เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

เครียดแล้วทำไมต้องกรีดข้อมือ

เครียดแล้วทำไมต้องกรีดข้อมือ

ในยุคนี้มีพบเห็นทั้งในข่าวและผู้คนรอบๆ ตัวที่เครียดจนต้องทำร้ายตัวเองด้วยการกรีดข้อมือเพิ่มมากขึ้น และเมื่อมีข่าวหรือมีใครโพสต์ประเด็นนี้ลงในสื่อโซเชียล ก็จะมีผู้คนเข้าไปประณามคนกรีดข้อมือตัวเองว่า โง่ เรียกร้องความสนใจ ส่วนกลุ่มคนที่เคยมีประสบการณ์กรีดข้อมือตัวเองก็จะเข้าไปอธิบายว่าที่ทำไปไม่ได้โง่ ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ แต่มันอึดอัด เครียด มีความทุกข์แสนสาหัส และไม่รู้จะระบายออกอย่างไร เมื่อกรีดไปแล้วทำให้รู้สึกสบายขึ้น

จากการพูดคุยกับคนที่กรีดข้อมือตัวเอง รวมทั้งกรีดแขนขาและส่วนอื่นๆ ด้วย เลยอยากถ่ายทอดความรู้สึกของคนเหล่านั้น ให้ผู้ที่ไม่ได้มีพฤติกรรมกรีดข้อมือเข้าใจคนกลุ่มนี้ในอีกมุมหนึ่งค่ะ สิ่งที่คนกรีดตัวเองรู้สึกเหมือนกันก่อนลงมือกรีดคือความรู้สึกอึดอัด กดดัน จากคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลในครอบครัว ที่มีการสื่อสารกันแบบซ้ำๆ ซากๆ เช่น ต้องตั้งใจเรียน ต้องทำเกรดให้ดีเพื่ออนาคตที่ดี หรือทำอะไรก็ผิด หรือไม่ดีพอไปหมด บางคนเติบโตมาในบรรยากาศที่ต้องรับฟังความคิดของผู้ใหญ่และปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ถูกวางไว้ที่ผู้ใหญ่คิดว่าดีสำหรับตัวเด็กเอง โดยที่เด็กไม่มีทางโต้แย้ง บางคนเติบโตภายใต้ความคาดหวังของพ่อแม่ที่เมื่อเด็กทำได้ดีแล้ว ไม่ได้รับคำชม แถมยังบอกว่าทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้ ทั้งๆ ที่เด็กตั้งใจทำดีขึ้นแล้ว ฯลฯ คนกลุ่มนี้จึงเติบโตพร้อมกับความรู้สึกกดดันอึดอัด พูดไม่ได้ หรือพูดไปไม่มีคนสนใจฟัง

การผิดหวัง เป็นทุกข์ และเจ็บปวดซ้ำๆ ซากๆ สะสมมาเป็นเวลานานอย่างนี้ จะค่อยๆ ถูกฝังลึกลงไปในฐานจิต และค่อยๆ กลายเป็นความด้านชา จนพวกเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังด้านชา เพราะพวกเขากดมันไว้จนกลายเป็นความเคยชิน และคิดว่าตนเองไม่ได้เจ็บปวดมากมายอะไร เมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ก็ดูเหมือนจะพลอยหายไปด้วย กลายเป็นคนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ไม่รัก ไม่เกลียด ไม่กลัว ไม่เจ็บปวดอะไรอีกแล้ว พวกเขาจะรู้สึกเฉยๆ เพราะชินชากับความรู้สึกนั้น คงคล้ายๆ กับการดัดฟัน ใหม่ๆ เราจะรู้สึกเจ็บๆ ตึงๆ แต่พอชินแล้ว เราก็รู้สึกเฉยๆ ทั้งๆ ที่แรงกดแรงตึงยังมีอยู่ (ถ้าไม่มีฟันเราจะเข้าที่เข้าทางได้อย่างไร) ขณะที่คนกลุ่มนี้ชาชินกับความไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดนั้นยังคงมีอยู่และหลบซ่อนอยู่ภายใน แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับความเจ็บปวดโดยกดไว้ไม่ให้เจ็บปวด ความรู้สึกที่เจ้าตัวพอจะรับรู้ได้ก็คือความรู้สึกอึดอัด เครียด กดดัน และไม่รู้ว่าจะหยุดมันได้อย่างไร ดังนั้นการย้ายความเจ็บปวดจากภายในให้ปรากฏออกมาภายนอกจึงเป็นวิธีการที่คนกลุ่มนี้ใช้ แม้ลึกๆ พวกเขาไม่อยากทำ แต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้

เมื่อกรีดตัวเอง หรือทำร้ายร่างกายตัวเองแล้ว พวกเขาส่วนใหญ่มักจะบอกว่าความรู้สึกอึดอัดภายในใจมันคลายลง รู้สึกสบายขึ้น โล่งขึ้น ดังนั้นคนที่ไม่ได้เป็นอย่างนี้ ไม่ควรมองว่าเขาโง่ หรือเรียกร้องความสนใจ แต่ควรเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และมีเมตตาของพวกเขา ไม่ควรตอกย้ำซ้ำเติม เพราะโดนมาตลอดชีวิตและเก็บกดไว้จนต้องระบายออกอย่างนี้ เราควรให้กำลังใจ ให้ความช่วยเหลือด้วยการรับฟังปัญหาของเขา ให้เขาได้พูดระบายความรู้สึกอึดอัดอะไรออกมาบ้าง และผู้ที่เครียดจนต้องทำร้ายตนเอง ขอให้รู้ว่าทุกปัญหามีทางแก้ไข แต่เขาอาจจะมองไม่เห็นทางออกเพราะเขามองอยู่มุมเดียว การได้พูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้จะช่วยทำให้เขามองเห็นทางออกของปัญหาอีกหลายทาง หากไม่รู้จะพูดคุยกับใคร การพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาก็เป็นทางเลือกที่ดี อย่าเข้าใจผิด คนกลุ่มนี้ไม่ได้บ้า เขาเพียงเป็นคนที่มีความทุกข์ที่ควรได้รับความช่วยเหลือเท่านั้น นอกจากนี้ การออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ ก็ช่วยคลายความเครียดอึดอัดได้

สังคมเราทุกวันนี้ ผู้คนมีความเครียดสะสมเพิ่มมากขึ้น วันหนึ่งเราเองก็อาจจะอยู่ในสภาวะนั้นด้วยเช่นกัน การคอยสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและผู้คนรอบข้าง ช่วยรับฟังปัญหาเป็นสิ่งที่เพื่อนมนุษย์ควรจะมีให้แก่กันค่ะ

ใครมีปัญหา ลูกเรียนไม่เก่ง ไม่รู้จะทำอะไรในอนาคต ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 08-1458-1165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ

28 พฤศจิกายน 2561

ที่มา ไทยรัฐ

Posted By Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 32597