เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

รณรงค์ยุติความรุนแรงในเด็กสตรี-​บุคคลในครอบครัวและสังคมไทย

รณรงค์ยุติความรุนแรงในเด็กสตรี-​บุคคลในครอบครัวและสังคมไทย

สยามรัฐออนไลน์ 25 พฤศจิกายน 2561 22:48 ภูมิภาค

เมื่อวันที่​ 25​ พ.ย. 2561 ที่ผ่านมานายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กสตรีบุคคลในครอบครัวและความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ

ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่ามกลางหัวหน้าหน่วยงานในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้นำศาสนาอิสลามในจังหวัดประจวบคีรีขันธฺ นักเรียนโรงเรียนพัฒนศาสตร์ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

โดยจุดเริ่มต้นของการวันยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวสากล เริ่มมาจากความตระหนักถึงความรุนแรงต่อสตรี หลังเหตุการณ์สัง หารนักเคลื่อนไหวทางการเมืองสตรีชาวโดมินิกัน 3 คน คือ แพทริเซีย มาเรีย และมิเนอร์วา ในคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน 2504 สาเหตุมาจากเหตุผลทางการเมือง ก่อนที่ปี พ.ศ. 2534 ได้เกิดเหตุสังหารหมู่นักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยมอนทรีออล ประเทศแคนาดา จำนวน 14 คน หลังจากเหตุการณ์นั้นส่งผลให้กลุ่มผู้ชายกว่า 1,000,000 คน ตระหนักถึงความสำคัญต่อปัญหาความรุนแรงต่อสตรี และต้องการยุติปัญหาดังกล่าว จึงรณรงค์ให้ผู้ชายทั่วโลกร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาความรุนแรงต่อสตรี และแสดงตนว่าจะไม่เป็นผู้กระทำความรุนแรงต่อสตรี โดยการติดสัญลักษณ์ริบบิ้นสีขาวที่ปกเสื้อ หมายถึง การยอมรับว่าจะไม่ทำร้ายหรือนิ่งเฉยต่อการใช้ความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติได้รับรองให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น "วันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล" (International Day for the Elimination of Violence against Women)

สำหรับประเทศไทย คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบกำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็น "เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี" เพื่อมุ่งเน้นที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทั้งต่อเด็กและสตรี โดยดำเนินการรณรงค์ตลอดเดือนพฤศจิกายน ให้สังคมได้ตระหนักและร่วมป้องกันและขจัดความรุนแรงต่อเด็กและสตรีให้หมดสิ้นไป

การจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี บุคคลในครอบครัวและความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบในครั้งนี้ สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.42 เห็นชอบให้เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นแกนนำในการจัดกิจกรรม ภายใต้แนวทาง "ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนความคิด ยุติความรุนแรง" เพื่อสร้างกระแสสังคมให้เกิดความตระหนักต่อปัญหา และสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงการนำพลังจากทุกภาคส่วนมาใช้ในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี บุคคลในครอบครัวและความรุนแรงในสังคมในทุกรูปแบบ

กิจกรรมการเดินรณรงค์ในครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างกระแสที่มุ่งส่งเสริมผู้ชายให้มีบทบาทและตระหนักต่อปัญหาด้วยการร่วมรณรงค์ "สุภาพบุรุษ หยุดความรุนแรง" เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการหล่อหลอมให้สังคมไทยต้องตระหนักและร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ไม่นิ่งเฉย และต้องเข้าช่วยเหลือด้วย ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากการรณรงค์ครั้งนี้จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ที่สื่อให้เห็นถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว และเชิญชวนร่วมมือเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้นำไปสู่การลดและยุติการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวในที่สุด

26 พฤศจิกายน 2561

ที่มา สยามรัฐ

Posted By ์์Nitayaporn/Bungon/Thongpet

Views, 534