เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

รายละเอียดงานวิจัยเรื่อง/Title Name: การศึกษาการสนับสนุนทางสังคมที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ , ศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สตรีโรงพยาบาลศิริราช

 

ผู้วิจัย/Authors: บุศรา ลิขิตเจริญวานิช

ชื่อเรื่อง/Title: การศึกษาการสนับสนุนทางสังคมที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ , ศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สตรีโรงพยาบาลศิริราช

แหล่งที่มา/Source: เอกสารการวิจัยเรื่อง การศึกษาการสนับสนุนทางสังคมที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ , ศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สตรีโรงพยาบาลศิริราช , พ.ศ. 2538

รายละเอียด / Details:

การศึกษาเรื่อง “การศึกษาการสนับสนุนทางสังคมที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ : ศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สตรีโรงพยาบาลศิริราช” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมกับการปรับตัวของหญิงที่ติดเชื้อเอดส์ และปัจจัยที่มีผลต่อการสนับสนุนทางสังคม และปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ที่มีอายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ของครอบครัว ลักษณะครอบครัวที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมพัฒนาหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัวให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และเพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาและร่วมมือให้ความช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ตลอดจนแนวทางการจัดบริการที่เหมาะสมต่อหญิงตั้งครรภ์ที่เชื้อเอดส์ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาครั้งนี้กลุ่มเป้าหมายคือ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ ซึ่งมาฝากครรภ์ที่หน่วยโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สตรี โรงพยาบาลศิริราช การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยสัมภาษณ์ด้วยตนเองตามประเด็นคำถามในแบบสอบถาม ใช้ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล 4 เดือน ระหว่าง 3 มกราคม 2538 ถึง 30 เมษายน 2538 ได้กลุ่มตัวอย่างประชากรจำนวน 45 ราย นำข้อมูลมาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติในการหาค่าร้อยละ (Percent) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standardeviation) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) การทดสอบค่าที (t-rest) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way Analysis of Variance) ทดสอบสมมติฐานที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 และวัดความเชื่อมั่นของแบบสอบถามด้วยวิธีหาค่าสัมประสิทธิความเชื่อมั่นแอลฟา (Reliability Coefficient Alpha) ได้ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.864 และ 0.888 ตามลำดับ ผลการศึกษาสรุปได้ว่า 1. ข้อมูลทั่วไป พบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อที่เป็นกลุ่มศึกษาครั้งนี้มีจำนวน 45 คน ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-24 ปี มากที่สุด ร้อยละ 40 กลุ่มตัวอย่างมีสภาพสมรสคู่ทั้งหมด ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.8 อยู่ในระดับประถมศึกษา ด้านการประกอบอาชีพ พบว่า ประกอบอาชีพรับจ้างมากที่สุด ร้อยละ 57.8 รองลงมา แม่บ้าน และค้าขาย ร้อยละ 28.9 และ 13.3 ตามลำดับ รายได้หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอดส์ที่พบมากที่สุดอยู่ในช่วง 1,000-4,000 บาท/เดือน ร้อยละ 46.7 ส่วนรายได้ของครอบครัวที่พบมากที่สุดอยู่ในช่วง 7,001-10,000 บาท/เดือน ร้อยละ 51.1 และพบว่า หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอดส์และคู่สมรสมีภูมิลำเนาภาคตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ เข้ามากรุงเทพ ฯ เพื่อมาทำงาน และพักอาศัยบ้านเช่า , ห้องเช่า ร้อยละ 91.1 โดยเสียค่าเช่าระหว่าง 600-2,450 บาท/เดือน และมีลักษณะครอบครัวเดี่ยว ร้อยละ 68.9 2. การแพร่กระจายเชื่อเอดส์และการวางแผนครอบครัว บุคคลที่แพร่กระจายเชื้อเอดส์มาสู่หญิงตั้งครรภ์ คือ สามี ซึ่งอาจจะเป็นสามีคนแรก หรือสามีใหม่ ร้อยละ 53.3 และ 26.7 ตามลำดับ เนื่องจากทั้งสามีเก่าและสามีใหม่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เที่ยวหญิงบริการ สำส่อนทางเพศ ติดยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น นอกจากนั้นยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอดส์บางคนมีภาวะเสี่ยง เช่น เคยประกอบอาชีพหญิงบริการ มีสามีหลายคน ในการวางแผนครอบครัว หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ส่วนใหญ่ตั้งใจจะทำหมันหลังคลอดร้อยละ 77.8 3. การสนับสนุนทางสังคม 3.1. การสนับสนุนทางด้านอารมณ์ หญิงตั้งครรภติดเชื้อเอดส์ ได้รับการสนับสนุนทางด้านอารมณ์ในระดับสูง โดยได้รับจากสามีมาก ที่สุด ร้อยละ 68.90 รองลงมา กลุ่มเครือญาติ ร้อยละ 24.40 3.2. การสนับสนุนด้านการยอมรับและเห็นคุณค่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ได้รับการสนับสนุนด้านการยอมรับและเห็นคุณค่าในระดับปานกลาง โดยได้รับจากเครือญาติมากที่สุด ร้อยละ 62.20 รองลงมาคือ สามี ร้อยละ 22.22 3.3. การสนับสนุนด้านการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในระดับปานกลาง