เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

จัดการกับความเครียด เมื่อต้อง work from home

จัดการกับความเครียด เมื่อต้อง work from home

สัปดาห์นี้ขอพามาดูวิธีดูแลตัวเอง รับWork From Home ทำงานที่บ้านอย่างไรให้ไร้เครียด งานดีมีประสิทธิภาพ แถมสุขภาพจิตยังดีตามอีกด้วย

ในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงแพร่หลายอยู่อย่างต่อเนื่องจนมีการประกาศ พ.รก.ฉุกเฉิน ก็ทำเอาหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน หันมาทำงานที่บ้านหรือWork From Home เพื่อ "อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ" เว้นระยะห่างทางสังคมกันมิใช่น้อย

แต่ในช่วงของการทำงานที่บ้านนี่เอง ที่หลายๆคนมองว่าคือสถานที่พักผ่อน คือที่ๆพักกาย พักใจ ไร้เรื่องงานมากวนใจ แต่กลับต้องควบคุมตนเองในการทำงาน หรือทำงานที่บ้านจนลืมเวลา ด้วยเหตุนี้ การทำงานที่บ้านก็อาจจะก่อให้เกิดดความเครียดมิใช่น้อย

ซึ่งในเรื่องนี้ ทาง นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) "แนะนำวิธีการทำงานที่บ้านให้ไม่เครียด" ว่า โดยหลักการของการต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ที่ผ่านมาเน้นตัวบุคคลว่า ต้องทำอะไร ปฏิบัติตัวอย่างไรมากจนเกินไป แต่จริงๆ เรื่องนี้ต้องเป็นในระดับสังคม ประกอบด้วย 1. ครอบครัว 2.สถานที่ทำงาน หรือ องค์กร และ 3.ชุมชน โดยการจะทำให้ทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เครียด คือ ต้องมี "3 สร้าง และ 2 ใช้"

โดยการดำเนินการให้ได้ 3 สร้าง 2 ใช้ โดยองค์กรต้องมีส่วนร่วม อย่างการทำ "3 สร้าง" ประกอบด้วย 1.สร้างความรู้สึกปลอดภัย 2.สร้างความสงบ และ 3.สร้างความหวัง โดยองค์กรต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ให้กับพนักงาน อย่างการทำงานที่บ้านก็ต้องให้เห็นว่า เพื่อความปลอดภัย ส่วนในเรื่องของความสงบเกี่ยวกับการรับข้อมูลข่าวสาร ไม่ให้ตื่นตกใจ ก็เป็นสิ่งที่ต้องย้ำเตือน ขณะที่ความหวัง หากใครทำงานที่บ้านแล้วให้ความร่วมมือในการทำงานดีก็ต้องมีการชื่นชม 

ส่วน "2 ใช้" คือ การใช้สัมพันธภาพที่ดี การให้กำลังใจซึ่งกันและกันจะผ่านพ้นวิกฤตโควิดไปได้ และการใช้พลัง ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย สิ่งสำคัญการทำงานที่บ้านต้องสื่อสารกันอย่างเข้าใจ หากพนักงานรู้สึกเหนื่อย หรือเครียดกับการทำงานมาก อย่างบางรายไม่ได้หยุด หรือทำงานเกินเวลาก็ต้องมีการสะท้อนออกไป และร่วมกันหาทางแก้ปัญหา  

"จริงๆการทำงานที่บ้าน เราจะมีเวลาเพิ่มมาประมาณ 2 ชั่วโมงจากการไม่ต้องเดินทาง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อดีทำให้มีเวลาเตรียมงานมากขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็ต้องพัก เพื่อให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แทนที่จะป้องกันโควิด-19 อย่างเดียว เราต้องคำนึงถึงสุขภาพจิต สุขภาพกายภาพรวมทั้งหมด  และหากพนักงานเริ่มไม่สบายใจ ต้องสะท้อนปัญหาให้ทางองค์กรเพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ดี และทางองค์กรควรรับฟัง เพื่อจะได้มีการปรับปรุงระบบงานให้สามารถทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญตอนนี้คือ เราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน หาทางออกร่วมกันในการผ่านพ้นโรคโควิด-19ไปให้ได้" ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าว

ฉะนั้น การทำงานที่บ้านไม่จำเป็นที่จะต้องตึงเครียดอย่างหนักเพียงอย่างเดียวอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ เพราะหากเราปรับตัว ปรับใจ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ร่วมมือกันทุกฝ่าย นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ให้กายและใจมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการหลีกเลี่ยงการรับเชื้อ "โควิด-19" ได้อย่างดีอีกวิธีหนึ่งอีกด้วย...... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/766880

7 เมษายน 2563

ที่มา เดลินิวส์

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana

Views, 852