เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

แก้ปัญหา การพนัน ต้องปลูกฝังในครอบครัว

แก้ปัญหา การพนัน ต้องปลูกฝังในครอบครัว

จากการวิจัยประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ช่วง เม.ย.-ก.ค.62 สะท้อนการพนันแทรกซึมในสังคมไทย ราว 40.7 ล้านคนเคยเล่นพนันและกว่าครึ่งเล่นตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี หนทางป้องปรามสกัดไม่ให้เยาวชนหรือคนใกล้ตัวเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจึงอยู่ที่ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัว

ถ้าไม่อยาก “บ้านแตก” อย่าได้แตะ “การพนัน” ...เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจประโยคนี้เป็นอย่างดี หากทำได้ตามนี้ ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม และปัญหาเศรษฐกิจ ก็คง “ไม่เกิดขึ้น” แต่อย่างที่ทุกคนเข้าใจดี “การพูด” ดูง่าย แต่ “การกระทำ” มันยาก ถ้าทุกคนทำได้ตามที่พูดปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นก็คงไม่เกิดขึ้น และก็คงไม่มีข่าวความแตกแยกของครอบครัวดารานักแสดงที่ภรรยาไปติดการพนันจนมีหนี้สินล้นพ้นตัวออกมาให้เห็น เรามั่นใจว่า “เคส” ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวดารานี้ ไม่ได้มีเพียงเคสนี้เคสเดียว แต่ยังมีเกิดขึ้นอีกมากมายหลายเคสในสังคมไทย เพียงแต่ไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมา

หลายคนบอกว่าเพราะ “ความเห็นต่าง” ทำให้เกิด “การพนัน” ซึ่งเราเชื่อว่า นั่นเป็นเพียงส่วนน้อย เพราะในความเป็นจริงแล้ว “ความโลภ” และ “การอยากรวย” ต่างหาก ที่ทำให้เกิดการพนัน แม้ว่าสุดท้ายจะ “ไม่เคยเห็น” ใครที่ “รวยจากการพนัน” เลยก็ตาม แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีผู้คนจำนวนมาก “ทุ่มเงิน” ไปกับ “การพนัน” เพราะความอยากรวย สุดท้ายก็ต้องมาเจอกับความ “พัง” ของชีวิต

มีข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งร่วมมือกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ได้สำรวจสถานการณ์ด้านการพนัน โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 77 จังหวัด ระหว่างเดือน เม.ย.ถึง ก.ค.2562 รวม 4.45 หมื่นตัวอย่าง ผลสำรวจพบว่า คนไทย 76.3% หรือราวๆ 40.7 ล้านคน “เคยเล่นพนัน” ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเล่นพนันตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี โดยอายุต่ำสุดที่เริ่มเล่นพนันครั้งแรกมีอายุแค่ 7 ปีเท่านั้น และในจำนวนผู้ที่ถูกสำรวจนี้ ระบุว่าคนแวดล้อมใกล้ตัวที่เล่นการพนันมีสัดส่วนสูงถึง 96.1% พูดง่ายๆ คือ คนใกล้ตัวที่รู้จักเคยเล่นพนันเกือบทั้งหมด

นอกจากนี้ผลสำรวจยัง ระบุว่า การพนันที่ได้รับความนิยมมากสุด คือ สลากกินแบ่งรัฐบาล รองลงมา คือ หวยใต้ดิน ทายผลฟุตบอล ไฮโล โปปั่น น้ำเต้าปูปลา ตามลำดับ โดยวงเงินในการพนัน “ฟุตบอล” นับเป็นอันดับหนึ่งราว 1.6 แสนล้านบาท รองลงมา คือ หวยใต้ดิน 1.53 แสนล้านบาท และสลากกินแบ่งรัฐบาล 1.5 แสนล้านบาท เพียงแค่การพนัน 3 อย่างนี้ คิดเป็นวงเงินที่หมุนสะพัดในระบบรวมแล้วกว่า 4.64 แสนล้านบาท ยิ่งระยะหลังเราเห็นว่า “การพนันออนไลน์” เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชน เพราะเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ บัญชีแบงก์ หรือ อี-วอลเล็ต ก็สามารถเข้าถึงการพนันได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว

แน่นอนว่าการพนันออนไลน์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ถือเป็น “ด่านแรก” และด่านสำคัญในการป้องกัน ปราบปราม เว็บไซต์พนันออนไลน์ต่างๆ ที่มอมเมาสังคม เราเห็นว่าควรต้องมีบทลงโทษที่หนัก ต้องดำเนินการตรวจจับอย่างจริงจัง ไม่ทำเพียงแค่ตามกระแสแล้วจบกันไป แต่เชื่อว่าเมื่ออ่านถึงจุดนี้ คงมีคน “ท้าพนัน” ว่า ยังไง “ดีอี” ก็คงปราบปรามได้ไม่หมด ...เราจึงเห็นว่า “การป้องปราม” ที่ดีสุดในการสกัดไม่ให้เยาวชนหรือคนใกล้ตัวเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเล่นพนัน คือ “ผู้ปกครอง” หรือ คนใน “ครอบครัว” ซึ่งถือเป็นหน่วยสังคมที่เล็กสุด ใกล้ชิดกันมากสุด ต้องช่วยกันปลูกฝัง “เยาวชน” ในบ้าน ชี้ให้เห็นถึง “หายนะ” จากการเล่นพนันไม่ว่าจะเป็นบนออนไลน์หรือออฟไลน์ วันนี้เรามั่นใจว่ามีตัวอย่างให้ดูกันหลายเคส อยู่ที่ว่าจะปลูกฝังกันอย่างไร!

21 กันยายน 2563

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1487