปเลยก็มี

ลูกเราคนเล็กทุกวันนี้เขาก็มีความสุขในอย่างที่เขาเป็น เราไม่บอกนะ ว่าเขาเป็นเลสเบี้ยน เป็นเกย์หรือเป็นอะไร คำพวกนี้ก็แค่นิยาม มันไม่มีประโยชน์อะไรเท่ากับสิ่งที่เขาเลือกให้ตัวเองมีความสุข ดำเนินชีวิตต่อไปในสังคม ไม่เป็นปัญหา ไม่สร้างความทุกข์ร้อนให้ใคร #

14 ธันวาคม 2563

ที่มา ข่าวสด

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1150