เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

กรมสุขภาพจิต เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมสุขภาพจิต เชิดชู 39 เครือข่ายสุขภาพอำเภอ

กรมสุขภาพจิต เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมสุขภาพจิต เชิดชู 39 เครือข่ายสุขภาพอำเภอ

กรมสุขภาพจิต เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมสุขภาพจิต เชิดชู 39 เครือข่ายสุขภาพอำเภอ หวังเป็นต้นแบบขยายผลครอบคลุมทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้ระบบบริการปฐมภูมิ “พชอ.ร่วมคิด สุขภาพจิตร่วมใจ คนไทยมีความสุข” ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร ว่า จากนโยบายและเป้าหมายของรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นการสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันปัญหาสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย โดยจะมีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และคณะกรรมการพัฒนาคุณชีวิตระดับเขต (พชข.) เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้บูรณาการการดำเนินงานสุขภาพจิตมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมาย “ประชาชนมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น” ด้วย 3 หัวใจ สำคัญในการดำเนินงาน ได้แก่ 1. การให้ความสำคัญกับปัญหาและความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง 2. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ด้วยกลไก พชอ. ที่รวมถึงประชาชนในชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลตนเองเป็นเจ้าของกิจกรรม และเกิดความต่อเนื่องอย่างยั่งยืน และ 3. การเชื่อมโยงงานสุขภาพจิตให้เข้ากับปัญหาสำคัญของชุมชน โดยมีกองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต และศูนย์สุขภาพจิต ร่วมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีอำเภอและเขตในกทม. เข้าร่วมบูรณาการการดำเนินงาน 927 แห่ง จาก 928 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 99.89 และพบว่า ร้อยละ 87 ของเครือข่ายในระบบสุขภาพอำเภอ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการบูรณาการงานสุขภาพจิต ตลอดจนเห็นถึงความสำคัญ สามารถเชื่อมโยงงานสุขภาพจิตเข้ากับพชอ.ได้ นำไปสู่การทำงานอย่างบูรณาการครอบคลุมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตในเนื้อเดียวกัน โดยประเด็นสำคัญที่มีการนำงานสุขภาพจิตมาบูรณาการร่วมด้วย 3 อันดับแรก ได้แก่ การดูแลผู้ป่วยระยะยาว (Long Term Care) รองลงมา คือ อุบัติเหตุและฉุกเฉิน และสิ่งแวดล้อม ตามลำดับ ส่วนใหญ่ดำเนินการในกลุ่มวัยทำงาน รองลงมา คือ วัยสูงอายุ และกลุ่มวัยรุ่น ตามลำดับ

ขณะที่ประเด็นสุขภาพจิตที่ พชอ. นำมาบูรณาการในการดำเนินงานมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ความเครียด รองลงมาคือ ความสุข และซึมเศร้า ตามลำดับ และในวันนี้ได้มีการมอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชู 39 เครือข่ายสุขภาพที่มีผลการดำเนินงานสุขภาพจิตที่โดดเด่น 3 ด้าน ได้แก่ 1. ต้นแบบการบูรณาการงานสุขภาพจิตร่วมกับ พชอ.ที่โดดเด่น 2. การบูรณาการงานสุขภาพจิตตามกลุ่มวัย (เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียนวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ การดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน) ร่วมกับ พชอ.ที่โดดเด่น และ 3. นวัตกรรมสุขภาพจิตชุมชนที่บูรณาการงานสุขภาพจิตร่วมกับ พชอ.ที่โดดเด่น

ADVERTISEMENT

ด้าน นางสุดา วงศ์สวัสดิ์ ผอ.ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสัมมนาฯ ในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม. เพื่อเป็นเวทีร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การ บูรณาการประเด็นสุขภาพจิตตามกลุ่มวัย นำเสนอผลการดำเนินงานสุขภาพจิตในมิติของการส่งเสริมสุขภาพจิตและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตระดับประเทศ ตลอดจนเป็นการยกย่องเชิดชูเครือข่ายสุขภาพที่มีผลการดำเนินงานสุขภาพจิตที่ดีเยี่ยมและเป็นต้นแบบให้กับภาคีเครือข่ายในการประยุกต์งานสุขภาพจิตเข้ากับการดำเนินงานภายใต้ระบบสุขภาพอำเภอ ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้บริหารกรมสุขภาพจิต บุคลากรจากศูนย์สุขภาพจิต เครือข่ายสุขภาพอำเภอจากทั่วประเทศ แกนนำชุมชน รวมทั้งสิ้นประมาณ 600 คน ตลอดจนมีการนำเสนอผลงานและนิทรรศการ รวมทั้งนวัตกรรมของชุมชนที่น่าสนใจ

สำหรับนวัตกรรมสุขภาพจิตที่น่าสนใจ อาทิ “นวัตกรรม ดนตรีสร้างสุขในชมรมผู้สูงอายุ” ของเครือข่าย อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ โดยการใช้อังกะลุงมาเป็นเครื่องดนตรีที่ประยุกต์เข้ากับกิจกรรมสร้างสุข 5 มิติ โดยภายหลังทำกิจกรรมพบว่า ผู้สูงอายุมีระดับความเครียดในระดับน้อยหรือแทบไม่มีเลย ในช่วงคะแนน 0-4 อยู่ที่ร้อยละ 92.30 และจากการวัดผลโดยใช้ปรอทวัดความสุข วัดระดับความสุขหลังการเข้าร่วมกิจกรรม พบว่า มีความสุข เฉลี่ยร้อยละ 99.64 เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.99 จากก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม, “นวัตกรรม การเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายสำเร็จ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” อ.สามง่าม จ.พิจิตร เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมาร่วมกันกำหนดแผนการป้องกันการฆ่าตัวตาย และสร้างให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของการแก้ปัญหาร่วมกัน

โดยพบว่า จากเดิมปัญหาการฆ่าตัวตายสำเร็จมีอัตราเกินเกณฑ์ติดต่อกัน 3 ปีย้อนหลัง (ปี 2559-2561) คิดเป็นอัตรา 10.54, 9.40, 9.40 ตามลำดับ ส่งผลให้อัตราการฆ่าตัวตายในปี พ.ศ.2562 มีอัตราลดลงเหลือเพียง 4.71 ต่อประชากรแสนคน, “นวัตกรรม มหกรรมสร้างสุขทั้งอำเภอ เพื่อเธอผู้สูงอายุ บางขัน” อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช พบว่า คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในระดับดี ลดความเหลื่อมล้ำ มีอาชีพมีรายได้ มีความภาคภูมิใจในตัวเอง มีความสนุก มีความสุขเพิ่มขึ้น และจากการใช้เครื่องมือสร้างสุข 5 มิติ พบว่า ผู้สูงอายุ มีระดับความสุขในระดับมากหลังเข้าร่วมกิจกรรม สถิติอัตราการฆ่าตัวตายในผู้สูงอายุลดลง เป็นต้น ผอ.ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กล่าว

25 มิถุนายน 2562

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Posted By Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 14