เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

สานต่อนโยบายรับยาจิตเวชใกล้บ้าน ใกล้ใจ สะดวก ไม่ต้องรอนาน

สานต่อนโยบายรับยาจิตเวชใกล้บ้าน ใกล้ใจ สะดวก ไม่ต้องรอนาน

กรมสุขภาพจิต เดินหน้าสานต่อนโยบายรับยาจิตเวชใกล้บ้าน ใกล้ใจ สะดวก ไม่ต้องรอนาน

มื่อวันที่ 23 ธ.ค.62 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โครงการรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน เป็นโครงการที่ดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งเริ่มเปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 โดยในช่วงต้นของโครงการจะดูแลผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรค คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด และโรคทางจิตเวช ยาที่ผู้ป่วยจะได้รับจากร้านยาจะเป็นยาที่จัดส่งมาจากโรงพยาบาล ซึ่งเป็นยารายการเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วย ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการอำนวยความสะดวก และเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลของผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลและร้านยา

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า กรมสุขภาพจิต ได้ดำเนินงานตอบสนองนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ในโครงการกระจายผู้ป่วยรับยาจิตเวชที่ร้านขายยา เพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนและระบบเชื่อมต่อบริการระหว่างร้านขายยากับโรงพยาบาลจิตเวช และพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชในระดับตติยภูมิ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มโรคหลัก คือ โรคจิตเภท วิตกกังวล ซึมเศร้า และนอนไม่หลับ ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการคงที่ และแพทย์อนุญาตให้รับยาเดิม โดยการรับยาในครั้งแรกจะรับจากโรงพยาบาล และครั้งถัดไปจะรับใบนัดเพื่อรับยาที่ร้านยาต่อเนื่อง เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งเภสัชกรร้านยาจะติดตามผลการรักษาจากการประเมินอาการของโรค ประเมินอาการข้างเคียงจากยา และความร่วมมือในการใช้ยา หลังจากนั้นแพทย์ที่โรงพยาบาลจะนัดติดตามผลการรักษาทุก 6 เดือน ซึ่งผลลัพธ์สุดท้าย จะช่วยลดปัญหาการรอคิวได้ 10% ภายใน 6 เดือน และช่วยลดการรอคิวได้ 20% ภายใน 1 ปี รวมทั้งจะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล จากระยะเวลามารักษาที่โรงพยาบาล เฉลี่ยรวม 2 ชั่วโมง 30 นาที หากรับยาที่ร้านยา จะใช้เวลาเฉลี่ยรวมแค่ 20 นาที ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับความสะดวกมากขึ้นไม่ต้องรอนาน

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า รพ.จิตเวชในสังกัดกรมสุขภาพจิตที่เข้าร่วมโครงการกระจายผู้ป่วยรับยาจิตเวชที่ร้านยา รวมทั้งหมด 14 โรงพยาบาล ได้แก่ ภาคเหนือ 3 รพ. คือ รพ.สวนปรุง, รพ.จิตเวชพิษณุโลก และรพ.จิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ ภาคกลาง 3 รพ. คือ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์, รพ.ศรีธัญญา และสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ภาคใต้ 2 รพ. คือ รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และรพ.สวนสราญรมย์ ภาคตะวันออก 1 รพ. คือ รพ.จิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 รพ. คือ รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์, รพ.จิตเวชเลยราชนครินทร์, รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์, รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ และรพ.พระศรีมหาโพธิ์ โดยมีร้านยาเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 117 ร้านยา และปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการแล้ว 68 ราย โดยมีรพ.ที่ได้ทำการเปิดตัวโครงการนี้ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 11 รพ. และจะทยอยเปิดตัวจนครบทุกรพ. ภายในวันที่ 27 ธ.ค.นี้

ทางโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ได้จัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงานการกระจายผู้ป่วยจิตเวชรับยาที่ร้านขายยาสำหรับโรงพยาบาลจิตเวชในสังกัดกรมสุขภาพจิตและโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาระบบบริการเภสัชกรรมผู้ป่วยจิตเวชในระดับปฐมภูมิ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือดาวน์โหลดคู่มือนี้ได้ที่ www.pharmcare.dmh.go.th เพื่อให้รพ.ได้นำองค์ความรู้ไปดำเนินงานขับเคลื่อนตามแนวทางในคู่มือ รวมถึงขยายองค์ความรู้ในเขตบริการสุขภาพที่รับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นให้เกิดเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยจิตเวชด้านการใช้ยาอย่างต่อเนื่องและผู้ป่วยเกิดความสะดวกในการรับยาใกล้บ้านใกล้ใจ บูรณาการพัฒนาระบบงานเภสัชกรรมในร้านขายยาให้เกิดการมีส่วนร่วมและเกิดความเข้มแข็งในการดูแลสุขภาพของประชาชนในด้านการส่งเสริม ป้องกัน และรักษา รวมทั้งการเพิ่มคุณภาพการดูแลการใช้ยา และมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาและการดูแลสุขภาพ เพื่อการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและประชาชนที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดอบรมให้ความรู้กับผู้จัดการระบบด้านสารสนเทศ และเภสัชกรของโรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิต เพื่อเชื่อมโยงระบบข้อมูลสารสนเทศในการให้บริการแก่ผู้ป่วย ให้มีความสะดวกรวดเร็วและคล่องตัว ระหว่างโปรแกรม Pharmcare transition กับระบบสารสนเทศ (Hospital Information System : HIS) ของทุกโรงพยาบาลในสังกัด และเพื่อเพิ่มสมรรถนะเภสัชกรร้านยาในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชต่อไป อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

24 ธันวาคม 2562

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 694