เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

คนไทยอาการหนักไปแล้ว เสพติดหวยเข้าเส้น9ล้านคน

คนไทยอาการหนักไปแล้ว เสพติดหวยเข้าเส้น9ล้านคน

สัปดาห์นี้คำเปรียบเปรยที่ว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” คงใช้ไม่ได้ ทั้งมนุษย์เงินเดือน-เจ้าของกิจการ มีมากถึง 9 ล้านคนซื้อหวยเข้าขั้นเสพติดอย่างจริงจัง

พูดถึงเรื่อง “หวย” ในเวลานี้...เชื่อเถอะ!!! แทบจะหาได้ยากกับคนที่ไม่เคยเล่นหวย ไม่เคยซื้อลอตเตอรี่ จะด้วยต้องการเสี่ยงโชคหวัง “รวยทางลัด” หรือจะด้วยแค่ “ซื้อติดๆ ไว้ให้อุ่นใจ” ก็ตามที

ไม่เช่นนั้นการพิมพ์ลอตเตอรี่ขายจนถึงทุกวันนี้ คงไม่ปาไปถึง 90 ล้านฉบับเข้าไปแล้ว ที่สำคัญยังเป็นการพิมพ์เพิ่มมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเท่านั้นที่คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้เห็นชอบให้พิมพ์สลากเพิ่มมาโดยตลอก

จากปี 59 ที่มีเพียง 65 ล้านฉบับ เรื่อยมาจนถึงปี 61 ที่มีมากถึง 90 ล้านฉบับ แม้เหตุผลที่ว่าความต้องการมีมาก หากพิมพ์มากสนองตอบต่อตลาดได้มาก ราคาของลอตเตอรี่ย่อมต้องลดลงตามไปด้วย แต่จนแล้วจนรอดจนถึงนาทีนี้...ใช่ว่าราคาลอตเตอรี่จะมีราคาที่ใบละ 80 บาทเสียเมื่อไหร่ เลขเด็ดเลขเก็งรวมชุดราคาถูกสุดก็ใบละ 90-100 บาท ส่วนเลขที่ไม่เป็นที่ต้องการบางงวดก็อาจมีราคาต่ำกว่า 80 บาทบ้าง

ดังนั้นเรื่องราวของ “หวยแพง” จึงอยู่คู่กับคนไทยมาตลอด และเป็นสิ่งที่ท้าทายสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สุดท้ายไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ราคาลอตเตอรี่ก็ยังแพงอยู่ดี แต่ในเมื่อผู้ซื้อ “สมยอม” ก็ว่ากันไม่ได้ เพราะหลักง่ายๆ ถ้าแพงก็อย่าซื้อ!!! ใช่หรือเปล่า??

เอาเป็นว่าในเมื่อ “ความเหลื่อมล้ำ” ระหว่างคนจนและคนรวยยังไม่ลดความรุนแรงไปจากสังคมไทย เรื่องของ “ความหวัง” จะคงอยู่คู่กับคนไทยไม่หมดไม่สิ้น แม้รัฐบาล “บิ๊กตู่” ได้จัดหน่วยงานสารพัดออกมาชี้แจงเหตุผลและความจริง จนถึงขนาดจัดตั้งสำนักงานแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำเป็นการเฉพาะก็ตาม

แต่ถ้าคนไทยทั้งประเทศยังมีสัดส่วนของ “คนจน” มากกว่าคนรวย เรื่องราวของ “การเสี่ยงโชค” ก็ยังคงมีอยู่ และอาจรุนแรงไปจนถึงการเสี่ยงโชคแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็อย่างที่บอกไม่เช่นนั้นลอตเตอรี่คงไม่มีมากถึง 90 ล้านฉบับในแต่ละงวดกันหรอก

ในเมื่อมี “ดีมานด์” ดังนั้นก็ต้องมี “ซัพพลาย” ให้เพียงพอ จึงกลายเป็นที่มาของบทสำรวจบทวิเคราะห์ว่า แต่ละงวดเงินจำนวนมหาศาลที่ใช้จ่ายซื้อหวยซื้อลอตเตอรี่นั้น ทำให้สูญเสียโอกาสกันไปขนาดไหน??

