เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

วัยทำงานมีความเสี่ยง “ลงพุง-ซึมเศร้า”

วัยทำงานมีความเสี่ยง “ลงพุง-ซึมเศร้า”

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน... แน่นอนว่าจะต้องเผชิญกับโรคต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แน่นอนว่าจะต้องมีเสี่ยง “โรคซึมเศร้า” กับโรคต่างๆ เพราะกรมอนามัยเผยว่าวัยทำงานไทยกว่า 15 ล้านคน มีความเสี่ยง “ลงพุง” จึงแนะนำให้บริษัทและองค์กรสร้างแรงจูงใจเปลี่ยนพฤติกรรม

นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ได้กล่าวถึงสภาพปัญหาดังกล่าวว่า ในปัจจุบันมีวัยทำงานราว 15 ล้านคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำให้หลายคนเกิดภาวะความเครียดสะสมจนทำให้กระทบต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคอ้วนเพราะขาดการออกกำลังกาย และกินอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไปจนเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยพบว่ามีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็งระบบสืบพันธุ์ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในผู้หญิง และโรคที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เช่น มะเร็งกล่องเสียง หลอดเลือดสมองตีบ และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

การอ้วนลงพุง โรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง พบในคนทำงานซึ่งมีแนวโน้มเป็นโรคดังกล่าวกันเพิ่มมากขึ้น ส่วนโรคเครียดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด “โรคซึมเศร้า”และวัยทำงานเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากที่สุด ส่งผลต่อการทำให้เกิดภาระ และสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมาก

ขณะที่ นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผลกระทบพฤติกรรมสุขภาพของวัยทำงานเป็นปัญหาที่ไม่ควรละเลย เพราะเป็นรุ่นที่จะช่วยในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งมีการพบในคนทั่วโลกตั้งแต่อายุ 20 กว่าปีขึ้นไป นอกจากจะเสี่ยงในการเป็นโรคแล้วยังเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน ทำให้เกิดภาวะหดหู่ วิตกกังวล ไปจนถึงการเกิดโรคซึมเศร้าได้

ฉะนั้น บริษัท หรือองค์กร และหน่วยงานต่างๆ ควรส่งเสริมให้พนักงานหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และสร้างแรงจูงใจด้วยการส่งเสริมให้ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีการจัดการบริหารทางด้านอารมณ์ ควบคู่กับการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ จะช่วยในเรื่องลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคได้ ทั้งนี้ ถ้าสุขภาพกายดี สุขภาพใจก็จะดีตามไปด้วย ส่วนภาวะโรคซึมเศร้าที่มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตายนั้นก็ขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย

5 สิงหาคม 2562

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By ์์Nitayaporn/Bungon/Thongpet

Views, 691