| == เปิด "คลินิกวัยรุ่นในโรงเรียน" แก้ปัญหาสุขภาพเยาวชนแบบยั่งยืน ===
|
รวมพลังหลายหน่วยงานแก้ปัญหาวิกฤติสุขภาพวัยรุ่นไทยบนฐานความรู้ที่แท้จริง นำร่องการจัดทำ คลินิกวันรุ่นในโรงเรียน เพราะเป็นสถานที่สำคัญที่เด็กใช้เวลาอยู่อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
ศ.น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ศ.พ.ญ.สุภรี สุวรรณจูฑะ ประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพวัยรุ่นไทย นายวินัย รอดจ่าย ที่ปรึกษาคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศ.พ.ญ.ชนิกา ตู้จินดา ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการสร้างเสริมสุขภาพวัยรุ่นไทย และ พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและปัจจัยเสี่ยง ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือ รวมพลังแก้ไขวิกฤติสุขภาพวัยรุ่นไทยบนฐานความรู้ที่แท้จริง ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา
ศ.น.พ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภาวะวิกฤติของวัยรุ่น ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างต่อครอบครัวและสังคม จะเห็นได้จากข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับวัยรุ่นแทบทุกวัน ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นคราวๆ ไป เช่น เรื่องอุบัติเหตุและการติดเชื้อเอดส์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้วัยรุ่นเสียชีวิตสูงสุด
ปัญหาด้านสังคม คือมีเพศสัมพันธ์ไม่เหมาะสม การตั้งครรภ์ การทำแท้ง การทอดทิ้งลูก การเสพสารเสพติด การทะเลาะวิวาท ภาวะซึมเศร้า โดยปัญหาต่างๆ เหล่านี้มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมเสี่ยงๆ ของวัยรุ่น
ศ.พ.ญ.สุภรี กล่าวว่า ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ตั้งคณะอนุกรรมการดูแลสุขภาพวัยรุ่นไทยตั้งแต่ปี 2545 มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องและขณะนี้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ 7 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่
โรงพยาบาลรามาธิบดี จุฬาฯ ศิริราช สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก ขอนแก่น สงขลา และเชียงใหม่ และกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งคลินิกวัยรุ่นไทยในโรงเรียน คัดกรองวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงใน 13 โรงเรียน เพื่อให้การดูแลป้องกันและแก้ไขแต่เนิ่นๆ
เชื่อว่า เมื่อแพทย์และครูร่วมมือกันในเชิงรุกจะได้เด็กวัยรุ่นที่พึงประสงค์ที่ทั้งเก่งดีและมีความสุข เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ถึงวันละ 7-8 ชั่วโมง
ศ.พ.ญ.ชนิกา กล่าวว่า ครอบครัว ชุมชน และสังคม ควรเข้าใจวัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกาย ฮอร์โมน ความรู้สึกนึกคิด ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ แต่การแสดงออกทางกาย วาจา ใจ อาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน ดังนั้นผู้ใหญ่ไม่ควรแสดงท่าทางตำหนิ ดุด่าว่าลงโทษหรือประณาม ครอบครัวมีความสามัคคี เอาใจใส่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดทั้ง กาย ใจ และเป็นตัวอย่างที่ดีไม่ติดสิ่งเสพติด มีความเชื่อทางศาสนา ประเพณีดีงาม เป็นเครื่องป้องกันการทำความชั่ว สื่อต่างๆ ร่วมมือกันรับผิดชอบไม่ผลิตสื่อที่ยั่วยุ มอมเมา หรือชี้แนะวัยรุ่นในแนวทางที่ไม่เหมาะสมและอบายมุขต่างๆ และมีสายด่วนให้วัยรุ่นที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ โดยประสานกับศูนย์วัยรุ่น เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 28 พฤษภาคม 2547 หน้า 7
Posted by Kanchana Kerdmee
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY Library - Date :
28/5/2004
|
|