เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

สธ.ตั้งเป้าปี 62 บําบัดผู้ติดเสพยาเสพติด 219,275 คน

สธ.ตั้งเป้าปี 62 บําบัดผู้ติดเสพยาเสพติด 219,275 คน

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการบําบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด ตามมาตรการการลดอันตรายจากยาเสพติด โดยใช้หลักสาธารณสุขและสิทธิมนุษยชนเน้นการดูแลสุขภาพในระบบบำบัดที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยในปีงบประมาณ 2562 ตั้งเป้านำผู้ติดยาเสพติด เข้ารับการบำบัด 219,275 คน แบ่งเป็นระบบสมัครใจ 136,725 คน บังคับบำบัด 56,550 คน ต้องโทษ 26,000 คน จากผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2561 - 18 มิถุนายน 2562 ได้นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดฯ ในโรงพยาบาลสังกัดทั่วประเทศกว่า 800 แห่ง แล้วจำนวน 133,962 คน คิดเป็นร้อยละ 61.09 ในระบบสมัครใจ 61,360 คน ระบบบังคับบำบัด 58,864 คน และระบบต้องโทษ 13,738 คน

นายแพทย์สุขุมกล่าวต่อว่า การบำบัดผู้ติดยาเสพติดของกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการโดยศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสําหรับกลุ่มผู้เสพยาเสพติด ใช้กิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาและผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด การจัดการอารมณ์ สร้างแรงบันดาลใจ เห็นอกเห็นใจ พร้อมระบบการติดตามดูแล ช่วยเหลือหลังเข้ารับบริการให้ครอบคลุมทั่วถึง ภายใต้หลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พึ่งได้” ป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ เพื่อลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติดทั้งด้านเศรษฐกิจ และอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ รวมถึงการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากการเสพยาเสพติด อาทิ เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบ บี และซี

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจของผู้เข้ารับการบำบัด ด้วยการปรับมุมมองผู้ติดยาเสพติด คือ “ผู้ป่วย” ที่ต้องได้รับการรักษา ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ชุมชน และครอบครัวในการป้องกัน เฝ้าระวัง บําบัดแก้ไข และฟื้นฟูดูแลผู้ใช้ยาเสพติด แบบองค์รวมทั้งกาย จิตใจ สังคม โดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง (Community Based Treatment and Care) รวมถึงให้โอกาสผู้บำบัดสามารถกลับมาดํารงชีวิตได้ตามปกติ ทั้งด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพ

1 กรกฎาคม 2562

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Posted By Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 691