เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

สธ.ห่วงวัยเก๋าทั้งแก่ทั้งจน วางระบบพ้นจากภาวะพึ่งพิง

สธ.ห่วงวัยเก๋าทั้งแก่ทั้งจน วางระบบพ้นจากภาวะพึ่งพิง

ครั้งแรกของไทย ปี 62 ยอดผู้สูงอายุพุ่งแซงวัยเด็ก ก่อนเข้าสู่สังคมวัยเก๋าสมบูรณ์ในอีกปี 3 ยอดสัดส่วนทะลุ 20% ห่วงอนาคตทั้งแก่ ทั้งจน เร่งวางระบบ เปิดแผนกดูแลผู้ป่วยระยะกลางในรพ.ชุมชนทั่วประเทศ  

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.52 น.

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกลายเป็นสังคมสูงวัยแล้ว คือมีสัดส่วน ผู้สูงอายุร้อยละ 17 ซึ่งคาดว่าในปี 2562 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สัดส่วนผู้สูงวัยจะมีมากกว่าเด็ก  และภายใน 3 ปีไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ คือมีสัดส่วนผู้สูงอายสูงถึงร้อยละ 20 โดยมีผู้สูงอายุอายุ 70 ปีขึ้นไป จำนวน 4.6 ล้านคน และคาดว่าในปี 2583 ไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 20.5 ล้านคน หรือร้อยละ 32 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ประชากรวัยแรงงานมีเพียง 35.18 ล้านคน เมื่อเทียบกับจำนวนวัยแรงงานในปี 2553 ที่มีอยู่ 42.74 ล้านคน หรือ ลดลง 7.6 ล้านคนซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศแน่นอน

พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง กรมอนามัยจึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุในระดับกลาง ภูมิภาค จังหวัด  เพื่อนำสู่การพัฒนาแผนงานที่สอดคล้องกับสภาพจริงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยสิ่งที่กรมอนามัยจะเน้นคือการพัฒนาระบบบริการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediat care) เพื่อการรักษาฟื้นฟูผู้สูงวัยให้พ้นจากภาวะพึ่งพิง กลับไปใช้ชีวิตในชุมชน และเป็นผู้สูงวัยสุขภาพดีให้ยืนยาวให้ได้มากที่สุด โดยปี 2562 กรมอนามัยมีแผนสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์อนามัยเขตทั่วประเทศ ช่วยกับขับเคลื่อนระบบดังกล่าววางรากฐานสู่การเปิดแผนกดูแลผู้ป่วยระยะกลางที่โรงพยาบาลชุมชนทุกพื้นที่ในอนาคต

“ขณะนี้เริ่มพบผู้สูงวัยจำนวนมากประสบปัญหาหนักเพราะไม่ได้เตรียมการด้านสุขภาพและการเงินที่ดีพอ ดังนั้นกลุ่มคนอายุ 45-55 ปี (Pre Aging) จึงเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ต้องเร่งสร้างความรู้ ชวนปรับเปลี่ยนสุขภาพกายให้แข็งแรงห่างไกลโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และวางแผนการเงิน ออมเงินให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ” พญ.พรรณพิมล กล่าว

13 พฤศจิกายน 2561

ที่มา เดลินิวส์

Posted By ์์Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 960