โดยได้รับจากสามีมากที่สุด ร้อยละ 55.6 รองลงมาคือ กลุ่มเครือญาติ ร้อยละ 44.4 3.4. การสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสาร หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ได้รับการสนับสนุนทางด้านข้อมูลข่าวสารในระดับสูง โดยได้รับจากกลุ่มผู้ให้การรักษาพยาบาลมากที่สุด ร้อยละ 48.8 รองลงมาคือ สามี ร้อยละ 26.7 และน้อยที่สุดคือ กลุ่มเครือญาติ ร้อยละ 4.4 3.5. การสนับสนุนด้านเงิน สิ่งของ แรงงานและบริการ หญิงตั้งครรภ์ทติดเชื้อเอดส์ได้รับการสนับสนุนทางด้านเงิน แรงงานและบริการ ในระดับปานกลาง โดยได้รับจากสามีมากที่สุด ร้อยละ 35.5 รองลงมา กลุ่มเครือญาติ ร้อยละ 33.3 4. การปรับตัว 4.1. การปรับตัวด้านบทบาทหน้าที่ หญิงตั้งครรภ์ทติดเชื้อเอดส์ มีการปรับตัวในด้านบทบาทหน้าที่ในระดับสูง โดยรับผิดชอบภาระหน้าที่การงาน พยายามดูแลตนเองและสามีให้มีสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ต้องการเป็นภาระของครอบครัวมาตรวจตามแพทย์นัด และเมื่อมีอาการผิดปกติจะพบแพทย์ทันที 4.2. การปรับตัวด้านการพึ่งพาระหว่างกัน หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ การปรับตัวด้านการพึ่งพาระหว่างกันในระดับปานกลาง โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์จะพยายามที่จะช่วยเหลือตนเองตามความสามารถ เมื่อมีความจำเป็นจึงขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ได้แก่ บิดา มารดา ญาติพี่น้อง ฯลฯ 4.3. การปรับตัวด้านมโนทัศน์ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์มีการปรับตัวด้านมโนทัศน์ระดับปานกลาง โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์จะพยายามดูแลสุขภาพอนามัยให้แข็งแรงเนื่องจากเห็นคุณค่าของตนเอง (Self Esteem) และการได้รับการยอมรับจากสามี หรือบุคคลใกล้ชิด ทำให้หญิงตั้งครรภ์ที่เชื้อเอดส์ลดความวิตกกังวล ความท้อแท้ สิ้นหวัง ผลการวิเคราะห์จากสมมติฐาน สมมติฐานที่ 1 : การสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่เชื้อเอดส์ อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (r = 0.2777 , p = 0.065) พบว่า 1.1. ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ คือ สุขภาพร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์และสามีที่แข็งแรงและไม่แสดงอาการของโรค รวมทั้งการตั้งครรภ์ที่ไม่มีปัญหาแทรกซ้อน 1.2. ปัจจัยที่มีผลต่อการสนับสนุนทางสังคมของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์คือ สามีและกลุ่มผู้ให้การรักษาพยาบาลได้แก่ แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล สมมติฐานที่ 2 : หญิงตั้งครรภ์ทติดเชื้อเอดส์ที่มีภูมิหลัง ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ของครอบครัว สถานภาพสมรส ลักษณะครอบครัว ที่แตกต่างกันจะมีการปรับตัวต่างกัน ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่เติดเชื้อเอดส์ที่มีภูมิหลัง ได้แแก่อายุ ระดับการศึกษา รายได้ของครอบครัว สถานภาพสมรส ลักษณะครอบครัวที่แตกต่างกัน จะมีการปรับตัวไม่มีแตกต่างกัน อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ ดังนั้นการให้บริการหญิงตั้งครรภ์ทติดเชื้อเอดส์ในระดับนโยบาย กระทรวงสาธารณสุข ควรปรับปรุงระบบและรูปแบบการให้คำปรึกษาแนะนำของโรงพยาบาลทุกแห่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรฐานเดียวกัน และส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์มีการวางแผนครอบครัวที่ถูกต้อง นอกจากนั้นควรมีการให้คำปรึกษาที่ต่อเนื่องและมีการติดตามผล ในระดับการปฏิบัติการนั้น ควรให้คำปรึกษาทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์และสามี สำหรับครอบครัวนักสังคมสงเคราะห์ และทีมสุขภาพ จะต้องพิจารณาให้รอบคอบตามความเหมาะสม เพื่อให้ครอบครัวหรือสามีตระหนักถึงความสำคัญของตนเองในการช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์และทารกในครรภ์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
why men have affairs website married men who cheat with men
cheaters wife affair read
home remedies for abortion how much does abortion cost ru486 abortion pill
facts on hiv/aids nav-connector.com hiv transmission
aids pictures symptoms aids testing aid symptoms
spy phone apps android go spyware for android phone
married and wanting to cheat read why cheat on your wife
would my boyfriend cheat i think my boyfriend cheated i had a dream that my boyfriend cheated on me
i cheated on my husband now what robertsuk.com how to tell my husband i cheated
my husband cheated on me what do i do link my husband is a cheat
how often do women cheat on their husbands blog.jrmissworld.com my husband cheated
how to catch a cheat tolobel.com married men having affairs
cheats read infidelity in marriage
why married men have affairs married men affairs married men cheat with men

Keywords: การสนับสนุนทางสังคม, สุขภาพจิต, ปัญหาสุขภาพจิต, หญิงตั้งครรภ์, ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์, สังคม, เพศ, social, sex

ปีที่เผยแพร่/Year: 2538

Address: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทบวงมหาวิทยาลัย

Code: 372380000047

ISSN/ISBN: -

Country of publication: ประเทศไทย

Language: ภาษาไทย

Category: เอกสารการวิจัย