| == เผยสถิติฆ่าตัวตายคนไทยลด จับตาระยองมาแรงเสี่ยงแซงทุกจังหวัด(28/8/50) ===
|
เผยสถิติฆ่าตัวตายคนไทยลด จับตา ระยอง มาแรงเสี่ยงแซงทุกจังหวัด
สถิติคนไทยฆ่าตัวตายลดลง ตั้งเป้าปี 2550 ลดต่ำเป็นประวัติศาสตร์ เผยภาคเหนือยังครองแชมป์ นราธิวาสน้อยสุด ขณะที่แนวโน้ม ระยอง มาแรงเสี่ยงฆ่าตัวตายพุ่งแซงทุกจังหวัด ชี้ต้องจับตาภาคเหนือ-ภาคตะวันออกใกล้ชิด เผยวิธีฆ่าตัวตายยอดนิยมเป็นแขวนคอ ยิงตัวตาย กินยาฆ่าแมลง ผู้ชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าผู้หญิง 4 เท่า ช่วงอายุ 30-39 ปีมากที่สุด
วันนี้ (27 ส.ค.) นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 10 กันยายนของทุกปี องค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ซึ่งปีนี้เน้นการณรงค์ การป้องกันการฆ่าตัวตายกับทุกช่วงวัยของชีวิต (Suicide Prevention Across the Life Span) ดังนั้น การประยุกต์รูปแบบการป้องกันตลอดจนการเฝ้าระวังเรื่องนี้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับทุกช่วงวัยของชีวิต โดยทั่วโลกพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ประมาณ 1 ล้านคน หรือประมาณ 3% ของคนทั้งโลก ซึ่งในเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น อายุระหว่าง 15-24 ปี การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต และในหลายๆ ประเทศ ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย มีอัตราเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยช่วงอายุที่ฆ่าตัวตายมากที่สุด คือ วัยสูงอายุ 85 ปีขึ้นไป
นพ.มล.สมชาย กล่าวว่า สถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ มีสถิติอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 5.7 ต่อแสนประชากรหรือมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จราว 3,612 คนต่อปี ซึ่งสถิติดังกล่าวลดลงจากปี 2548 ซึ่งมีสถิติการฆ่าตัวตายที่ 6.3 คนต่อแสนประชากร ปี 2547 อยู่ที่ 6.9 คนต่อแสนประชากร และปี 2546 อยู่ที่ 7.1 คนต่อแสนประชากร ซึ่งถือว่าต่ำกว่าอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จของประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน ซึ่งเป็นเลข 2 หลัก อาทิ ศรีลังกา 35 คนต่อแสนประชากร ญี่ปุ่น 25.3 คนต่อแสนประชากร เกาหลี 25.2 คนต่อแสนประชากร ขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายไม่ควรเกิน 15 คนต่อแสนประชากร
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ในช่วง 30-39 ปี มากที่สุด หากแบ่งตามเพศผู้ชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าผู้หญิงถึง 4 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายภาคเหนือสูงสุด ส่วนอัตราการฆ่าตัวตายต่ำสุดอยู่ที่ จ.นราธิวาส โดยวิธีการที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นการแขวนคอดตาย ใช้ปืนยิงและกินยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าหญ้า เป็นต้น ส่วนสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้า ปัญหาเศรษฐกิจ ครอบครัว การเมือง และสังคม
อย่าลืมว่าการฆ่าตัวตายทุกๆ 1 ราย จะมีผู้ที่พยายามฆ่าตัวตาย 10 ราย ซึ่งจะมีตัวเลขสูงถึง 30,000 กว่าราย ซึ่งผู้ที่มีความพยายามฆ่าตัวตายนี้ก็จะพยายามฆ่าตัวตายซ้ำ ทำให้จำนวนผู้ที่เสียชีวิตมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องช่วยกันป้องกันผู้ที่พยายามที่จะฆ่าตัวตาย โดยที่คนใกล้ชิด พ่อ แม่ พี่น้องเพื่อน เป็นบุคคลที่มีความสำคัญ นพ.มล.สมชาย กล่าว
นพ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ที่จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดขณะนี้ คือ แม้ว่าอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุดใน 5 อันดับแรก ยังคงอยู่ในภาคเหนือ ได้แก่ จ.ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยาและแม่ฮ่องสอน ตามลำดับ มีอัตราลดลงน่าพอใจ คือ ลดครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด แต่ภาคตะวันออกมีอัตราการลดที่ต่ำมาก ซึ่งส่งผลให้ในอนาคตภาคตะวันออก แนวโน้มปัญหาจะย้ายมาที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะที่ จ.ระยอง ซึ่งขณะนี้มีผู้ฆ่าตัวตายมากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ รวมถึงจันทบุรี และตราด ซึ่งสาเหตุยังไม่ชัดเจน จึงได้มอบหมายให้นักวิชาการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยา นักสังคมวิทยา มนุษย์วิทยา รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม การฆ่าตัวตายมักมีสาเหตุมาจากภาวะโรคซึมเศร้ามากถึง 90% จากการย้ายถิ่นฐาน ไม่สามารถปรับตัวได้ปัญหาเศรษฐกิจการเลิกจ้างเป็นต้น ดังนั้น จึงต้องหาสาเหตุเฉพาะของ จ.ระยอง ที่ทำให้มีอัตราการฆ่าตัวตายสูง
