เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

แพทย์เตือน ยาแก้เซ็กซ์เสื่อม เสี่ยงตามัวมองไม่ชัด-สีเพี้ยน

แพทย์เตือน ยาแก้เซ็กซ์เสื่อม เสี่ยงตามัวมองไม่ชัด-สีเพี้ยน

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ผศ.นพ.ณวพล กาญจนารัณย์ อาจารย์สาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงผลกระทบจากการใช้ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศว่า การใช้ยาซิลเดนาฟิล ที่ใช้ในการรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว แก้ปัญหาการไม่แข็งตัวขององคชาติ แต่ยาดังกล่าวมีผลกระทบต่อเซลล์รับภาพและสีของดวงตาด้วย ทำให้เซลล์รับภาพเสื่อมลงไปชั่วคราว จนมองเห็นสีที่ผิดเพี้ยนไป โดยเฉพาะสีน้ำเงินและสีเหลือง โดยจะเห็นสีเหลืองมากขึ้น หรือมองจนฟ้าเหลือง แต่เมื่อยาหมดฤทธิ์ลงไปก็จะกลับมาเป็นปกติได้

ผศ.นพ.ณวพล กล่าวต่อว่า หากพบว่าใช้ยาดังกล่าวแล้วเกิดการมองเห็นสีที่ผิดเพี้ยน ขอให้มาพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมิน เนื่องจากบางคนอาจมีปัญหาเซลล์รับภาพไม่ดีอยู่แล้ว หรือโรคมองไม่เห็นในที่มืด แต่ไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นเซลล์จะยิ่งเสื่อมเร็วผิดปกติ การใช้ยาดังกล่าวก็ยิ่งทำให้เซลล์เสื่อมลงยิ่งขึ้น จนเกิดปัญหาการมองเห็นขึ้นได้ผศ.นพ.ณวพล กล่าวอีกว่า ยาดังกล่าวเป็นการขยายหลอดเลือด จึงมีการนำไปใช้ในการรักษาโiคอื่นๆ ด้วย เท่าที่มีการติดตามคนที่รับประทานยานี้อย่างต่อเนื่อง เช่น 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน พบว่า เจอปัญหามองเห็นสีผิดเพี้ยนจาก 3 คนใน 200 คนเท่านั้น หรือประมาณ 0.1% ที่มีความผิดปกติ แต่ในกลุ่มผู้สูงอายุหรือคนมีโรคประจำตัวที่มีความเสื่อมของเซลล์อยู่แล้ว และส่วนใหญ่จะเป็นวัยที่ใช้ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นจากการใช้ยานี้”

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกเรื่องที่ยาดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบต่อดวงตาได้ คือ ทำให้ขั้วประสาทตาขาดเลือด ซึ่งกรณีเช่นนี้พบได้น้อย เพียง 2.8 ต่อแสนคน แต่เป็นอาการที่รุนแรง โดยจะทำให้เกิดปัญหาตามัวอย่างถาวร และการรักษาก็ไม่ทำให้กลับมามองเห็นชัดตามเดิมได้ ซึ่งกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่เส้นเลือดไม่ดีอยู่แล้ว ยิ่งมีการใช้ยาดังกล่าวร่วมด้วยก็เพิ่มความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นทำให้เลือดไปเลี้ยงขั้นประสาทตาน้อยลง จึงต้องระมัดระวังในการใช้ยานี้อย่างมาก

“แพทย์ที่สั่งจ่ายยาจะทราบความเสี่ยงในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะยาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อดวงตาเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ขอย้ำว่าคนที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อย่าซื้อยามารับประทานเอง ต้องให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยก่อน เพราะการใช้ยามีความเสี่ยงทั้งต่อดวงตาและอวัยวะอื่นด้วย” ผศ.นพ.ณวพล กล่าว

28 พฤศจิกายน 2561

ที่มา ข่าวสด

Posted By Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 376