เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

รู้ไหมว่า คนที่ประสบความสำเร็จ เขาจัดการกับความโกรธอย่างไร?

รู้ไหมว่า คนที่ประสบความสำเร็จ เขาจัดการกับความโกรธอย่างไร?

ใครเคยโกรธสุดขีดแล้วปรี๊ดแตกปล่อยระเบิดออกไปแต่ต้องมานั่งเสียใจ...ยกมือขึ้น!! แล้วรู้ใช่ไหมว่ามันผิด เพราะระเบิดลูกนั้นทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพ กลายเป็นคนที่ทนแรงกดดันไม่ไหว ไร้ประสิทธิภาพ วุฒิภาวะต่ำ นี่คือผลที่ตามมาจากการแสดงความโกรธแบบผิดๆ ในที่ทำงาน ซึ่งทำลายชื่อเสียง ความก้าวหน้าในอาชีพ ส่วนความโกรธที่บ้านก็สร้างความเสียหายให้ความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือแย่กว่านั้นก็อาจถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล

จากการวิจัยโดย Dr.Travis Bradberry ประธานกรรมการของ TalentSmart แสดงให้เห็นว่าไอคิวสูงทางอารมณ์ (ความสามารถในการรับรู้และประสบการณ์ทางอารมณ์ โดยไม่ปล่อยให้ความโกรธหรืออารมณ์ควบคุมพฤติกรรม) เป็นความสามารถที่สำคัญของคนที่ได้รับการยอมรับในระดับสูง

สถิติการศึกษาจากคนกว่าล้านคน พบว่า กว่า 90% ของคนที่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมอารมณ์และความโกรธ พวกเขาจะสงบแม้อยู่ภายใต้ความกดดัน เนื่องจากความฉลาดทางอารมณ์ที่เหนือกว่า ทำให้พวกเขามีความสามารถที่จะอยู่ในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง รวมทั้งความโกรธเมื่ออยู่ภายใต้ความเครียด การควบคุมความโกรธ คนที่ประสบความสำเร็จเน้นการโฟกัสให้มากขึ้น กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม และมีความมั่นใจมากขึ้น แล้วพวกเขาฝึกอย่างไร

1.พวกเขายอมรับความโกรธ อย่างเป็นธรรมชาติและผ่องใส

เมื่อคุณตระหนักถึงความโกรธว่าเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ที่สำคัญ เมื่อหยุดกลัว คุณจะสามารถเริ่มต้นการจัดการได้ทุกเรื่องอย่างใจเย็นและสร้างสรรค์

2.พวกเขามุ่งเน้นไปที่ ‘ฉันหรือผม’ แทน

คนที่โกรธมักพูดว่า ‘คุณ’ ‘คุณ’ “คุณทำให้ฉันช้าลง” หรือ “คุณยังไม่ส่งรายงาน" คำพูดแบบนี้จะทำให้เรื่องบานปลายและคนอยากปกป้องตัวเอง และไม่ยอมยืนอยู่ฝั่งเดียวกับคุณ ไม่อยากช่วยคุณ แต่ถ้าคุณบอกว่า “ฉันไม่อยากล้าหลัง เพราะมันทำให้พวกเราทั้งหมดดูไม่มืออาชีพ” คนจะรู้สึกว่าคุณต้องการความช่วยเหลือและอยากช่วยแก้ปัญหา

3.พวกเขาหลีกเลี่ยงการพูดและคิดในเชิงลบกับตัวเอง

เมื่อคุณคิดแต่เรื่องลบๆ และต่อว่าตัวเอง คุณจะหมดพลัง แต่ถ้าคุณโอบกอดความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง คุณมีแนวโน้มที่ต้องการปรับปรุงมากกว่า ที่จะนั่งถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ คิดแบบนี้ เป็นเวลานาน สามารถนำไปสู่​​ความเครียดและภาวะซึมเศร้า ใช้มุมมองที่เป็นบวกและสร้างสรรค์ของตัวเอง และคุณจะประสบความสำเร็จมากขึ้นและมีความสุข

4.มุ่งเน้นไปที่ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้โฟกัสไปที่คน

การตั้งป้อมชี้นิ้วต่อว่าใคร ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น หรือช่วยให้ปัญหาเบาลง เลิกบอกว่าใครทำและทำไมทำผิด ให้ตั้งคำถามใหม่ว่าเราจะแก้ปัญหาแบบนี้อย่างไรและแก้ปัญหาแบบไหนที่จะทำให้เราก้าวไปอีกขั้น การนั่งพร่ำพูดถึงเหตุไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากทำให้บาดหมางซึ่งกันและกัน

5.ไม่ยึดถือค​​วามเสียใจ

ความเสียใจ ใช้พลังงานและความพยายามมากมาย ทำให้คุณเหนื่อยกว่าที่ควรจะเป็นและสะสมปัญหาหนักเกินความจริง จงเลิกสะสมความทุกข์ จงให้อภัยและลืม

6.ไม่เคยส่งอีเมล หรือข้อความใดๆ ในขณะที่โกรธ

วิธีการที่คุณสื่อสารกับคนในที่ทำงานสามารถส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าในอาชีพในอนาคตของคุณ และอีเมลเป็นบันทึกถาวรของการสื่อสารว่ามีศักยภาพที่จะสร้างหรือทำลายอาชีพ ดังนั้น ถ้าต้องการเขียนบางสิ่งบางอย่าง ร่างอีเมล หรือจดหมายไว้แล้วอ่านหลายๆ ครั้ง และทุกครั้งให้ถามตัวเองว่าคุณจะได้อะไรจากการส่ง แน่ล่ะคุณได้ความสะใจ มันจะได้จบๆ ไป ทนมานาน แต่มันอาจจบจริงๆ และอาจทำให้คุณสูญเสียอะไรอีกมากมาย

7.นั่งสมาธิ

การทำสมาธิช่วยให้จัดการกับความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของความโกรธ การทำสมาธิปกติควบคุมระดับคอร์ติซอล นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่ม Serotonin ที่เรียกว่า "รู้สึกดี" ฮอร์โมนที่สมดุลอารมณ์ของคุณและสามารถทำให้ตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเอง

8.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ เพราะแก้ได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะหงุดหงิดกับโปรเจกต์ที่คั่งค้าง ความคิดแย่ๆ ที่ยังค้างมาและไม่เคลียร์ แถมช่วยเพิ่มระดับพลังงานและช่วยโฟกัส นักวิจัยยังพบว่ามันสามารถช่วยให้คุณจัดการความโกรธของคุณได้ดีอีกด้วย

9.เปลี่ยนสมองจากเครียดเป็นบันเทิง

การอ่านหนังสือ ดูหนังดีๆ หรือสารคดีเแนะนำเรื่องต่างๆ ของชีวิต ช่วยให้มีทางออกโดยไม่มีความเสี่ยงของการทำร้ายใคร และไม่ต้องกลัวการตัดสินใจที่ผิดพลาด

27 มีนาคม 2562

ที่มา โพสต์ทูเดย์

Posted By Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 1373