นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต

ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522

กรมสุขภาพจิตคว้ารางวัลระดับโลก Golisano Global Health Leadership Award Click Here

วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

จิตแพทย์ระบุเด็กรังแกกันเองไม่ใช่เรื่องเล่น ผลกระทบเป็นลูกโซ่

จิตแพทย์ระบุเด็กรังแกกันเองไม่ใช่เรื่องเล่น ผลกระทบเป็นลูกโซ่

11 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 20:42 น.

11 ต.ค.61-นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีเด็กกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนว่า เป็นสถานการณ์ที่พบมาตลอด แต่มักไม่ค่อยมีคนสังเกตเห็น มีทั้งรูปแบบการทำร้ายร่างกาย การรังแกด้วยวาจาหยาบคาย ดูถูก เหยียดหยาม ทั้งนี้ปัจจุบันก็มีการรังแกกันผ่านทางโซเชียลมีเดียยิ่งทำให้เกิดการเลียนแบบสร้างความรุนแรงได้มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ สาเหตุของการรังแกกันนั้นพบว่ามีหลากหลาย ทั้งจากตัวเด็กเองมีความก้าวร้าวควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะอาจมีความเจ็บป่วย เช่น สมาธิสั้น ซึมเศร้าอยู่ หรือความคึกคะนอง คิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือกว่ามีพวกเยอะกว่า อายุมากกว่า ตัวใหญ่กว่าก็ได้ แต่สิ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ เลยคือการเลี้ยงดูของครอบครัว ซึ่งพบว่าเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีการใช้ความรุนแรงมากก่อนมีโอกาสมากที่จะใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น

นพ.สมัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์เด็กรังแกกันขึ้น เหมือนที่เด็กวัยมัธยมศึกษาทำความรุนแรงกับเด็กนักเรียนชั้นประถมนั้น ทั้งผู้กระทำ หรือผู้ถูกกระทำจะต้องได้รับการดูแลด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย โดย อย่างเด็กที่ถูกรังแกอาจจะมีผลทำให้เกิดความเศร้า ความเครียด ซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตาย หรือซึมเศร้าแล้วปะทุด้วยการทำร้ายคนอื่นเพื่อเป็นการแก้แค้น หรือบางคนก็เลียนแบบพฤติกรรมการทำร้ายคนอื่นต่อไป เช่นเดียวกับคนที่ลงมือทำร้ายคนอื่น พบว่าบางคนหลังลงมือไปแล้วเกิดความเครียด เศร้า และกังวล แต่กลับแสดงออกมาด้วยการใช้ควารุนแรงแบบเดิม กลายเป็นคนที่ชอบใช้ความรุนแรง ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายต้องได้รับการดูแลทั้งจากครูในโรงเรียน ผู้ปกครอง และเพื่อนๆ หากดูแลไม่ไหวก็ต้องส่งไปรับการดูแล ปรับพฤติกรรมโดยนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์

“เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นเรื่องที่เตือนซ้ำให้พ่อ แม่ ผู้ใหญ่ในสังคมตระหนักว่ามันถึงเวลาที่เราต้องหันมาใส่ใจ ให้เวลากับการดูแลครอบครัว สังคมให้มากขึ้น มอบความรักความอบอุ่น ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา และอีกอย่างคือเวลามีการรังแกกัน บางครั้งเด็กที่ถูกรังแกอาจจะไม่ยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง อาจจะด้วยความกลัว หรือถูกข่มขู่ แต่ถ้าความสัมพันธ์ในครอบครัวนี้จะสังเกตได้ว่ามีความผิดปกติเกดขึ้น เช่น ผลการเรียนตกต่ำลง ไม่พูด ไมจา เป็นต้น” นพ.สมัย กล่าว.

12 October 2561

ที่มา ไทยโพสต์

Posted By ์์Nitayaporn/Bungon/Thongpet/Kanchana

Views, 77