โรคซึมเศร้าถือเป็นภาวะโรคซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาในดูแลรักษาในอันดับที่ 5-6 ของโลก ซึ่งในอนาคตอาจขยับขึ้นเป็นปัญหาอันดับ 2 เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ต่างจากเบาหวาน หรือ หัวใจ อย่าคิดว่าจะสามารถหายได้เอง โรคนี้เป็นมหันตภัยเงียบ นอกจากจะส่งผลเสียกับตัวเองยังส่งผลกระทบกับบุคคลรอบข้าง เมื่อโกรธมักใช้อารมณ์รุนแรง หากโกรธตัวเองมากก็จะฆ่าตัวเองตาย แต่ถ้าโกรธผู้อื่นด้วยก็จะทำร้าย ฆ่าผู้อื่นแล้วฆ่าตัวตายตาม หรือ เป็นห่วงคนในครอบครัว จึงฆ่าคนในครอบครัวก่อนแล้วฆ่าตัวตายตามเป็นต้น นพ.อภิชัยกล่าว
นพ.อภิชัย กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในประวัติศาสตร์ไทย ปี 2524 มีสถิติการฆ่าตัวตายต่ำสุดอยู่ที่ 5.4 คนต่อแสนประชากร ขณะที่ปี 2549 อยู่ที่ 5.7 คนต่อแสนประชากร ดังนั้น ในปี 2550 จึงหวังว่าจะทำประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการมีสถิติการฆ่าตัวตายต่ำที่สุด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้สูง
ความเครียดไม่ได้ทำให้คนฆ่าตัวตายแต่ความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อเทียบกับผู้อื่นจึงจะส่งผลต่อการฆ่าตัวตาย ดังนั้น คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงมีสถิติการฆ่าตัวตายที่ต่ำ และจากการที่มีการสำรวจสุขภาพจิตของคนในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าสุขภาพจิตไม่ได้ด้อยไปจากคนในพื้นที่อื่น เนื่องจากสุขภาพจิตดีหรือไม่ไม่ได้วัดเพียงแค่ความเครียด ยังรวมถึงการรู้จักปรับตัวและการช่วยเหลือผู้อื่นด้วย ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ยังคงมีสิ่งเหล่านี้หลงเหลืออยู่ นพ.อภิชัยกล่าว
ภก.ธีระ ฉกาจนโรดม นกยกสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สมาคมสะมาริตันส์ฯ เป็นองค์กรที่ป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยให้บริการรับฟังและเป็นเพื่อนกับผู้ที่กำลังเผชิญกับวิกฤตในชีวิตและอาจคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งจาการรวบรวมสถิติของผู้โทรศัพท์เข้ามารับบริการในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีผู้ขอรับคำปรึกษาทั้งสิ้น 3,706 สาย เป็นหญิงมากกว่าชาย คิดเป็นร้อยละ 52.3 และ 35.6 ตามลำดับ โดยมีช่วงอายุระหว่าง 31-45 ปี โทรศัพท์เข้ามาปรึกษามากที่สุด รองลงมาคือ 20-30 ปี และ 46-60 ปี ปัยหาที่พบมากที่สุด คือ ความเครียด วิตกกังวล รองลงมาเป็นปัญหาด้านสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ความเหงาความกกดดัน ปัญหาครอบครัว สุขภาพ ความพิการ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาทางเพศ และด้านการเรียน ทั้งนี้อัตราเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของผู้มาปรึกษา พบร้อยละ 1.3 คิดวางแผนจะฆ่าตัวตาย ร้อยละ 5.5 เคยพยายามฆ่าตัวตาย และร้อยละ 0.2 กำลังฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้ ผู้มีปัญหาสามารถรับบริการได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2713-6793 เฉพาะวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 18.00-22.00 น. และหมายเลข 0-2713-6797-78 ได้ทุกวัน เวลา 12.00-22.00 น. และหมายเลข 0-2025-5467 เฉพาะวันพุธ-วันอาทิตย์ ในเวลา 17.00-22.00 น.
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์ผู้จัดการฉบับวันที่ 27 สิงหาคม 2550 เวลา 16.53 น.
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่ผู้จัดการออนไลน์......คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by STY Staff/Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY_LIB - Date :
28/8/2007
|
| |
|