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจของธนาคารทหารไทย ที่ออกมาล่าสุด จึงกลายเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ที่รัฐบาล “บิ๊กตู่” ต้องนำไปคิดนำไปตึกตรองให้ถ้วนถี่ ในเมื่อมีเป้าหมายมียุทธศาสตร์ชาติที่จะนำพาประเทศไทย นำพาคนไทยให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า...ณ เวลานี้ มีคนไทยถึง 25% หรือ 1ใน 4 หรือราวๆ 20 ล้านคนทีเดียวที่ซื้อลอตเตอรี่และหวย คิดเป็นเงินรวมกันก็ตกประมาณปีละ 2.5 แสนล้านบาท เงินจำนวน 2.5 แสนล้านบาทนี้นับว่าสูงกว่าเงินที่นำไปซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือแอลทีเอฟ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรืออาร์เอฟเอ็ม ถึง 3 เท่าทีเดียว

แสดงให้เห็นว่าคนไทยนิยม “เสี่ยง” มากกว่าการ “ออม” ขณะเดียวกันถ้าเปรียบเทียบเงินกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ก็เท่ากับเงินลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อม “สนามบินดอนเมือง-อู่ตะเภา-สุวรรณภูมิ”

ที่สำคัญ...เดี๋ยวนี้การเล่นหวยหรือซื้อลอตเตอรี่ ได้กระจายเป็นวงกว้างไม่ใช่เพียงเฉพาะบรรดารากแก้ว รากหญ้า อีกแล้ว แต่กลายเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือเจ้าของกิจการ ก็นิยมซื้อหวยเช่นกัน

ดังนั้นคำเปรียบเปรยที่ว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” ในขณะนี้คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะไม่ว่าใครก็นิยมเล่นหวยด้วยกันทั้งนั้น แถมข้อมูลยังบอกไว้ด้วยว่า จากกำลังแรงงานกว่า 38 ล้านคน พบว่า 25 ล้านคน เป็นมนุษย์เงินเดือนและเจ้าของกิจการ ซึ่งในจำนวนนี้มีมากกว่า 12 ล้านคนที่เล่นหวย

ไม่เพียงเท่านี้!!! ที่รัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องต้องคิดให้จงหนัก...เพราะจากข้อมูลบอกว่า ในจำนวน 12 ล้านคนนี้ มีคนที่เข้าขั้น “ติดหวย” แบบประเภทเสพติดอย่างจริงๆ จังๆ ถึง 9 ล้านคน

ขณะเดียวกันในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาคนไทยยังค้นหา “เลขเด็ด” มากขึ้น 18% ขณะที่การฝากเงินเพิ่มขึ้นเพียง 9% เท่านั้น แถมขนาดเจอวิกฤติเศรษฐกิจยังเจียดเงินจากรายได้ 1.2% มาเล่นหวย

อุ๊แม่เจ้าโว้ย!!! น่าใจหายทีเดียว เพราะคนเหล่านี้คาดหวังที่จะรวยเป็นเศรษฐีจากการถูกรางวัลที่ 1 ถึง 44% ขณะที่โอกาสถูกรางวัลจริงๆ มีเพียง 1 ในล้าน ขณะที่คน “มักน้อย” ขอถูกแค่รางวัล 2 ตัว 3 ตัว กลับมีมากถึง 78% ขณะที่โอกาสในการถูกรางวัลมี 0.4%-2% เท่านั้น

เห็นอย่างนี้แล้วน้าหนักใจแทน “บิ๊กตู่” และผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร??...

24 ธันวาคม 2561

ที่มา เดลินิวส์

Posted By Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 360