เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

"แม่วัยใส"อุปสรรคเพียบ เหตุผู้ใหญ่ไม่ทำตาม พ.ร.บ.ท้องวัยรุ่น

"แม่วัยใส"อุปสรรคเพียบ เหตุผู้ใหญ่ไม่ทำตาม พ.ร.บ.ท้องวัยรุ่น

สายด่วน 1663 ระบุ คนท้องไม่พร้อมปรึกษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัยรุ่น แต่กลับพบอุปสรรค เพราะ “ผู้รับผิดชอบ” ไม่ทำตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น อย่างจริงจัง

นางสาวอัชรา แก้วประดิษฐ์ หัวหน้างานบริการให้คำปรึกษาสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม กล่าวว่า สายด่วนฯ 1663 ให้บริการปรึกษาและช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบปัญหาท้องไม่พร้อม โดยจำนวนผู้ที่ปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมสูงขึ้นทุกปี อย่างปีล่าสุด คือ 1 ก.ย 2561 - 31 ส.ค. 2562 มีผู้ปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมทั้งสิ้น 31,013 ราย หรือเพิ่มขึ้นราว 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปีแรก เมื่อ 1 ก.ย 2557 - 31 ส.ค. 2558 ที่ 1663 เปิดบริการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อม โดยมีผู้รับคำปรึกษาจำนวน 10,848 ราย และหากดูสัดส่วนของผู้ที่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้วก็จะพบว่า เพิ่มขึ้นราว 5.6 เท่า หรือจาก 4,008 ราย เป็น 22,534 ราย ซึ่งกล่าวได้ว่า แนวโน้มของคนที่ท้องไม่พร้อมและต้องการปรึกษาหรือความช่วยเหลือมีมากขึ้น

“อย่างปีล่าสุด คือ 1 ก.ย 2561 - 31 ส.ค. 2562 พบว่ามีวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 20 ปีปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมจำนวนมากขึ้น คือ 8,509 ราย และทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้ว 5,353 ราย หรือเพิ่มขึ้นราว 4 เท่าจากช่วงปีแรกของการเปิดบริการที่มีวัยรุ่นที่ท้องแล้วและมารับคำปรึกษาเพียง 1,317 ราย” นางสาวอัชรากล่าว

ด้านนายสมวงศ์ อุไรวัฒนา รองผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ผู้รับผิดชอบโครงการสายด่วนฯ 1663 กล่าวว่า ประเทศไทยได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 มากว่า 3 ปี โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆ ถึง 6 กระทรวงคือ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงใหม่คือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งทำงานครอบคลุมวัยรุ่นทั้งประเทศ โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้มีข้อกฎหมายที่สำคัญคือ มาตรา 5 ที่ระบุถึงสิทธิของวัยรุ่นที่สำคัญ 5 อย่าง คือ สิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเอง สิทธิในการได้รับความรู้ สิทธิในการรับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ สิทธิในการได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว และสิทธิในการได้รับการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ

นายสมวงศ์ กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลของสายด่วนฯ พบว่า มีวัยรุ่นจำนวนมากยังไม่ได้รับทั้งบริการและสิทธิตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยวัยรุ่นที่ปรึกษาจำนวน 5,456 ราย ระบุว่าการตั้งครรภ์เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และในขณะเดียวกันก็พบว่า การศึกษากลับเป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ เพราะวัยรุ่นหลายคนที่ท้องในขณะที่เรียนหนังสืออยู่นั้น ไม่ได้มีปัญหาอย่างอื่น เขามีแผนจัดการหลังคลอดเป็นอย่างดี แต่ผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูบางคนไม่ให้เรียนหนังสือต่อ หรือสร้างสิ่งแวดล้อมให้เป็นอุปสรรค จนเด็กและผู้ปกครองทนไม่ไหวต้องหยุดเรียนหรือย้ายไปเรียนโรงเรียนอื่น ทั้งที่ พ.ร.บ.และกฎกระทรวงศึกษาธิการระบุชัดเจนว่า ถ้านักเรียน/นักศึกษาท้องต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือที่ดี และห้ามให้นักเรียนออกจากโรงเรียน

ผู้รับผิดชอบโครงการสายด่วนฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ วัยรุ่นอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการคุมกำเนิดด้วยวิธีที่ต้องใช้หัตถการ เช่น การฝังยาคุม แต่หน่วยบริการบอกให้พาผู้ปกครองมาเซ็นยินยอม ทั้งที่มีประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุขออกมาแล้วว่า วัยรุ่นที่อายุ 10 - 20 ปี ขอรับบริการคุมกำเนิดได้โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองเซ็นยินยอม รวมถึงยังไม่มีอุปกรณ์คุมกำเนิดที่เป็นทางเลือกให้วัยรุ่นได้รับอย่างเพียงพอ เช่น ถุงยางอนามัย เป็นต้น

“หากจะแก้ปัญหาเรื่องท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นอย่างจริงจัง การมีกฎหมายอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่คนที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายต้องใช้อย่างเคร่งครัด โดยต้องยึดมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นหัวใจในการทำงาน และประเทศนี้ต้องทำให้วัยรุ่นและผู้ปกครองทราบสิทธิของตัวเองและยืนยันสิทธิได้ หากถูกเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากการตั้งครรภ์ รวมถึงทราบว่า มีช่องทางในการร้องเรียน หากวัยรุ่นถูกละเมิดสิทธิ โดยสายด่วน 1663 เป็นช่องทางหนึ่งในการให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนจากกรณีถูกละเมิดสิทธิตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวด้วย” รองผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าว

29 พฤศจิกายน 2562

ที่มา สยามรัฐ

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 603